วันชิวๆกับ Shutdown Day ของโดมเอง ;)

กับการร่วมกิจกรรม Shutdown Day เลยมาโพสว่าผมไปทำอะไรมามั่งใน Shutdown Day เนื้อหาสาระไม่มีแน่ในโพสนี้ 5555+ เริ่มแรกหลังจากก่อนที่จะเข้าสู่ Shutdown Day พอดีผมต้องลงทะเบียนเรียนของ มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ ก็เลยตื่นขึ้นมา 8.30 ลงทะเบียนอะไรต่างๆ + ไรท์หนังออกมาดูก็เสร็จประมาณ 10 โมงหลังจากนั้นก็เลยเข้าสู่ ShutDown Day โดยสมบูรณ์ (ไม่เปิด Computer 1 วันเต็มๆ) เริ่มแรกด้วยการอาบน้ำดูหนังเรื่อง “ผีตาหวานกับอาจารย์ตาโบ๋” ก่อนเลย

life talk pheetawarn thumbหนังเรื่องนี้เป็นหนังตลก ที่ตลกธรรมดาตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็สนุกดี ความขำให้ประมาณ 6/10 แต่หนังทำโดยรวมก็ดูขำๆได้สบายๆเลย โดยเป็นเรื่องราวของหมอผีกรรมลอ กับลูกทีมมาหากินกับชาวบ้าน โดยแกล้งทำเกิดเรื่องผีๆกับชาวบ้านเพื่อที่จะให้มาใช้งาน “อาจารย์โบ๋” แต่แล้ว

ก็ดันมีผีจริงๆ ซึ่งอาจารย์โบ๋ ก็ทำอะไรไม่ได้แต่แล้วแต่รอดหนังเรื่องนี้ก็โย้งกันจนได้เรื่องว่าจริงๆผีที่เจอเคยมีอดีตกับ เจ้าของโต๊ะหวย นั้นเอง เรื่องราวจะขำแค่ไหน จะสนุกหรือไม่ก็ต้องให้คนอ่าน ไปลองดูกันเองเลยครับผม

ต่อมาหลังจากดูหนัง DVD เสร็จเพื่อนก็ได้โทรมาบอกออกไปดูหนังกันไอ้เราด้วยความที่ว่างใน Shutdown Day รีบบอกโอเค Let’s go เลยไปที่เซ็นทรัลลาดพร้าว (ซึ่งปกติไปบ่อยอยู่แล้ว) ไปดูเรื่อง Iron Man แต่ก่อนจะเข้าไปดู Iron Man นั้นก็แวะกินข้าวก่อน โดยเที่ยวนี้กินชุด Mc Chicken Party Set คนเดียวหมดไป 199 บาทเลย (ไม่คุ้มอย่างแรง) นึกว่าจะอร่อย สรุปไม่คุ้มฟันธง

life talk img 6465life talk img 6466

life talk ironman thumbอย่างที่เห็นในรูปนะครับก็มี Nugget , Burger , ไก่ทอด แ้ล้วก็ไก่ไม่มีกระดูก ไม่ค่อย Work เท่าไรแต่ก็อิ่มนะ :D เสร็จแล้วพอกินข้าวเสร็จก็ไปดูหนังเรื่อง Iron Man จองหนังก่อนรอเพื่อนมา Late เข้าไปหนังฉายไปแล้ว 2-3 นาทีก็ OK ไม่เป็นไรเพราะนิดเดียวแล้วแถมมันย้อนให้ดูเลยยังเข้าใจเนื้อเรื่องอยู่ หนังทำ Special Effect และเนื้อเรื่องได้น่าสนใจอย่างมาก แต่มันยังไม่สนุก (อย่างว่ามันต้องปูเนื้อเรื่องก่อนให้คนเข้าใจ) แต่แน่นอนผมว่าภาค 2 มันต้องสนุกแน่ๆเลย (มั่งนะ) ดูเสร็จก็ 4 โมงกว่าแล้วก็ไปเดินเล่นซื้อของ โดยเดือนนี้ซื้อของให้ตัวเองซะเลยซื้อ Scrubb ของ Smooth E มาใช้ ตอนกลางคืนลองใช้แล้วดีมากๆ ชอบเลยติดใจ (อันเล็ก 179 บาทแนะ)

เสร็จแล้วเราไม่รอช้า ตอนเย็นไปกินข้าวก่อนนึกว่าจะกลับตั้งแต่ตอนนั้นและ เลยไม่รู้จะกินอะไรเพื่อนอยากกิน Mc ก็เลยไปกิน Mc อีกคราวนี้ประหยัดซื้อไ่ก่ Pepper 2 ชิ้น หมดไป 40 บาทแหะๆ แต่สุดท้ายก็ผิดขาดเืพื่อนมันบอกไม่ไป Central World แล้วพอเพื่อนบอกงี้เราก็ไปชิวสิครับ ก็ไปร้อง Karaoke ต่อเลย ร้องกันสนุกมากแต่เสียใจด้วยนะครับ ไม่มี Clip มาฝากแหะๆ

life talk img 6491life talk img 6482life talk img 6490

เข้าไปร้องกัน 10 กว่าเพลงโดยมี บาส , ต่อ , โดม(ผมเอง) เรียงตามลำดับภาพ ร้องเพลงอินไปนิด (เพื่อนถ่ายให้) เสร็จแล้วพอร้อง Karaoke เสร็จก็ไปเดินเล่นที่ Union Mall ใกล้ๆเซ็นทรัลลาดพร้าวกันชิลๆ คนที่เพิ่มมามีโจ๊กกับเจมส์ (ซ้ายโจ๊กขวาเจมส์)

life talk union malllife talk inandout

เสร็จแล้วก่อนจะไปชิลก็ไปซื้อ In & Out ให้แม่สำหรับเอาไปไหว้อากงอาม่า ก่อนที่เราจะไปชิวต่อกันที่ร้านบาร์ตรงข้าม Union Mall กันต่อโดยร้านก็เปิดเพลงชิลๆของกินอร่อย ราคาก็ปกติของร้านพับ / บาร์

life talk lastimage

โดยผมก็นั่งจิบเบียร์ คุยกันเรื่อยๆกับเพื่อนๆจนเกือบเที่ยงคืนก็นั่ง Taxi กลับบ้านก็จบแล้วครับสำหรับ Shutdown Day ของผมชิวกันสุดๆจริงๆไม่ได้ถ่ายรูปข้าวผัดทะเลจานละ 150 บาทแต่ปริมาณกินได้ 4 คนเลยทีเดียวกุ้งเยอะ ปลาหมึกอร่อย ;)

ปล. โพสนี้ไม่สนับสนุนให้คนอ่านดื่มแอลกอฮอล์นะครับ :D

กฎง่ายๆสำหรับการเก็บเงิน

กฎง่ายๆที่ทุกคนก็ทำได้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ โดยผมดัดแปลงจากชีวิตจริงของผม แล้วก็ผสมกับแนวคิดของคนอื่นที่ผมเคยอ่านมากันนะครับ โดยวิธีง่ายๆเลยนะครับ เก็บ 10% ของเงินที่ได้ ครับผม เช่น ได้วันละ 100 ก็เก็บวันละ 10 บาทเป็นต้นนะครับ ผมจะลองคำนวณเล่นๆให้ดูว่าถ้าเก็บตั้งแต่อายุ 5 ขวบเมื่อ 20 จะมีเงินเท่าไร

  • ตอนอายุ 5-10 ขวบได้วันละ 20 บาทไม่ได้ในวันเสาร์และอาทิตย์และวันหยุดต่างๆ ตกเฉลี่ย 1 ปีได้เงินประมาณ 230 วัน จะได้เงินเป็น 230 x 20 = 4,600 บาทใน 1 ปีและถ้า 5 ปีคือ 4,600 x 5 = 23,000 บาทเก็บ 10% ได้ = 2,300 บาท
  • อายุ 10-15 ปีได้วันละ 50 บาทคำนวณเหมือนเดิมครับเอาง่ายๆ 230 วันเหมือนเดิมจะได้เงินปีละ 230 x 50 = 11,500 x 5 = 57,500 และ 10% คือ 5,750 บาท
  • อายุ 15-20 ได้วันละ 100 บาทเก็บ 10% เหมือนเดิมคิดเหมือนเดิม 230 x 100 = 23,000 x 5 = 115,000 เก็บ 10% คือ 11,500

เอาแค่นี้รวมทั้งหมดคือ 2,300 + 5,750 + 11,500 = 19,550 จะเห็นว่า 20 ปีเราสามารถเก็บเงินได้ประมาณเกือบ 2 หมื่นบาทด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาจจะดูเหมือนค่าน้อยเหลือเกิน แต่ถ้าคุณมีรายได้เดือนละ 30,000 ละ? 10% = 3,000 x 12 x 5 = 180,000 ครบ 5 ปีก็ได้ 180,000 แล้วยังไม่รวมดอกเบี้ยอีก เอะแต่ผมยังไม่จบเท่านี้นะเรามาดูกันต่อ เสร็จแล้วถ้าเรานำไปลงทุนในออมทรัพย์แบบฝากประำจำ ก็น่าจะได้ดอกเบี้ยที่ปีละั 2-3% แล้วกี่ปีละเงินถึงจะ Double ไปเท่าตัว ?

 

ถ้าปล่อยเงินนั้นทิ้งไว้เฉยๆ เช่น 100 บาทในอัตราดอกเบี้ย 2% (สมมุตินะครับ) พอผ่อนไป 1 ปีจะได้เป็น 102  บาทปีที่ 2 จะได้ 104.04 บาทและปีไปเรื่อยๆ (มีสูตรแต่ผมไม่รู้อะ คำนวนไปเรื่อยให้แทนนะครับ) โดยผมคำนวณมาคร่าวๆอยู่ที่ประมาณ 30 กว่าปีครับโห้แก่งักกันไปเลยทีเดียว แต่ถ้าเราลงทุนอยู่ในพวกตราสารหนี้แทนละ (การลงทุนมีความเสี่ยง) จะอยู่ประมาณที่ 5-7% หรืออาจจะมากกว่าครับ แล้วคราวนี้เราจะ Double เงินเราภายในกี่ปีละเอาที่ 5% ละกันอย่างมากคิดง่ายๆก็ 20 ปีจริงไหมละครับ

 

แค่นำเงิน 10% มาใช้เงินต่อเงิน แค่นี้คุณอาจจะมีเงินหมื่นตั้งแต่อายุ 20 และอาจจะมีเงินแสนเมื่ออายุ 25 จากเงินลงทุนเพียง 10% ของท่านเอง ;) ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ถ้าหัดเป็นนิสัยตอนที่คุณมีงานทำแล้ว เงิน 10% เนี้ยและจะช่วยคุณได้มากเลย แล้วอย่าเผลอนำเงิน 10% มาใช้หมดละเดียวต้องเก็บกันใหม่อีก วันนี้ผมลาไปก่อนครับ อยากให้ทุกคนมีเงินเก็บ ซื้อของที่ทุกคนอยากได้กันนะครับ ;)