จัดการชีวิตง่ายๆด้วยสูตร UI/NUI/UNI/NUNI

หลังจากกลับจาก BarCamp ก็ยังไม่มีเวลาที่จะเขียนเกี่ยวกับ BarCamp อีกเลยกลัวจะลืมซะก่อนเนี้ย แต่เอาเรื่องนี้ก่อนละกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Productivity(ประสิทธิภาพ) ของบุคคลอย่างเราๆโดยอย่างยิ่ง โดยนอกเหนือจากชื่อดังจาก Get Things Done แล้วยังมีสูตรนี้ซึ่งกำเนิดมานานแล้ว แต่เหมือนเอาของเก่ามาเล่าใหม่ โดยผมได้ข้อมูลนี้จาก lifehacker.com เหมือนเดิมครับ เอาละมาอธิบายกันเลย

ต้องขออธิบายสูตรก่อนครับว่าตัวย่อแต่ละอันมันคืออะไร

  • UI ย่อมาจาก Urgent & Important หรือ เร่งด่วนและสำคัญ
  • NUI ย่อมาจาก Not Urgent & Import หรือ ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ
  • UNI ย่อมาจาก Urgent & Not Important หรือ เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ
  • NUNI ย่อมาจาก Not Urgent & Not Important หรือไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ

อ่าพอเรารู้ตัวย่อแล้วทุกท่านก็พอรู้แล้วละสิว่าเราจะแบ่งสิ่งที่เราจะทำเป็นหมวดหมู่ อะใช่แล้วครับถูกต้อง แต่นอกเหนือจากนั้นเขาได้แนะนำมาครับว่า

  • ให้ใช้พลังส่วนใหญ่กับงานที่ “เร่งด่วนและสำคัญ” แล้วก็ส่วนของ “เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ”
  • และพักผ่อนจากงานที่ “ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ”
  • และอย่าทำเป็นไม่สนใจงานที่ “ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ” เพราะมันดีกับจิตใจของคุณ

เอาละครับสูตรนี้ง่ายๆและผมว่าได้ผลง่ายกว่า Get Things Done เป็นกาีรพัฒนาจาก To-Do List นั้นเองซึ่งใช้ง่ายครับ

เพิ่มหรือลดงานดี ?

หลังจากไม่ได้เขียนมาเนิ่นนานตอนนี้ก็สบโอกาสได้เขียนสัที โดยผมก็คิดอะไรเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิตของตัวเรา (productivity) วันนี้เลยจะมาพูดเรื่องเพิ่มหรือลดงานดีั กันครับในทุกๆวันนี้คนเราใช้เวลาไม่เหมือนกันบางคนทำงาน 80% พัก 20% บางก็พักสัก 80% ทำสัก 20% หรืออาจะเปลี่ยนตัวเลขไปตามแต่ละคน วันนี้ผมจึงอยากจะมาเขียนถึงว่าทุกๆวันนี้ เราควรเพิ่มหรือลดงานตัวเองอย่่่างไรดี

ก่อนจะลดหรือเพิ่มงานให้ตัวเองนั้น เราต้องรู้ว่าในแต่ละวันเราได้ทำงานอะไรบ้าง เช่น เขียนโปรแกรม อาบน้ำ ทานข้าว เราต้องพยายามแตกงานที่เราต้องทำอยู่เป็นประจำให้ได้ก่อน เสร็จแล้วเราค่อยมาดูว่าในแต่ละวันเนี้ย เราสามารถเพิ่มงานหรือลดงานของเราได้หรือไม่ส่วนใหญ่ผมว่าลดคงยาก แต่ถ้าทำให้มันเร็วขึ้นอันนี้เป็นไปได้ ดังนั้นมาเริ่มขั้นตอนการเพิ่มหรือลดงานเลยครับผม

  1. เขียนข้อมูลเวลาที่ต้องทำลงไปในตารางเวลา จันทร์ – อาทิตย์ เช่น จันทร์ 9.00-11.00 เรียนเลข
  2. พอจำกัดสิ่งที่ต้องทำลงไปแล้วให้เติมกิจวัตน์ประจำวันลงไป เช่น ทานข้าว , อาบน้ำแปรงฟัน หรืออื่นๆลงไป
  3. พอเราำทำแบบนี้แล้วเราจะได้เวลาที่เหลืออยู่ คราวนี้เราก็มาใส่ข้อมูลเพิ่มไปได้ว่าเราอยากทำอะไร
  4. ในกรณีที่เรามีกิจกรรมที่เราต้องทำอยู่ แต่ไม่ได้ strict ว่าจะต้องทำก็สามารถลดหรือปรับได้ตามต้องการ
  5. ให้มีช่วงเวลาพักทุกๆ 30-60 นาที เป็นเวลา 5-10 นาที เพราะคนเราทำอะไรนานๆไม่ได้จริงๆต้องพักบ้าง
  6. พอทำเสร็จแล้วเราก็จะได้ตารางเวลาใหม่ของเราแล้ว
  7. ลองทำตามตารางเวลาใหม่เป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้วก็ปรับปรุงใหม่ให้เขากับตนเองมากที่สุด

ผมเชื่อว่าคนที่อยากจะพัฒนาตัวเองแล้วลองทำตามที่ผมบอกจริงนั้น อย่างน้อยก็ได้พัฒนาในเรื่องการวางแผนเวลาไม่มากก็น้อย แต่จะเตือนไว้ว่า ถ้าบอกการวางแผนเป็นเรื่องยากแล้ว การทำตามแผนที่วางไว้เป็นสิ่งที่ยากกว่า เพราะบางครั้งเวลาที่ว่างของเรา อาจจะไม่ใช่เวลาว่างเสมอไป พ่อแม่พี่อาจจะพาไปเที่ยวหรือให้ไปหาญาติ หรือไปงานเลี้ยง หรือออกไปทานข้าวกับพ่อแม่ซึ่งบางทีเราวางแผนไม่ได้ตรงเปะซะทีเดียว ดังนั้นให้วางแผนเผื่อเรื่องพวกนี้ด้วย จะได้ชิลๆ วันนี้ผมต้องลาไปก่อนสวัสดีครับบ

Next Page »