Google ไม่ต้องการ(ซื้อ) Digg แล้ว
ในที่สุดทาง TechCrunch ก็ออกมาเปิดเผยแล้ว ว่า Google จะไม่ซื้อ Digg โดยในเนื้อข่าวก็บอกว่าหลังจากเจรจากันจนถึงขั้นสุดท้าย Google ก็ตัดสินใจไม่ซื้อ Digg เนื่องจากสาเหตุหนึ่งที่ว่ามันเป็น Personality Driven และ Google ต้องการดูให้มากกว่านี้ เพราะมันยังไม่พอดีกับที่ Google คิด โดยเขาคาดคะเนว่าดีลนี้อาจจะนานจนกลายเป็นไม่ซื้อ แล้วจะสงผลให้ผู้ซื้อรายอื่นสงสัยที่จะมาดีลต่อ
โดยหลังจากดีลนี้จะต้องยืดเยื้อต่อไปทาง Digg จะทำเรื่องการประเมิณการเงินใหม่โดยให้บริษัท Allen & Co เป็นคนนำเสนอ Digg ในการขายต่อไป โดย Allen & Co เคยเสนอมูลค่าให้เว็บไซค์ Slide และ Ning โดยแต่ละอันมีค่าครึ่งพันล้าน (500 ล้าน)
ที่มา http://www.techcrunch.com/2008/07/26/google-walks-away-from-digg-deal/
===== จบข่าวครับ =====
จากข่าวผมก็ขอพูดอะไรนิดหน่อยเกี่ยวกับ Digg และเรื่องมูลค่าในฐานะผม ผมคิดว่า Algorithm ในแต่ละตัวที่ดังๆมันต้องมีจุดดีและจุดที่คนอื่นคาดไม่ถึง แต่ Google ไม่ซื้อก็คงคิดว่าถ้าตัวเองพัฒนาเองต้องได้ดีกว่า เพราะถ้าซื้อมาก็ต้องนำ Algorithm ของทาง Digg มาปรับกับของตัวเอง เพราะทาง Google ใช้ Machine Learning ส่วน Digg มาจากคนกด การจะประสานกัน โดยได้ผลลัพธ์ที่ดีมันก็คงยากอยู่แล้ว Digg อาจจะโครงสร้างต่างกับ Google , Google เลยคิดว่าพัฒนาเองคงดีกว่า เพราะถ้าได้มาก็คงต้องปรับแก้ไข้กันเยอะ
แต่สังเกตุหลายทีแล้วว่าพวกที่มี Algorithm ดีๆก็มักจะราคาไม่แพงเหมือนกับพวกที่คนแห่กันมาเล่นอย่าง MySpace 700 ล้าน ! , Slide กับ Ning อันละ 500 ล้าน ! อันนี้ Digg 200 ล้าน !! ราคาช่างต่างกันเหลือเกินทั้งๆที่ผมมองว่า Digg เนี้ยและเป็นต้นแบบของหลายๆ App ที่จะเกิดขึ้นอีกในไม่ช้า ไม่ว่าจะ Google , Wiki , Technorathi , Slashdot , Last.fm , YouTube และอะไรอื่นๆอีกมากมาย แนวคิดนี้จะไปดัดแปลงแก้ไขกับหลายๆอย่างของ Technology ได้มาก
ปัญหาอย่างหนึ่งที่ Digg น่าจะทำต่ออีกสักนิดคือการนำข่าวที่ถูกส่งเข้ามา มาวิเคราะห์ต่ออีกสักหน่อยว่าอันไหนเจ๋งๆ แล้วเก็บเป็น Directory แยกหมวดไปโดย Directory พวกนี้ไม่ได้เปิดเสรีให้ทุกคนมา add ได้แต่นำจากหัวข้อใน Digg ที่มี content ดีๆนำไปเก็บให้คนได้เข้ามาดูต่อได้อีก ไม่งั้นเนื้อหาดีๆที่เขา submit เข้ามามันก็หายไป ตามกาลเวลาทั้งที่มันน่าจะมีประโยชน์ต่อไป สุดท้ายก็เลยเสร็จ Google เหมือนเดิม.. Digg มี Algorithm ที่ดีอยู่แต่มันยังประยุกต์ไม่ถึงขีดสุด ! มันเลยยังไม่มีอำนาจการต่อรองมากนัก
ลองนึกเล่นๆดูว่าถ้า เนื้อหาที่ส่งเข้ามาใน Digg ยอมให้นำไปดัดแปลงแก้ไข้ได้ + Wiki มันจะสุดยอดขนาดไหน ? แต่เรื่องของเรื่องก็คือมันยังเป็นไปได้ยากในเรื่องของความเป็นส่วนตัวและสิทธิส่วนบุคคล โลกของเราตอนนี้ถึงจะมี Open Source แล้วสิ่งที่น่าจะมีให้อีกก็คือ Open Data !
| Tweet |
เนื้อหาคล้ายกันที่น่าสนใจ

เขียนดีครับ
ส่วนตัวผมคล้ายๆกันนะ
ที่ไม่เหมือนก็คือ Digg จะต้องเอาใช้ community เป็นหลัก
ซึ่ง Google เน้นนวัตกรรมที่ก้าวนำหน้าคนอื่น และ user เสมอ ไม่ใช่เดินไปพร้อมกันกับ user
และการที่ Digg จะถูกครอบงำโดยรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Microsost หรือ Google ก็ตาม จะต้องมี user ส่วนหนึ่งไม่พอใจแน่ๆ และนั่นมีผลอย่างมากกับการเจริญเติบโตของเว็บแบบ Digg ครับ
เสริมนิดนึง
ช่วยให้เกียรติข่าวต้นฉบับด้วยการแปะ permalink จากข่าวต้นฉบับให้ด้วยจะดีมากครับ
เปิดมุมมองให้ผมมากมายครับพี่กล้า แก้ไขแปะ permalink ให้แล้วครับ ตอนแรกผม link ไปหาเฉยๆ T-T ไม่ได้แปะ Permalink
แวะมาทักทายครับ