Search results for "feed"

อยู่กินในสภาวะน้ำท่วม

เนื่องจากกทม. ตอนนี้ก็มีจุดเสี่ยงเยอะขึ้นแล้วมันก็ใกล้เข้ามาถึงบ้านผมละ ก็เลยเขียนไว้สักหน่อย กันลืมว่าต้องทำอะไรบ้าง

show idea

จาก Mindmap นี้ด้วยความขี้เกียจของเราเลยย่อยได้อีกว่า สำคัญสุดๆคือ น้ำ , ไฟ และห้องส้วมดังนั้นเลยย่อยได้ดังนี้ สำหรับการเตรียมตัวครั้งนี้สำหรับผู้ที่ไม่ถึงขั้นต้องอพยพแล้วต้องอยู่บ้าน โดยใครที่ยังท่วมไม่มากก็อาจจะลองทำตาม Style ผมก็ได้นะครับแต่มันแพงหน่อย เดียวผมข้อพูดเป็นขั้นๆละกันครับ

อุปกรณ์

  • แบตเตอรี่ 12 โวลท์ จากรถยนต์ + Inverter ครับเอามาทำตามนี้ครับ http://hilight.kapook.com/view/53204 โดยยิ่งเยอะยิ่งดีครับหรือเครื่องปั่นไฟ / Solar Cell หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้ได้ไฟฟ้า
  • สายยาง , โอ่ง / กระละมัง / ขวดอะไรก็ได้ที่เก็บน้ำได้เยอะๆ
  • ไม้ขีดไฟ , เทียน , ไฟฉาย + Battery
  • เครื่องกรองน้ำครับ (แบบดีๆได้ยิ่งดี) +กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า
  • อาหาร เช่น มาม่า , ข้าวสาร , ทูน่ากระป๋อง / ขนม (โดยตุนไว้ประมาณ 14-30 แล้วแต่ผลกระทบที่ท่านคาดว่าจะโดน)
  • ถุงดำ Size ใหญ่ยิ่งเยอะยิ่งดี + กระดาษทิชชู่ยิ่งเยอะยิ่งดี
  • SwissArmy Knife / นกหวีด
  • Microwave  / หม้อหุงข้าว
  • เรือหรือแบบ Handmake แบบนี้show idea  296379 289440404416851 100000526817217 1078222 1891780857 n 259x300

หลักๆก็น่าจะประมาณนี้ครับส่วนที่เหลือก็พวกยารักษาโรค แล้วก็สิ่งที่คิดว่าจำเป็นสำหรับตัวท่านเอง เช่น ถ้ากลางคืนอากาศหนาวก็อย่าลืมผ้าห่มนะครับ

วิธีการอยู่

สมมุติเหตุการณ์ว่าผมติดอยู่ในบ้านน้ำท่วมไปไหนไม่ได้ แต่ผมได้เตรียมอุปกรณ์ไว้หมดแล้วจะทำยังไงนะครับ รวมไปถึงขนาดที่ว่าน้ำประปาไม่ไหล อย่างแรกคือไปตักน้ำแล้วใช้สายยางต่อเข้ากับเครื่องกรองน้ำเสร็จแล้วก็เอ ภาชนะมารองฝั่งที่กรอง ต่อแบตเตอรี่กับ + Inverter เพื่อให้มีไฟฟ้าแล้วก็กรองน้ำให้เสร็จเอาแบบทำทีละเยอะๆเลย (อย่าลืมทำความสะอาดภาชนะก่อนด้วย) พอเสร็จแล้วก็เอาน้ำที่ได้ มาต้มอีกทีถ้าไม่มั่นใจการกรองน้ำ ส่วนน้ำที่เหลืออยู่ก็ให้เอาอะไรมาปิดฝาเพื่อไม่ให้มีอะไรลงไปในน้ำ

เสร็จแล้วเวลาทำอาหารก็ถ้ามีกาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า ก็เสียบไฟแล้วก็ต้มน้ำไปทำมาม่ากินไป ถ้ามาม่าหมดทำข้าวกินแล้วมีไมโครเวพก็สบายเลยใช้สูตรนี้ – http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=puianddeb-today&month=06-2008&date=11&group=6&gblog=16 ส่วนคนที่ไม่มีทั้งไมโครเวพและหม้อหุ้งข้าว อาจจะต้องลำบากหน่อยนะครับเพราะมันคือทำแบบยุคเก่า http://www.gotoknow.org/blogs/posts/274554 ผมไม่ขอบรรยายเพราะมันยากไปสำหรับผม

ส่วนที่ผมบอกว่าให้เอาภาชนะที่เก็บน้ำได้เยอะๆไม่ใช่อะไรหรอกนะครับ เอามารองน้ำฝน แต่ถ้าเตรียมตัวก่อนได้เลยคือเอาน้ำประปาที่ถ้ายังเปิดได้อยู่รองน้ำไว้ก่อนเลยครับ สุดท้ายถ้าหมดอย่าลืมไปรองน้ำฝนนะครับ ต่อให้มันอาจจะดื่มไม่ได้ซะทีเดียวแต่เอาไว้อาบน้ำได้ก็ยังดีใช่ไหมละครับ

เรื่องเข้าห้องน้ำเป็นเรื่องใหญ่มากๆๆๆๆ แน่นอนครับสิ่งที่สำคัญที่สุดคือถุงดำกับกระดาษทิชชู่เวลาเบายังไม่เท่าไร แต่เวลาถ่ายหนักเนี้ยสิเรื่องใหญ่ โดยผมมีวิธีง่ายๆคือเอาถุงดำยัดโถส้วมแล้วก็แบะออกข้างๆครอบที่นั่งโถส้วม แล้วก็ถ่ายหนักไปเอากระดาษเช็ดเอาครับ เสร็จแล้วก็ทำการมัดถุงแล้วเก็บให้เรียบร้อย

สรุป

สุดท้ายถ้ามันไม่ไหวจริงๆก็อพยพดีกว่าครับเพราะชีวิตสำคัญกว่าสิ่งของนะครับ เป็นห่วงทุกคนครับขอให้รอดจากวิกฤตคราวนี้กันทุกคนนะครับ ขอให้พระคุ้มครองครับ

ปล. ณ ตอนนี้ขอให้เชื่อใน ทหาร , รัฐบาล และคนจัดการน้ำครับ เพราะสิ่งที่ผมฟังมาคือเราระบายน้ำออกอ่าวไทยได้แค่วันละ 100-300 ลูกบาศเมตร แต่ปริมาณน้ำคือประมาณ 10,000 ลูกบาศเมตรครับ ดังนั้นที่เขาทำคันกั่นน้ำเพื่อที่จะชะลอความเสียหาย เพราะต่อให้ท่วมทุกที่เท่ากันหมดมันก็ระบายน้ำได้เท่าเดิมแต่สิ่งที่ลำบากคือ การช่วยเหลือคนอื่นทำได้ยากขึ้นทั้งการส่งข้าวส่งน้ำ , ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งคนแก่ คนเจ็บ คนป่วย ที่ต้องให้การช่วยเหลือเร่งด่วนก็เป็นไปได้ช้าถ้ามันท่วมทั้งเมือง ขอให้คนที่เข้ามาอ่านเข้าใจเรื่องนี้ด้วยนะครับ

ปล2. ถึงคนกรุงเทพฯ สิ่งของของท่านที่อยู่ชั้นหนึ่งให้ยกขึ้นไปอยู่ชั้นสองได้เลยครับ ไม่ต้องรอเขาเตือนกันไว้ดีกว่าแก้ครับ เสียแรงย้ายของหน่อย ดีกว่าเสียใจที่ของพังโดยเราไม่ทำอะไรเลย

[Mac] HJSplit รวมไฟล์ 001,002,003 เข้าด้วยกัน

mac experience

ใครสนใจจะ merge ไฟล์เช่น file.avi.001 , file.avi.002 , file.avi.003 ฯลฯ ไปโหลดโปรแกรมจากที่นี้ได้เลย http://www.hjsplit.org/java/ ใช้ได้หมดทุก Platform ที่มี Java

คำแนะนำของผมสำหรับ IT Startup

ได้ อ่านบทความนี้ ก็เลยคั่นมืออยากจะมา Share มุมมองของตัวเองบ้าง โดยผมมองที่ตัวบุคคลกับ Platform เป็นหลักโดยจริงๆแล้วปัจจัยที่ทำให้การลงมือสร้างธุรกิจอะไรแล้วสำเร็จนั้นนอกเหนือจากการทำ Business Model ที่ชัดเจนก่อนเริ่มแล้วนั้น เราจะต้องมีคนมาดำเนินการเรื่องเหล่านั้นโดยบุคคลหลักๆสำหรับการทำ IT Startup โดยเน้นช่วงในการสร้างธุรกิจขึ้นมาในช่วง 1 ปีแรก เท่าที่ผมมีประสบการณ์ + ดูจากเพื่อนๆที่เริ่มธุรกิจด้วยกันมีดังนี้

Great Coder

คนเขียนโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพ โดยต้องสามารถวางรากฐานและสามารถทำ Product ที่เป็นแค่ความคิดให้เกิดขึ้นจริงได้ครับ คนนี้สำคัญที่สุดก็ว่าได้ โดยถ้าเขาสามารถทำเรื่อง Server ได้ด้วยก็จะลดปัญหาในการเริ่มต้นไปได้มากโข่ทีเดียว

Business Analyst & Improvement

คนนี้ถือว่าสำคัญที่สุดในการเริ่มทำธุรกิจมากเลย เพราะส่วนใหญ่แล้วที่บริษัทสู้บริษัทใหญ่ไม่ได้ก็เพราะ ทุนที่น้อยกว่า แต่ต้องการทำงานให้ได้เยอะ โดยไม่พัฒนาส่วนที่ทำให้ใช้คนน้อยลง แล้วก็ทำให้งานเร็วขึ้น ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนชี้เป็นชี้ตายได้เลยว่า คุณจะอยู่รอดในระหว่างที่คุณต้อง “ทำงานคุณภาพราคาถูก” รึเปล่า

Accounting

แน่นอนครับปัญหาสำหรับคนเปิดบริษัทนั้นก็คือเรื่อง ภาษี และการจ่ายเงินถ้าไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยจะกลายเป็นว่าโดนปรับภาษีเยอเลยที เดียว ส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่มีใครทำบัญชีจ้าง Outsource เถอะครับดีกว่าเยอะ แต่เลือกบริษัทดีๆนะยอมจ่ายมากกว่าหน่อยแต่เรื่องปวดหัวน้อยลงคุ้มกว่าครับ โดยถ้าจ้างบัญชีเลยสิ่งที่เราควรจะได้จากการจ้างบัญชีคือการเรียบเก็บเงิน ให้เราด้วย โดยเราก็คุมอยู่ห่างๆ แต่ให้เขาเป็นคนเรียกเก็บเงินจะได้ลดงานไปด้วย (สำหรับคนเริ่มต้นทำผมแนะนำว่าให้จ้าง Outsource แล้วก็เรียนรู้ไปด้วยครับ ให้เข้าใจเรื่อง หักภาษี ณ ที่จ่าย , Invoice  (ใบเรียกเก็บเงิน), Purchase Order (PO,ใบสั่งซื้อ) คืออะไร แล้ว Credit Term เท่าไร)

Sales , Marketing and Connection

ถ้าคุณไม่ได้ทำ SaaS (Software as a Service) ที่ทำทุกอย่างผ่าน Online จะต้องมีคนเป็นคนออกไปคุยกับรู้ค่าและขายของหรือปกติในไทยจะชอบเรียกว่า AE (Account Executive) ซึ่งคนๆนี้ไม่จำเป็นต้องมีในตอนแรก แต่คนที่เป็นเจ้าของจะต้องทำในส่วนนี้เป็นไม่ว่าคนใดคนหนึ่ง ซึ่งต้องหัด Present ไปด้วยในตัวยกเว้นของเราจะ Unique แล้วดีจริงลองอ่าน Presentation Zen ดูครับ

ส่วน Marketing กับ Connection ผมขอพูดรวมกันครับ ในเรื่องของ Marketing ลองไปอ่านดูได้ที่นี้ครับ ซึ่งเราทำ Marketing นั้นนอกจากควรจะเริ่มตั้งแต่ก่อนจะเปิดบริษัทแล้วการสร้างตัวตนบนโลก Online ถือว่าเป็นการ Marketing ที่ถูกที่สุดแล้ว ดังนั้นถ้าธุรกิจคุณเป็น Product Innovation ขอให้ช่วงแรกเน้นไปทำ Product ให้ดีโดยใช้ Marketing ในการเปิดตัวแล้วเก็บ Feedback ครับสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “Feedback และ Requirement” อย่าพึงคิดว่าของคุณดี เพราะต่อให้ดีจริงแต่อาจจะไม่ตรงตามที่ตลาดต้องการ นี้เป็นสาเหตุที่เราต้องมี Great Coder !

Consult & Outsourcing

สุดท้ายการที่เรามี Connection ไว้ไม่ใช่เพียงแค่หาคนคุยทำธุรกิจกันอย่างเดียว ในเวลาที่เราต้องการใครสักคนมาเติ่มเต็มในส่วนที่บริษัทเราขาด ก็จะได้หาคนที่เชื่อใจได้โดยผมบอกตรงๆว่าการใช้ Consult และ Outsourcing คือส่วนหนึ่งที่คนบริหารต้องหัดใช้บริการบ้างอย่างเช่น ผมรู้ว่าธุรกิจผมมาถึงจุดที่ต้องใช้ Server Admin แล้ว แทนที่ผมจะจ้างเป็นพนักงานประจำผมจ้างเป็นครั้งๆในการ Consult ถ้าในกรณีที่เราทำได้ แต่ขาด Vision เพราะเราจ้าง Consult เพราะต้องการ Vision ของเขา

แต่เราก็ต้องตีกรอบ Consult เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเรา ส่วนการ Outsourcing คือสิ่งที่เราคิดว่าเราทำได้ยากและเสียเวลา แต่มันอยู่ใน Process งานของเรา เช่นของผมคือ Design ! ดังนั้นผมเลยใช้การจ้างคนอื่นทำแทนเป็นต้น ค้นหาจุดแข็งจุดอ่อนของธุรกิจให้เจอ และอย่าลืมใช้ Consult กับ Outsource นะครับ

== Secret Conclusion ==

แน่นอนเส้นทางในการทำ Startup ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ขั้นแรกขอให้ตั้งใจและพยายามโดยถ้าจะทำให้ Startup ไม่ล้มง่ายๆคุณควรจะมี Co-Founder ด้วยเพราะเมื่อคนหนึ่งท้อแท้อีกคนจะได้ช่วยพยุ่งเราขึ้นมาจากความท้อแท้นั้น มันง่ายกว่าการทำคนเดียวเยอะ !! (แต่การหา Co-Founder ที่เหมาะกับเราต้องเหมาะทั้งจริต + สไตล์การทำงานที่เราขาดด้วย) ขอพูดต่ออีกนิดเพราะไม่อยากจะจบเหมือนบทความทั่วไป ปกติคนเรามักจะคิดว่า “เริ่มทำธุรกิจอย่าพึงนึกถึงตอนจบ เพราะมันจะพากันล่ม” อันนี้ก็จริงส่วนหนึ่งครับ

แต่สำหรับชีวิตคนๆหนึ่งอย่างผมก็ต้องมีวันแก่ วันป่วย วันเจ็บและวันตาย แน่นอนครับ Vision ที่ผมมองกับธุรกิจผมตั้งแต่ตอนเริ่มคือ “ธุรกิจนี้จะต้องดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีผม” ซึ่งจะว่าไปแล้วมันเหมือนต้องเหนื่อยสามครั้งนั้นเอง 1. คือการที่ทำให้ Product ที่มีเราขายได้ 2. พัฒนา Product ให้ตรงตามลูกค้ามากขึ้น 3. พัฒนาระบบให้คนในทีมใช้ง่าย เพื่อผมจะไม่ได้ไม่ต้องทำมันแล้วอีกต่อไป ซึ่งเรื่องการพัฒนาระบบให้ทีมใช้ง่ายนั้นถือว่าอยู่ในลำดับต้นๆของการมี Programmer ไว้ทำงานที่นี้

เพราะผมเชื่อว่า ถ้าวันนี้คนในทีมยังต้องเหนื่อยมากในการทำอะไรเดิมๆ เมื่อถึงวันหนึ่งคุณจะไปตันทางด้าน “ต้นทุน/เวลา” และ “ความเครียด” ทำให้ยิ่งเหมือนมีบริษัทแล้วยิ่งไม่มีความสุข แล้วนั้นคือสาเหตุที่คุณออกจากงานประจำรึเปล่า ? แน่นอนครับผมไม่ใช่คนทะเยอทะยานเท่าไร แนวทางในการทำบริษัทคือ “มีเวลา มีตังใช้ แล้วทุกคนได้เติบโต” นี้คือมุมมองส่วนหนึ่งจากการได้มาเปิดบริษัทเองครับ show idea sme  icon smile

« Previous PageNext Page »