เพิ่มหรือลดงานดี ?
หลังจากไม่ได้เขียนมาเนิ่นนานตอนนี้ก็สบโอกาสได้เขียนสัที โดยผมก็คิดอะไรเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิตของตัวเรา (productivity) วันนี้เลยจะมาพูดเรื่องเพิ่มหรือลดงานดีั กันครับในทุกๆวันนี้คนเราใช้เวลาไม่เหมือนกันบางคนทำงาน 80% พัก 20% บางก็พักสัก 80% ทำสัก 20% หรืออาจะเปลี่ยนตัวเลขไปตามแต่ละคน วันนี้ผมจึงอยากจะมาเขียนถึงว่าทุกๆวันนี้ เราควรเพิ่มหรือลดงานตัวเองอย่่่างไรดี
ก่อนจะลดหรือเพิ่มงานให้ตัวเองนั้น เราต้องรู้ว่าในแต่ละวันเราได้ทำงานอะไรบ้าง เช่น เขียนโปรแกรม อาบน้ำ ทานข้าว เราต้องพยายามแตกงานที่เราต้องทำอยู่เป็นประจำให้ได้ก่อน เสร็จแล้วเราค่อยมาดูว่าในแต่ละวันเนี้ย เราสามารถเพิ่มงานหรือลดงานของเราได้หรือไม่ส่วนใหญ่ผมว่าลดคงยาก แต่ถ้าทำให้มันเร็วขึ้นอันนี้เป็นไปได้ ดังนั้นมาเริ่มขั้นตอนการเพิ่มหรือลดงานเลยครับผม
- เขียนข้อมูลเวลาที่ต้องทำลงไปในตารางเวลา จันทร์ – อาทิตย์ เช่น จันทร์ 9.00-11.00 เรียนเลข
- พอจำกัดสิ่งที่ต้องทำลงไปแล้วให้เติมกิจวัตน์ประจำวันลงไป เช่น ทานข้าว , อาบน้ำแปรงฟัน หรืออื่นๆลงไป
- พอเราำทำแบบนี้แล้วเราจะได้เวลาที่เหลืออยู่ คราวนี้เราก็มาใส่ข้อมูลเพิ่มไปได้ว่าเราอยากทำอะไร
- ในกรณีที่เรามีกิจกรรมที่เราต้องทำอยู่ แต่ไม่ได้ strict ว่าจะต้องทำก็สามารถลดหรือปรับได้ตามต้องการ
- ให้มีช่วงเวลาพักทุกๆ 30-60 นาที เป็นเวลา 5-10 นาที เพราะคนเราทำอะไรนานๆไม่ได้จริงๆต้องพักบ้าง
- พอทำเสร็จแล้วเราก็จะได้ตารางเวลาใหม่ของเราแล้ว
- ลองทำตามตารางเวลาใหม่เป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้วก็ปรับปรุงใหม่ให้เขากับตนเองมากที่สุด
ผมเชื่อว่าคนที่อยากจะพัฒนาตัวเองแล้วลองทำตามที่ผมบอกจริงนั้น อย่างน้อยก็ได้พัฒนาในเรื่องการวางแผนเวลาไม่มากก็น้อย แต่จะเตือนไว้ว่า ถ้าบอกการวางแผนเป็นเรื่องยากแล้ว การทำตามแผนที่วางไว้เป็นสิ่งที่ยากกว่า เพราะบางครั้งเวลาที่ว่างของเรา อาจจะไม่ใช่เวลาว่างเสมอไป พ่อแม่พี่อาจจะพาไปเที่ยวหรือให้ไปหาญาติ หรือไปงานเลี้ยง หรือออกไปทานข้าวกับพ่อแม่ซึ่งบางทีเราวางแผนไม่ได้ตรงเปะซะทีเดียว ดังนั้นให้วางแผนเผื่อเรื่องพวกนี้ด้วย จะได้ชิลๆ วันนี้ผมต้องลาไปก่อนสวัสดีครับบ
| Tweet |
เนื้อหาคล้ายกันที่น่าสนใจ

ขอบคุณครับ จะนำไปใช้ในการบริหารเวลาครับ พักนี้ทำงานไม่ค่อยทันเลย แถมขี้เกียจด้วย
สถานที่ที่เหมาะสมก็มีส่วนต่อการที่เราจะทำได้ตามที่วางแผนหรือไม่ครับ
ว่าไหมครับ แยกเป็นข้อย่อยๆก็ได้แก่
สุขภาพ
บรรยากาศ
แสง
เสียง
อุณหภูมิ
ความชื้น
ความปลอดโป่ง ระยะทอดสายตา
ความคึกคักรอบๆ
ความอุ่นใจมีคนที่รักหรือครอบครัวอยู่รอบตัว
^^
ออกจะดูเหมือน sensitive แต่ทุกคนก็ต้องได้รับผลกระทบจากเรื่องเหล่านี้ไม่มากก็น้อยละนะ
เห็นด้วยครับ
เรื่องพวกนี้เป็นเรื่อง sensitive แต่ก็มีผลจริงๆและ