<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
><channel><title>DominixZ : Live Smart &#38; Geeky &#187; network</title> <atom:link href="http://www.dominixz.com/blog/tag/network/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.dominixz.com/blog</link> <description>Productivity , Techology News ,Website Review , Web Standard , Live Smart and Geeky</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 16:59:00 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>Bandwidth Management เพื่อโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพ</title><link>http://www.dominixz.com/blog/review/book/bandwidth-management-book/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/review/book/bandwidth-management-book/#comments</comments> <pubDate>Mon, 28 Apr 2008 16:22:55 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[หนังสือ]]></category> <category><![CDATA[bandwidth]]></category> <category><![CDATA[it]]></category> <category><![CDATA[network]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=229</guid> <description><![CDATA[ผมพึงอ่านหนังสือ Bandwidth Management ของค่าย Provision จบไปวันนี้เลยจะมาสรุปเนื้อหาคร่าวๆให้ฟังกันนะครับ โดยเนื้อหาจะเป็นการอธิบายว่าทำไมต้องมีการจัดการ Bandwidth เสร็จแล้วพอพูดถึงทฤษฎีเสร็จ ก็จะเป็นการอธิบายโปรแกรมกว่าครึ่งเล่ม ถ้าถามผมว่าคุ้มไหมก็ขอบอกว่าไม่คุ้มกับราคา 145 บาท (ด้วยความที่ดูหนังสือดูแค่ปก ไม่น่าเลย T-T) ก็ถือว่าได้ความรู้เพิ่มขึ้นนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่มากเพราะผมก็ชอบหาเรื่องพวกนี้อ่านอยู่แล้วใน Internet เอาละผมจะมาสรุปง่ายๆเลยละกันสำหรับทั้งหมดที่ผมอ่านมาทั้งเล่ม   การที่เราจะบริหาร Bandwidth ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเราจะต้องรู้ความต้องการใช้งาน ของแต่ละคนแล้วก็ Application ที่ใช้ซึ่งนั้นรวมถึง Port ของ Application นั้นเสร็จแล้วเราก็มาตั้งกฎว่าการเข้าออกของ Bandwidth ของแต่ละเครื่องเป็นยังไง วัน เวลานี้ให้วิ่งได้สูงสุดเท่าไร เช่น มี Net 512/256kbps วันจันทร์เครื่องคอมของพ่อวิ่งได้ 384/128kbps ส่วนลูกๆอีก 2 คนวิ่งได้คนละ 64/64Kbps แล้วพ่อวันเสาร์ให้พ่อวิ่งได้ 128/128kbps ส่วนลูกๆให้คนละ 192/64kbps แบบนี้เป็นค้น โดยในเล่มจะบอกว่าเราจะต้องวางเจ้าตัว Bandwidth Manager (Application) ไว้ที่ไหนยังไง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignleft" style="float: left;" src="http://www.dominixz.com/blog/images/bandwidthbook.gif" alt="" width="96" height="132" />ผมพึงอ่านหนังสือ <a
href="http://www.provision.co.th/products/book/detailbook.php?isbn=978-974-9742-07-5">Bandwidth Management ของค่าย Provision</a> จบไปวันนี้เลยจะมาสรุปเนื้อหาคร่าวๆให้ฟังกันนะครับ โดยเนื้อหาจะเป็นการอธิบายว่าทำไมต้องมีการจัดการ Bandwidth เสร็จแล้วพอพูดถึงทฤษฎีเสร็จ ก็จะเป็นการอธิบายโปรแกรมกว่าครึ่งเล่ม ถ้าถามผมว่าคุ้มไหมก็ขอบอกว่าไม่คุ้มกับราคา 145 บาท (ด้วยความที่ดูหนังสือดูแค่ปก ไม่น่าเลย T-T) ก็ถือว่าได้ความรู้เพิ่มขึ้นนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่มากเพราะผมก็ชอบหาเรื่องพวกนี้อ่านอยู่แล้วใน Internet เอาละผมจะมาสรุปง่ายๆเลยละกันสำหรับทั้งหมดที่ผมอ่านมาทั้งเล่ม</p><p> </p><p>การที่เราจะบริหาร Bandwidth ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเราจะต้องรู้ความต้องการใช้งาน ของแต่ละคนแล้วก็ Application ที่ใช้ซึ่งนั้นรวมถึง Port ของ Application นั้นเสร็จแล้วเราก็มาตั้งกฎว่าการเข้าออกของ Bandwidth ของแต่ละเครื่องเป็นยังไง วัน เวลานี้ให้วิ่งได้สูงสุดเท่าไร เช่น มี Net 512/256kbps วันจันทร์เครื่องคอมของพ่อวิ่งได้ 384/128kbps ส่วนลูกๆอีก 2 คนวิ่งได้คนละ 64/64Kbps แล้วพ่อวันเสาร์ให้พ่อวิ่งได้ 128/128kbps ส่วนลูกๆให้คนละ 192/64kbps แบบนี้เป็นค้น โดยในเล่มจะบอกว่าเราจะต้องวางเจ้าตัว Bandwidth Manager (Application) ไว้ที่ไหนยังไง วิธีเซ็ตต้องทำอย่างไร แล้วรวมถึงเซ็ตเรื่อง ลำดับความสำคัญ (Priority) ด้วยนะครับ และนี้คือเนื้อหาสรุปของเล่มนี้ ส่วนวิธีการนั้นต้องลองศึกษาจากเล่มนี้ดูครับ</p><p> </p><p>หนังสือเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่ยังไม่มีความรู้เรื่อง Network หรือต้องการหาความรู้ด้านนี้เพิ่มเติมครับผม แต่มันยังไม่ลึกมากนะครับ พออ่านเล่มนี้เสร็จอย่าลืมอ่านพวก Cache Proxy Server เป็นของแถมนะครับ ว่าจะทำให้ระบบเราเร็วขึ้นได้อย่างไร วันนี้มารีวิวกันไปพอสมควร วันนี้ผมต้องลากันไปก่อนแล้วครับ วันหลังจะมารีวิวหนังสือทั้งเรื่องเงิน / IT / ปรัชญา / ธุรกิจ กันให้ทุกท่านอ่านนะครับ <img
src='http://www.dominixz.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /></p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/website/pantip-3g-in-dominixz-style/" rel="bookmark" title="January 30, 2011">ออกแบบ Pantip 3G ในรูปแบบของโดมินิค</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/priority-process-get-the-best-solution-to-solve-delay-program/" rel="bookmark" title="August 21, 2007">Priority Process จัดลำดับความสำคัญเพื่อความเร็วที่เหนือกว่า</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/software/alternate-choice-cfosspeed-traffic-shaper-xp/" rel="bookmark" title="December 18, 2008">Traffic Shaper XP ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากใช้ CFosSpeed</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/review/book/bandwidth-management-book/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>การหา Subnet Mask ให้เหมาะสมกับขนาด</title><link>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/find-subnet-mask-that-fit-your-network-size/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/find-subnet-mask-that-fit-your-network-size/#comments</comments> <pubDate>Fri, 12 Oct 2007 10:12:44 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category> <category><![CDATA[network]]></category> <category><![CDATA[subnet mask]]></category> <category><![CDATA[variable length subnet mask]]></category> <category><![CDATA[vlsm]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/geek-tips/find-subnet-mask-that-fit-your-network-size/</guid> <description><![CDATA[พอดีพึงสอบ Network ไปแล้วเป็นข้อเดียวที่ผมทำไม่ได้เลย ซึ่งผมไม่ได้เข้าใจวิธีแบ่งต่างๆมากมาย เหมือนยังไม่รู้ Concept แล้วผมก็ได้กลับบ้านมาศึกษาดูอีกที ตอนนี้เข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้ว โดยผมหาตัวอย่างดีๆได้ที่หนึ่งครับ แต่ก่อนจะว่าถึงวิธีทำผมจะพูดถึงข้อดีก่อนนะครับ ข้อดีของการทำ Subnet Mask ทำให้เครือข่ายเวลา Broadcast ถามเสียเวลาน้อยกว่ามาก ทำให้แบ่งการใช้งานเป็นหลายๆวงได้ ซึ่งสะดวกต่อการดูแลรักษา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจ่าย Bandwidth ให้กับเครื่อง Client ต่างๆที่อยู่ในระบบ โดย 3 ข้อหลักๆนี้ทำให้เราเห็นประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของ Subnet ได้อย่างมากมายแล้วนะครับ โดย Case ที่ผมยกมาเป็น Case ที่น่าจะทำให้เข้าใจได้ทุกมุมมอง เพราะเป็นการแบ่งย่อย Subnet ลงไปอีกชั้นหนึ่งด้วยลองไปดูกันครับ VLSM ( Variable Length Subnet Mask ) ดังรูปจะเป็นว่า มีวงแลน 3 วงคือ LAN A , LAN B และ LAN C [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>พอดีพึงสอบ Network ไปแล้วเป็นข้อเดียวที่ผมทำไม่ได้เลย ซึ่งผมไม่ได้เข้าใจวิธีแบ่งต่างๆมากมาย เหมือนยังไม่รู้ Concept แล้วผมก็ได้กลับบ้านมาศึกษาดูอีกที ตอนนี้เข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้ว โดยผมหาตัวอย่างดีๆได้ที่หนึ่งครับ แต่ก่อนจะว่าถึงวิธีทำผมจะพูดถึงข้อดีก่อนนะครับ</p><p><strong>ข้อดีของการทำ Subnet Mask</strong></p><ul><li>ทำให้เครือข่ายเวลา Broadcast ถามเสียเวลาน้อยกว่ามาก</li><li>ทำให้แบ่งการใช้งานเป็นหลายๆวงได้ ซึ่งสะดวกต่อการดูแลรักษา</li><li>ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจ่าย Bandwidth ให้กับเครื่อง Client ต่างๆที่อยู่ในระบบ</li></ul><p>โดย 3 ข้อหลักๆนี้ทำให้เราเห็นประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของ Subnet ได้อย่างมากมายแล้วนะครับ โดย Case ที่ผมยกมาเป็น Case ที่น่าจะทำให้เข้าใจได้ทุกมุมมอง เพราะเป็นการแบ่งย่อย Subnet ลงไปอีกชั้นหนึ่งด้วยลองไปดูกันครับ</p><p><strong><u>VLSM ( Variable Length Subnet Mask )</u></strong></p><p><img
src="http://www.msit.mut.ac.th/newweb/images/image_upload/2006024203502ZG.gif" /></p><p>ดังรูปจะเป็นว่า มีวงแลน 3 วงคือ LAN A , LAN B และ LAN C นอกจากนั้นยังมีการเชื่อมต่อ WAN อีก 3 วงครับ ซึ่งจากรูปจะเห็นได้ว่าจำนวน Host ใน LAN A นั้นไม่เท่าชาวบ้านเค้าครับ ถ้าเราออกแบบตามปกติแล้วจะทำให้สูญเสีย IP-Addressที่ LAN A เป็นจำนวน 32 IP Address เลยที่เดียวครับ และที่ WAN นั้นก็จะสูญเสีย IP Address ไปเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน เพราะเวลาแบ่ง Subnet นั้นเราจะได้จำนวน Host แต่ละ Subnet เท่าๆกันครับ ถ้าเราแบ่ง Subnet แบบเดิมเราจะต้องแบ่ง IP Address ออกถึง 6 Subnet เลยทีเดียวเชียวแหล่ะ แต่ทุกอย่างก็ย่อมมีทางแก้นะครับ หลักการที่จะมาช่วยเราได้จะต้องอาศัยหลักการของ VLSM ( Variable Length Subnet Mask ) เข้ามาช่วยครับ แล้วไอ้เจ้า VLSM นี้มันช่วยได้อย่างไรล่ะ ? คำตอบก็คือมันจะทำการแบ่งย่อย Subnet ที่เราแบ่งย่อยไปแล้วอีกครั้ง โดยเลือกแบ่งเฉพาะ Subnet ที่ต้องการ</p><p>ถ้าเราใช้หลักการของ VLSM จะเห็นได้ว่า LAN B และ C มีอย่างล่ะ 60 Host ครับ ส่วน LAN A มีแค่ 30 Host แต่ WAN นั้นใช้แค่ WAN ล่ะ 4 IP Address นั้นคือ IP Interface ระหว่าง Route 2 IP Address ส่วนอีก 2 IP Address เป็น Network Address และ บรอดคลาสต์ ดังนั้นจะเห็นว่าเมื่อเรารวม LAN A , WAN1, WAN2 และ WAN3 แล้วยังได้ไม่เกิน 62 Host ที่กล่าวมาซะมากมายนี่เพียงจะบอกว่าจาก รูบถ้าใช้หลักการของ VLSM แล้วเราจะแบ่ง Subnet ได้ 3 Subnet ครับ</p><p> </p><p>ตอนนี้เรารู้แล้วนะครับว่า เราจะต้องแบ่ง Subnet ออกเป็น 3 Subnet สมมติว่าเรามี IP Address 192.20.18.0 และ Subnet Mask 255.255.255.0 ซึ่งเป็น Class C นั้นเองครับ ตอนนี้เรามาดูว่ามันจะพอกับจำนวน Host ที่เราต้องใช้ทั้งหมดหรือเปล่าครับ จาก IP Address 192.20.18.0 นำมาเขียนเป็นเลขฐาน 2 ซะจะได้<br
/>  </p><p>11000000.00010100.00010010.00000000</p><p> </p><p>ซึ่งจะเห็นได้ว่า Bit ที่เป็น Network Address มี 24 Bit ส่วนที่เป็น Host มี 8 Bit ( สีน้ำตาล ) ดังนั้นเราจะหาจำนวน Host ทั้งหมดได้จากสูตร</p><p>( 2^m)-2=จำนวน Host ทั้งหมด</p><p>เมื่อแทนค่าจะได้</p><p>( 2^8)-2= 254 Host</p><p> </p><p>แต่ที่ต้องลบด้วย 2 เพราะ 192.20.18.0 เป็น Network Address และ IP Address สุดท้ายเป็น บรอดคลาสต์ นั้นคือ 192.20.18.255 ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เรามี IP Address ที่จะใช้งานได้เท่ากับ 254 IP Address ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน ( ใช้งานแค่ประมาณ 180 Host ) ที่กล่าวมานี้เป็นการคำนวณจำนวน Host ทั้งหมดโดยไม่แบ่งเป็น Subnet แต่ที่เราจะใช้งานเราจะต้องแบ่งเป็น Subnet โดยสามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ<br
/> <strong>ขั้นตอนการคำนวณ</strong></p><p>หาจำนวน Bit ที่ Network Address จะต้องยืมจาก Host Address โดยใช้สูตร</p><p>2^x &gt;=จำนวน Subnet ที่เราต้องการ</p><p>จากตัวอย่างเราจะได้ 2^2=4 ก็แสดงว่า เราจะต้องยืม 2 บิตจาก Host Address<br
/> <strong>จำนวน Host ทั้งหมดที่สามารถที่จะใช้งานได้</strong></p><p>( 2^n ) &#8211; 2 = Host ทั้งหมดที่จะใช้งานได้<br
/> ซึ่งค่า n เป็นจำนวนบิตของ Host ที่เหลือจากถูก Network Address ยืมไปแล้ว</p><p>จากตัวอย่างจำนวนบิตของ Host Address ถูกยืมไป 2 จาก 8 ดังนั้นจำนวนบิตหลังจากแบ่ง Subnet จึงเหลือแค่ 6 บิต ซึ่งจะได้ ( 2^6 )-2 = 62 Host ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจครับ เพราะเราต้องการแค่ Subnet ล่ะ 60 Host เท่านั้น</p><p>หา Subnet Mask ได้โดยเขียน Subnet Mask ของ 255.255.255.0 ให้อยู่ในเลขฐาน 2 แล้วบวก 2 บิตที่ยืมมาจาก Host Address ซึ่งจะได้</p><p>1111 1111.1111 1111.1111 1111.0000 0000<br
/> <u>0000 0000.0000 0000.0000 0000.1100 0000</u><br
/> จะได้เท่ากับ</p><p>1111 1111.1111 1111.1111 1111.1100 0000<br
/> จากนั้นจึงแปลงกลับเป็นฐานสิบจะได้ เท่ากับ 255.255.255.192</p><p>คราวนี้ก็มาถึงการแจกแจงการแบ่ง Subnet ครั้งแรกครับ ตารางนี้ยังไม่เกี่ยวกับ VLSM เพราะฉะนั้นจำนวน Host ในแต่ละ Subnet จะเท่ากันทั้งหมด ขั้นตอนการแบ่งได้ดังตาราง</p><table
border="1" width="80%" cellPadding="0"><tr><td
width="73">Subnet Number</td><td
width="83">Network Address</td><td
width="51">บิตยืม</td><td
width="120">Host</td><td
width="130">IP Address</td><td
width="154">Subnet Mask</td><td
width="319">Comment</td></tr><tr><td
rowSpan="7">1</td><td
rowSpan="7">192.20.18.</td><td>00</td><td>00  0000</td><td>192.20.18.0</td><td>255.255.255.192</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 1</td></tr><tr><td>00</td><td>00 00001</td><td>192.20.18.1</td><td>255.255.255.192</td><td>IP Address เริ่มต้นของ Subnet 1</td></tr><tr><td>00</td><td>00 0010</td><td>192.20.18.2</td><td>255.255.255.192</td><td>-</td></tr><tr><td>00</td><td>00 0011</td><td>192.20.18.3</td><td>255.255.255.192</td><td>-</td></tr><tr><td
colSpan="5">แจกแจงไปจนถึง</td></tr><tr><td>00</td><td>11 1110</td><td>192.20.62</td><td>255.255.255.192</td><td>IP Address สุดท้ายของ Subnet 1</td></tr><tr><td>00</td><td>11 1111</td><td>192.20.18.63</td><td>255.255.255.192</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 1</td></tr><tr><td
rowSpan="7">2</td><td
rowSpan="7">192.20.18.</td><td>01</td><td>00 0000</td><td>192.20.18.64</td><td>255.255.255.192</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 2</td></tr><tr><td>01</td><td>00 0001</td><td>192.20.18.65</td><td>255.255.255.192</td><td>IP Address เริ่มต้นของ Subnet 2</td></tr><tr><td>01</td><td>00 0010</td><td>192.20.18.66</td><td>255.255.255.192</td><td>-</td></tr><tr><td>01</td><td>00 0011</td><td>192.20.18.67</td><td>255.255.255.192</td><td>-</td></tr><tr><td
colSpan="5">แจกแจงไปจนถึง</td></tr><tr><td>01</td><td>11 1110</td><td>192.20.18.126</td><td>255.255.255.192</td><td>IP Address สุดท้ายของ Subnet 2</td></tr><tr><td>01</td><td>11 1111</td><td>192.20.18.127</td><td>255.255.255.192</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 2</td></tr><tr><td
rowSpan="7">3</td><td
rowSpan="7">192.20.18.</td><td>10</td><td>00 0000</td><td>192.20.18.128</td><td>255.255.255.192</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 3</td></tr><tr><td>10</td><td>00 0001</td><td>192.20.18.129</td><td>255.255.255.192</td><td>IP Address เริ่มต้นของ Subnet 3</td></tr><tr><td>10</td><td>00 0010</td><td>192.20.18.130</td><td>255.255.255.192</td><td>-</td></tr><tr><td>10</td><td>00 0011</td><td>192.20.18.131</td><td>255.255.255.192</td><td>-</td></tr><tr><td
colSpan="5">แจกแจงไปจนถึง</td></tr><tr><td>10</td><td>11 1110</td><td>192.20.18.190</td><td>255.255.255.192</td><td>IP Address สุดท้ายของ Subnet 3</td></tr><tr><td>10</td><td>11 1111</td><td>192.20.18.191</td><td>255.255.255.192</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 3</td></tr><tr><td
rowSpan="7">4</td><td
rowSpan="7">192.20.18.</td><td>11</td><td>00 0000</td><td>192.20.18.192</td><td>255.255.255.192</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 4</td></tr><tr><td>11</td><td>00 0001</td><td>192.20.18.193</td><td>255.255.255.192</td><td>IP Address เริ่มต้นของ Subnet 4</td></tr><tr><td>11</td><td>00 0010</td><td>192.20.18.194</td><td>255.255.255.192</td><td>-</td></tr><tr><td>11</td><td>00 0011</td><td>192.20.18.195</td><td>255.255.255.192</td><td>-</td></tr><tr><td
colSpan="5">แจกแจงไปจนถึง</td></tr><tr><td>11</td><td>11 1110</td><td>192.20.18.254</td><td>255.255.255.192</td><td>IP Address สุดท้ายของ Subnet 4</td></tr><tr><td>11</td><td>11 1111</td><td>192.20.18.255</td><td>255.255.255.192</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 4</td></tr></table><p>เมื่อเราได้ Subnet มาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงหน้าที่ของ VLSM แล้วครับ จะเห็นได้ว่า เราได้ Subnet มาทั้งหมด 4 Subnet แต่ที่เราต้องการนั้นจริงๆมีแค่ 3 Subnet แล้ว Subnet ที่เหลืออีก 1 Subnet นี่จะเอาไปทำอะไร คำตอบก็คือ ไม่ต้องเอาไปทำอะไร เก็บไว้เผื่ออนาคตมีการขยาย ก็สามารถนำ Subnet ที่เหลือไปใช้งานได้ครับ ตอนนี้ผมจะทำการแบ่ง Subnet ที่ 4 เพื่อจัดให้ LAN A ซึ่งต้องการใช้ Host แค่ 30 Host ( เหลือ 1 IP เพราะ Subnet ที่ 4 เมื่อแบ่งเป็น 2 Subnet จะได้ Subnet ล่ะ 31 Host ) ส่วนอีก 31 Host ที่เหลือจะนำไปใช้กับระบบ WAN</p><p>อาจจะมีคนถามว่าทำไมต้องแบ่ง Subnet ที่ 4 ล่ะ Subnet อื่นแบ่งไม่ได้หรอ คำตอบก็คือแบ่งได้ทุก Subnet แหล่ะครับ ถ้าเราต้องการ แต่ที่ผมแบ่ง Subnet ที่ 4 เพราะว่า Subnet ที่ 1 &#8211; 3 และ Subnet ที่ 4 ( 31 Host แรก ) ผมจะกำหนดให้ใช้งานสำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วๆไป ครับ ส่วน 31 Host หลังของ Subnet ที่ 4 จะใช้สำหรับ Interface WAN นั้นเองครับ จุดประสงค์หลักๆ คือต้องการแบ่ง IP Address ออกเป็นหมวดหมู่นั้นเอง เพื่อง่ายต่อการแก้ไข เวลามีปัญหานะครับ</p><p>จาก Subnet ที่ 4 จะได้ค่า Network Address เป็น IP 192.20.18.192 และ Subnet Mask เป็น 255.255.255.192 หลักการทำก็ทำเหมือนเดิมทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นทุกอย่างครับ โดยเราต้องการ 2 Subnet เพื่อแบ่งเป็น Subnet ล่ะ 31 Host ซึ่งจะได้ดังตาราง</p><table
border="1" width="267" cellPadding="0"><tr><td
width="52">Subnet Number</td><td
width="64">Network Address</td><td
width="57">บิตยืมครั้งที่ 1</td><td
width="57">บิตยืมครั้งที่ 2</td><td
width="67">Host</td><td
width="66">IP Address</td><td
width="97">Subnet Mask</td><td
width="202">Comment</td></tr><tr><td
rowSpan="6">4.1</td><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>0</td><td>0 0000</td><td>192.20.18.192</td><td>255.255.255.224</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 4.1</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>0</td><td>0 0001</td><td>192.20.18.193</td><td>255.255.255.224</td><td>IP Address เริ่มต้นของ Subnet 4.1</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>0</td><td>0 0010</td><td>192.20.18.194</td><td>255.255.255.224</td><td>-</td></tr><tr><td
colSpan="7">แจกแจงไปจนถึง</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>0</td><td>1 1110</td><td>192.20.18.222</td><td>255.255.255.224</td><td>IP Address สุดท้ายของ Subnet 4.1</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>0</td><td>1 1111</td><td>192.20.18.223</td><td>255.255.255.224</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 4.1</td></tr><tr><td
rowSpan="6">4.2</td><td>192.20.18</td><td>11</td><td>1</td><td>0 0000</td><td>192.20.18.224</td><td>255.255.255.224</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 4.2</td></tr><tr><td>192.20.18</td><td>11</td><td>1</td><td>0 0001</td><td>192.20.18.225</td><td>255.255.255.224</td><td>IP Address เริ่มต้นของ Subnet 4.2</td></tr><tr><td>192.20.18</td><td>11</td><td>1</td><td>0 0010</td><td>192.20.18.226</td><td>255.255.255.224</td><td>-</td></tr><tr><td
colSpan="7">แจกแจงไปจนถึง</td></tr><tr><td>192.20.18</td><td>11</td><td>1</td><td>1 1110</td><td>192.20.18.254</td><td>255.255.255.224</td><td>IP Address สุดท้ายของ Subnet 4.2</td></tr><tr><td>192.20.18</td><td>11</td><td>1</td><td>1 1111</td><td>192.20.18.255</td><td>255.255.255.224</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 4.2</td></tr></table><p>จากตารางสามารถอธิบายได้ดังนี้ การยืมบิตครั้งที่ 2 เป็นการยืมเพื่อแบ่ง Subnet 4 เป็น 2 ส่วนๆล่ะ 31 Host ซึ่ง Network Address 192.20.18.192 จะต้องยืม Host Address 1 บิต จากสูตร 2^1 &gt;=2 ส่วน Subnet Mask นั้นคิดเหมือนเดิมคือ แปลงเป็นฐานสองก่อนซึ่ง Subnet Mask ของ Subnet 4 คือ 255.255.255.192 แปลงเป็นฐานสองบวกด้วยบิตที่ยืมเพิ่มอีก1 จะได้ดังนี้ครับ</p><p>1111 1111.1111 1111.1111 1111.1100 0000<br
/> <u>0000 0000.0000 0000.0000 0000.0010 0000</u><br
/> 1111 1111.1111 1111.1111 1111.1110 0000</p><p>เมื่อแปลงกลับเป็นฐานสิบจะได้ 255.255.255.224</p><p>เสร็จไปแล้วสำหรับ IP Address สำหรับ LAN ต่อไปจะกล่าวถึงการทำ Subnet ของ WAN ซึ่งต้องการเพียงแค่ 3 Subnet เราจะทำการแบ่ง Subnet ที่ 4.2 ออกเพื่อใช้ใน WAN แต่ถ้าเราแบ่งแค่ 3 Subnet จะทำให้สูญเสีย IP Address บาง IP ไปเปล่าๆ เพราะในการ Interface ของ WAN นั้นใช้ IP แค่ 4 IP เท่านั้นคือ Interface 2 , Network Address 1 และ Broadcast 1 เท่านั้น ซึ่งถ้าแบ่งเป็น 3 Subnet จะต้องยืม 2 บิต ทำให้ Host เหลือ 3 บิตคิดเป็นจำนวน Host ได้ 2^3=8 จะเห็นได้ว่า ถ้าแบ่ง 3 Subnet จะได้ Subnet ล่ะ 8 Host ซึ่งเราจะใช้แค่ 4 Host แล้วที่เหลือก็จะไม่สามารถนำไปใช้งานได้ นอกจากนี้ Subnet ที่ 3 ที่เราออกแบบในตอนแรกจะใช้งานได้ยาก เพราะว่า เราจะได้ Subnet แค่ 4 Subnet จากการแบ่งย่อย Subnet ที่ 4.2 ซึ่งดังรูปเราจะต้องใช้ 3 Subnet เหลือ 1 Subnet จะเห็นได้ว่า Subnet 3 จะใช้งานได้ลำบาก หรืออาจจะต้องไปทำ VLSM ของ Subnet 3 เพื่อขยาย WAN อีกทำให้สิ้นเปลือง IP</p><p>ดังที่กล่าวพรรณามาเสียยืดยาวเพื่อจะบอกว่า ผมจะยืม IP Host 3 บิต เพื่อจะให้แต่ละ Subnet มี 4 Host ครับผลการทำได้ดังตารางด้านล่างครับ</p><table
border="1" width="80%" cellPadding="0"><tr><td
width="54">Subnet Number</td><td
width="66">Network Address</td><td
width="59">บิตยืมครั้งที่ 1</td><td
width="59">บิตยืมครั้งที่ 2</td><td
width="60">บิตยืมครั้งที่ 3</td><td
width="78">Host</td><td
width="68">IP Address</td><td
width="101">Subnet Mask</td><td
width="215">Comment</td></tr><tr><td
rowSpan="4">4.2.1</td><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>000</td><td>00</td><td>192.20.18.224</td><td>255.255.255.252</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 4.2.1</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>000</td><td>01</td><td>192.20.18.225</td><td>255.255.255.252</td><td>Interface 4.2.1</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>000</td><td>10</td><td>192.20.18.226</td><td>255.255.255.252</td><td>Interface 4.2.1</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>000</td><td>11</td><td>192.20.18.227</td><td>255.255.255.252</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 4.2.1</td></tr><tr><td
rowSpan="4">4.2.2</td><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>001</td><td>00</td><td>192.20.18.228</td><td>255.255.255.252</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 4.2.2</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>001</td><td>01</td><td>192.20.18.229</td><td>255.255.255.252</td><td>Interface 4.2.2</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>001</td><td>10</td><td>192.20.18.230</td><td>255.255.255.252</td><td>Interface 4.2.2</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>001</td><td>11</td><td>192.20.18.231</td><td>255.255.255.252</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 4.2.2</td></tr><tr><td
rowSpan="4">4.2.3</td><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>010</td><td>00</td><td>192.20.18.232</td><td>255.255.255.252</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 4.2.3</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>010</td><td>01</td><td>192.20.18.233</td><td>255.255.255.252</td><td>Interface 4.2.3</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>010</td><td>10</td><td>192.20.18.234</td><td>255.255.255.252</td><td>Interface 4.2.3</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>010</td><td>11</td><td>192.20.18.235</td><td>255.255.255.252</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 4.2.3</td></tr><tr><td
colSpan="9">ทำการแจกแจง 4.2.3 ถึง 4.2.7 ซึ่งใช้หลักการเหมือนกันเพียงแต่ไล่บิตยืมที่ 3</td></tr><tr><td
rowSpan="4">4.2.8</td><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>111</td><td>00</td><td>192.20.18.252</td><td>255.255.255.252</td><td>ไม่ใช้เป็น Network Address ของ Subnet 4.2.8</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>111</td><td>01</td><td>192.20.18.253</td><td>255.255.255.252</td><td>Interface 4.2.8</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>111</td><td>10</td><td>192.20.18.254</td><td>255.255.255.252</td><td>Interface 4.2.8</td></tr><tr><td>192.20.18.</td><td>11</td><td>1</td><td>111</td><td>11</td><td>192.20.18.255</td><td>255.255.255.252</td><td>ไม่ใช้เป็นบรอดคลาสต์ของ Subnet ที่ 4.2.8</td></tr></table><p>คราวนี้มาดูความพยายามของเราที่ทำมาแต่ต้นมาใช้กับรูปข้างบน สามารถสรุปได้ดังรูปด้านล่างครับ</p><p><img
src="http://www.msit.mut.ac.th/newweb/images/image_upload/2006024203513jY.gif" /></p><p>อ้างอิงจาก <a
href="http://www.msit.mut.ac.th/newweb/phpfile/show.php?Qid=140">http://www.msit.mut.ac.th/newweb/phpfile/show.php?Qid=140</a> โดยผมขอทิ้งท้ายไว้นะครับถึงปัจจุบัน Technology จะมีการแจก IP ให้โดยตรงเองแล้ว แต่ถ้าเรามีการทำ Subnet Mask อย่างดีจะทำให้ Network ของเราเร็วกว่าปัจจุบันได้มาก ส่วนใหญ่การแบ่ง Subnet Mask จะนำไปแบ่งในการทำวง Lan ในร้านเกมนะครับ ส่วนผู้ใช้ตามบ้านการแบ่ง Subnet Mask อาจจะไม่ได้ใช้สะส่วนมากครับ</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/website/website-review-freehostiacom-free-great-host-with-no-ads/" rel="bookmark" title="July 9, 2007">Freehostia.com ใครว่า host ฟรีและดีไม่มีในโลก</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/life-talk/happy-songkran-day-2551/" rel="bookmark" title="April 12, 2008">ขอให้สนุกสนานกันในวันปีใหม่ไทยกันนะครับ</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94-zitaexe-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/" rel="bookmark" title="February 11, 2009">กำจัด Zita.exe แบบลูกทุ่ง</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/find-subnet-mask-that-fit-your-network-size/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>8</slash:comments> </item> </channel> </rss>
<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Minified using disk: basic
Page Caching using disk: basic (User agent is rejected)
Database Caching using disk: basic

Served from: www.dominixz.com @ 2012-02-10 05:47:40 -->
