[โน๊ตสรุป] นวัตกรรม eCommerce

เนื่องจากได้ดูวีดีโอบน Youtube ของ mcotdotnet แล้วไปเจอหัวข้อน่าสนใจคือนวัตกรรม eCommerce เลยทำโน๊ตสรุปไว้ดังนี้ครับ

  1. ใช้วิดีโอมาช่วย วีดีโอทำให้คนเห็นภาพและมุมในหลายๆมุม แล้วใน video เราก็ทำลิงค์ที่คลิกเข้าไปได้ มากกว่านั้น video ยังเชื่อมโยงกับ blog เช่น winelibrary.com โดยลิงค์ blog เข้า video แล้วเขาก็เขียนข้อมูลว่า wine ควรกินกับ cheese
  2. Customer Service เช่น Shipping ไปกลับฟรี , มีการ Training Customer Service , มีการทำ service โดยบอกข้อมูลว่ามีการ return สินค้าเท่าไร และเพราะอะไร (มีการทำ Social Review)

    เว็บไซต์ตัวอย่างที่ทำได้ดีตัวอย่าง zappos.com , shoeline.com

  3. ใช้ Experience จริงๆมาช่วยในการขาย เช่น เวลาเลือกสินค้าเราสามารถหมุนดูสินค้าได้ แล้วแสดงให้เราเห็นว่าซื้อไปเราจะเอาไปใช้อย่างไร หรือจัดให้เหมาะกับชุดไหน

    เว็บไซต์ตัวอย่างที่ทำได้ดีตัวอย่าง davidsbridal.com , oneida.com , mydeco.com

  4. Multi Story Telling ตัวอย่างคือมีสินค้าอยู่ 200 หมวด ก็เลยเปิดไปเลย 200 domain เพื่อแต่ละหมวด คือช่วยได้ในเรื่อง SEO , SEM
  5. User interface การออกแบบต้อง Usability ดี , Flow ในการใช้งานราบรื่นและสมเหตุสมผล
    เว็บไซต์ตัวอย่างที่ทำได้ดีตัวอย่าง endless.com
  6. Navigation คือทำยังไงให้การเปลี่ยนจาก page ไป page นั้นง่ายและเห็นได้ง่าย ทั้งการใช้ Text , รูป (ก็อยู่ในส่วนหนึ่งของ Usability ควรทำ Sitemap ไว้ก่อนเลย)
  7. การวางกลยุทธ์ให้ลูกค้าได้มองเห็น Design , Packaging , ราคา , รูปภาพ เขาเรียกว่า Merchantdising ถ้าเกิดมีการคิดพวกนี้มาเป็นอย่างดี User ก็สามารถใช้งานได้ง่าน โดยจะต้องเห็น Clickstream เป็นยังไง viewing pattern เป็นยังไง เก็บ history ว่าลูกค้าเคยซื้ออะไรไป , แล้วก็การแนะนำสินค้าให้กับลูกค้าได้

    เว็บไซต์ตัวอย่างที่ทำได้ดีตัวอย่าง  martinandosa.com

  8. social shopping คือการรวม social networking เข้ามาใน shopping ได้เช่นการทำ comment , twitter หรืออื่นๆ เช่น การทำการขายบน Facebook
  9. Customer Loyalty ก็คือการให้ลูกค้าซื้อสินค้าแล้ว  มีความสุขแล้วอยากกลับมาซื้ออีกหรือมีแรงจูงใจที่จะกลับมาซื้ออีก เว็บไซต์ที่ทำได้ดีเลยคือ amazon.com

 

สรุปแบบสั้นโคตรๆอีกครั้ง

  1. ใช้ Video
  2. Customer Service
  3. มีการให้คำแนะนำลูกค้า แบบเห็นภาพ (Visual)
  4. การแบ่งเว็บไซต์เป็นหลายๆไซต์ (ทำเป็น Niche)
  5. การออกแบบ UI ให้ง่าย Usability ดี , Look and feel , tone สี , font ต่างๆ
  6. Navigation ให้ใช้ง่ายใช้ยาก ปุ่มวางตรงไหน เห็นได้ง่ายหรือเปล่า
  7. สินค้า ! ต้องทำให้ลูกค้ามองสินค้าได้ง่ายๆ ทั้ง Design , Package , ราคา (ตัวอย่างคือ Apple)
  8. Social Shopping ให้มีคำแนะนำของลูกค้าคนอื่นกับ product นี้
  9. Customer Loyalty คือการทำยังไงให้ลูกค้ามาซื้อซ้ำและไม่เปลี่ยนไปใช้ของคู่แข่ง เช่น ซื้อ 10 ครั้งฟรี 1 ครั้งเป็นต้น

จริงๆผมเป็นคนชอบสรุปเนื้อหาเองอยู่แล้วครับ ถ้าทุกท่านชอบก็มา Comment บอกกันจะได้ทำเรื่อยๆนะครับ =D

ตลาดที่รอ Programmer ไปทำเงิน

หลังจากที่เราเป็น Programmer มาหลายปีก็มาลองคิดดูแล้วว่า Programmer อย่างเราเนี้ยที่ทำการตลาดไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะเอาไปขายยังไง แต่เราสามารถสร้างผลงานที่คนหลายคนอยากใช้ได้ วันนี้ผมเลยมาแนะนำตลาดที่รอ Programmer อย่างเราไปตักตวงเงินกลับมาใช้ที่บ้าน เพียงแต่คุณอาจจะต้องเรียนรู้อะไรใหม่สักหน่อย

  • Facebook Application มีลูกค้า 350 ล้านคนที่ใช้ Facebook และหา Application หรือ Game ที่่จะทำให้ชีวิตเขาใน Facebook ดีขึ้นรวมถึง Game ที่จะเล่นกับเพื่อนๆ
  • ThemeForest มี member อยู่ถึง 3 แสนคนโดยคุณสามารถทำ Theme หรือเขียน Code ไปขายได้ แต่ต้องผ่านมาตรฐานของเขาสะก่อน
  • iPhone & iPod Touch Application (iTunes App Store) ถ้าคุณอยากทำ App บน iPhone ขายละก็ Apple มีที่ขายดีๆอย่าง App Store ซึ่งสามารถเข้าได้ผ่าน iTunes อยู่แล้วเพียงแต่ทำยังไงให้ Program เราผ่านคนคัดกรองของเขาละ
  • Android Market หากคุณเขียน Java เป็นมาศึกษาต่ออีกหน่อยทำ Android App ละก็ถึงตอนนี้ตลาดยังไม่ใหญ่มากแต่เชื่อเถอะครับอีก 2-3 ปีมันก็จะเป็น Mass Product ได้ไม่ยากเมื่อ Android ไปอยู่บนอุปกรณ์หลายๆอย่างมากกว่ามือถือ!!

นอกเหนือจากนี้ยังมีที่ทำเงินอีกมากมายรอคุณค้นหากัน อย่าปล่อยให้งานประจำมากำหนดรายได้ของคุณ เราสามารถทำ App เล่นๆส่งไปขำๆอาจจะทำเงินก็เป็นได้ ไม่ต้องคิดแพงแค่ 0.99$ มีคนซื้อสัก 1,000 คนก็ 999$ ละหรือเกือบ 3 หมื่นบาท ก็เป็นรายได้เสริมที่ดีไม่น้อยนะครับ XD

วิธีทำให้ iTunes ดู Music / Movies / TV Shows / Podcasts และ Audiobooks ได้

เนื่องจากผมเคยประสบปัญหาว่าทำไมหัวหน้าผมดูรายการดีๆต่างๆบน iTunes ได้แล้วทำไมที่บ้านผมมันดูไม่ได้หว่า ทำไมมันมีแต่ App Store กับ iTunes U แล้วอันอื่นๆละ ?? หาตาม Internet ก็ไม่เจอ

สรุปผมเลยลองเปลี่ยนสัญชาติเป็น United States โดยเข้าไปที่ Edit -> Preferences ไปที่ Parental Control แล้วเปลี่ยน Ratings for เป็น United States แค่นี้ก็ทำให้ดูได้แล้วครับ ถ้าไม่ได้แปลว่าคุณอาจจะเคย Login ด้วย Account ไทยบน iTunes แล้วทำให้มัน Disabled ของพวกนี้ทิ้งวิธีคือ Login เข้าไปผ่าน Sign in ทางด้านขวาบนของ iTunes Store เสร็จแล้วก็กด Account กด Change Country เป็น US เสร็จแล้วก็กด Change Country มันจะมีเมนูเพิ่มขึ้นมาเมื่อได้เพิ่มแล้วเราก็ออก Sign Out ได้เลยครับแล้ว อย่า Sign in เข้าไปใหม่เพราะมันจะกลับมาเหมือนเดิม แต่ถ้าคุณเผลอเข้าไปแล้วก็ทำใหม่ได้ครับชิลๆ

และไหนๆก็ไหนๆละแนะนำ Podcasts ที่ผมดูไปด้วยเลยดีกว่าผมดู Podcasts ดังนี้ครับซึ่งเนื้อหาก็ไม่พ้นเกี่ยวกับ Gadgets , Internet และ Computer ครับ

  • Diggnation
  • Tekzilla
  • Geekbrief.tv
  • Gadget Pr0n
  • Hak5
  • MacBreak
  • AppJudgment
  • Doctype
  • The Engadget Show

ถ้าใครมีรายการเจ๋งๆก็แนะนำผมบ้างนะครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นเกี่ยวกับ Computer ก็ครับ XD

ThothSpace Party ครั้งที่ 1

ทุกคนคงรู้ดีว่าตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่ Thothmedia หรือ Duocore.tv นั้นเอง แล้วนี้คือปาร์ตี้ครั้งแรกที่จัดอย่างเป็นทางการสำหรับปีใหม่ + คริสต์มาส โดยผมก็ได้เก็บรูปบรรยากาศมาฝาก ซึ่งเป็นงานปาร์ตี้ที่สนุกเลยทีเดียว

life talk IMG 5382 thumb ข้อต้อนรับสู้ ThothSpace

life talk IMG 5427 thumb 
พี่ๆทุกคนกำลังสนุกกันที่บาร์ TwittBkk

life talk IMG 5398 thumb 
ครูกุ๊กงานนี้พี่ @molek นั้นเอง

life talk IMG 5389 thumb
DJ ของเราพี่บอย @daewoojaa

life talk IMG 5412 thumb 
พี่กล้า @nytonkla ของเราวันนี้ต้องมาเสิร์ฟเองกันเลยทีเดียว

life talk IMG 5423 thumb 
เครื่องดื่มที่เราดื่มกันมากที่สุดวันนี้

life talk IMG 5434 thumb 
จบงานนี้คือของมึนเมาที่เสียหายทั้งหมด

ยังมีอีกหลายๆคนที่มาร่วมงานกันสนุกกันมากๆ จริงๆแล้วผมได้ทำ Live ผ่าน LiveStream ด้วยถ้าคราวหน้าผม Live ผมก็จะบอกผ่านทาง Twitter นะครับโดยปกติแล้วมันคือลิงค์นี้ครับ Dominixz’s LiveStream ถ้าคุณสังเกตุจากรูปแล้วจะมี Smirnoff สีน้ำเงินวางอยู่ด้วย เจ้านี้ตัวดีเลยไม่มีกลิ่น รสชาติเบาบางแต่ Alcohol 50% เลยทีเดียวกินไปเรื่อยๆเมาไม่รู้ตัวนะ ก็มาฝากบรรยากาศงานสร้างสรรค์นี้ ต้องรับคริสต์มาส และปีใหม่ ฉลองกันให้สนุก แต่เมาแล้วไม่ขับนะครับ เดียวจะเอาบรรยากาศแล้วเรื่องราวที่ผมไปจีนมาฝากกันในตอนต่อๆไปนะครับ ซึ่งอาจจะกินหลายบล็อคหน่อย (ใครอ่าน Blog ผมจะเข้าใจดีว่าผมมั่วไปเรื่อยๆเกี่ยวกับการ Blog)

 

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขในคริสต์มาสและขึ้นปีใหม่นะครับ ^^

สิ่งใดเหล่าที่ทำให้เวลาคุณหายไป ?

หลังจากที่ไม่ได้อัพมานานแล้ว วันนี้ผมขอหยิบเรื่องเวลามาเล่นหน่อยก็แล้วกัน เนื่องจากดูตัวเองแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม เวลาเราถึงหายไป แล้วทำไมหนังสือที่เราอยากอ่านแล้วเราไม่ได้อ่านสักที หรือสิ่งที่อยากทำก็ไม่ได้ทำ ทำไมเวลาแต่ละวันมันหมดไปเร็วซะจริงๆ แต่เมื่อผมเอามาวิเคราะห์จริงๆแล้วความจริงก็คือ

  • ผมใช้เวลาไปกับ Social Network เพื่อการผ่อนคล้ายหรือคุยกะเพื่อนอะไรก็แล้วแต่
  • ผมต้องการอ่านข้อมูลทั้งหมดที่ไหล่เข้ามาทั้งจาก Feed , Twitter ฯลฯ ทำให้ผมต้องเสียเวลาอ่านมาก
  • ฝืนตัวเองทั้งๆที่เหนื่อยแล้วก็ควรพักผ่อนก่อน แล้วค่อยมารับสื่อ แต่เลือกที่จะรับก่อนแล้วค่อยไปนอน
  • เราไม่รู้ตัวเองว่าจะทำอะไร ก็เลยเผาเวลาไปเรื่อยๆกับอะไรทั้งหลาย

หลังจากคิดและวิเคราะห์ได้ว่ามาจากเรื่องเหล่านี้ ผมก็วิเคราะห์ลงไปอีกว่าอันจริงๆแล้วสิ่งใดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เวลาหายไปโดยแท้จริง

  • เราไม่รู้ตัวเองว่าจะทำอะไร ก็เลยเผาเวลาไปเรื่อยๆกับอะไรทั้งหลาย
  • ผมต้องการอ่านข้อมูลทั้งหมดที่ไหล่เข้ามาทั้งจาก Feed , Twitter ฯลฯ ทำให้ผมต้องเสียเวลาอ่านมาก

ผมคิดดูแล้ว 2 ข้อนี้และที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เวลาผมหายไปอย่างมาก เพราะด้วยนิสัยที่อยากรู้ไปหมด พอมีข้อมูลมาก็เลยอ่านหมด ทั้งๆที่ควรเลือกอ่าน แล้วก็อีกอย่างคือไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี เพราะพอกลับบ้านแล้วก็รู้สึกอยากพักผ่อนทั้งๆที่ก็ไม่ได้ไปพักผ่อนแต่เป็นการทำอะไรกระจุกกระจิกไปเรื่อย ดังนั้นผมมีแผนที่จะปรับสักหน่อยก็คือ

  • ลดจำนวนแหล่ง Feed ที่แค่ “อยาก” อ่าน
  • ใช้ To-Do List กับ Calendar ให้มากขึ้น
  • กำหนดเวลาด้วยไม่งั้นจะเพลินไปกับอะไรก็ไม่รู้ (ด้วย Calendar)

สรุปวันนี้ก็คือถ้าท่านอยากรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่่ทำให้เวลาท่านหายไป

  1. วิเคราะห์ตัวเองว่าแต่ละวันเราหมดเวลาไปกับอะไร
  2. จดออกมาเป็นข้อๆ
  3. วิเคราะห์ลึกลงไปอีกว่าอะไรคือสาเหตุหลักๆ
  4. คิดทางแก้
  5. ดำเนินการแก้ไข

ผมจะไม่แนะนำ Tools อะไรเป็นพิเศษเพราะผมเชื่อว่าทุกคนชอบไม่เหมือนกันแต่ผมจะบอกตัวที่ผมคาดว่าจะเอามาใช้ก็คือ Ta-Da-List , Google Calendar 2 ตัวก็พอแล้วมั่งครับ =D

« หน้าก่อนนี้หน้าถัดไป »