บทเรียนเรื่องหุ้นครั้งใหญ่
หลังจากเศรษกิฐช่วงนี้ไม่ีดีหนักทำให้ตลอดหุ้นล่วงละนาว ด้วยความที่เป็นเด็กและความรู้จิดเดียว ยังกระแดะเล่นเองไม่ปรึกษาใคร วิเคราะห์เอง ลงทุนเองเงินที่ลงไปก็ประมาณ 120,000 บาทมาจากเงินเก็บเองประมาณ 80,000 บาทส่วนอีก 40,000 นั้นแม่มีหุ้นอีกตัวแม่บอกไม่ค่อยได้ดูเลยโอนมาให้ แล้วเราก็ขายมาเป็นทุนของตัวเอง ความผิดพลาดครั้งใหญ่คือความเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเอง ขาดสติและความนึกคิดถึงความเป็นจริงคิดเอง เออเอง ไม่คิดถึงความเป็นจริงโดยโอกาสที่พลาดนั้นมาก่อนก็คือ
ครั้งแรกตอนซื้อหุ้น DTAC ด้วยความอยากซื้อ อารมณ์ตอนนั้นยังกำไรอยู่และคิดว่าเออๆซื้อไปเพราะตอนนี้ในพอร์ตก็ยังไม่มีหุ้นอยู่ในมือเลยซื้อเลยดีกว่า (วันนั้นเป็นวันศุกร์) ทั้งที่ตอนมองแล้วมันไม่น่าเสี่ยงที่จะซื้อเพราะ ราคาหุ้น DTAC ขึ้นไปสูงแล้วจากตอนแรก 43 เป็น 53 ภายในเวลาเพียงเดือนกว่าๆเท่านั้น (เพิ่มขึ้น 20% แล้ว) แต่ความอยากมีหุ้นในพอร์ตแล้วมั่นใจใน DTAC ก็เลยซื้อไป
- ข้อผิดพลาดครั้งนี้ ก็คือการไม่ยอมเชื่อในความเป็นจริง แล้วไม่เชื่อการวิเคราะห์ของตัวเองเอาแต่จะได้หุ้นมาในครอบครอง
หลังจากซื้อมาแล้วหุ้นก็ตกลงมาเรื่อยๆ ซึ่งเราก็รอๆๆกะว่าสักวันมันต้องขึ้นทะยานกลับไปที่เดิม ซึ่งเป็นฝันลมๆแล้งๆนะตอนนั้นเพราะ ไม่ได้ใช้ข้อมูลในการตัดสิน เพียงแต่ใช้ความรู้สึกมาคาดเดาว่ามันต้องขึ้น ไม่ได้ดูว่าตลาดตอนนั้นผู้คนกำลังเริ่มเทขายกันไปแล้ว จนกระทั้งลงมาถึง 41 บาทจนได้ตัดใจขาย ทำให้ติดลบไป (23%) ทำให้เงินที่ตอนแรกได้มากำไรแล้วนั้นยังขาดทุนไปอีก โดยกำไรนั้นมาจากเล่นหุ้นตัวอื่นด้วย ซึ่งไม่มากถึง 23%
- ข้อผิดพลาดครั้งนี้ก็คือความเสียดาย และสร้างความหวังไปในสิ่งที่เราควบคุมเองไม่ได้ ทำให้สุดท้ายเราเสียมากกว่าที่ควรจะเสีย
ล่าสุดหลังจากมีข่าวเรื่องพันธมิตรมานานก็ห่างหายจากไปจากตลาดนานพอสมควร แต่แล้วก็มีอยู่วันหนึ่งแม่มาพูดเรื่องหุ้นให้ฟังว่าน่าจะควรซื้อไว้ เสร็จแล้วเราก็เหมือนอยากซื้อก็เลยเข้าไปซื้อ 2 ตัวโดย 2 ตัวนั้นก็คือ PTT กับ PTTEP เสร็จแล้วช่วงนั้นก็ขึ้นๆลงๆสักพัก ก็ไม่ได้คิดอะไร เสร็จแล้วก็มาถึงอีกตัวหนึ่งที่ซื้อก็คือ TRUE !! โดยเจ้า TRUE นั้นที่ซื้อก็เพราะคิดว่าราคามันต่ำกว่าเดิมมากเลยน่าซื้อโดยตอนนั้นซื้ออยู่ที่ 2 บาทกว่าๆ แต่พอซื้อแล้วก็ไม่ได้ติดตาม จนกระทั่งวันนี้แต่ก็เตรียมรับชะตาอยู่แล้วว่ามันต้องลด แต่ไม่คิดว่าจะลดมากขนาดนี้ โดยตอนนี้ผมก็ติดลบไปอีก 34% ซึ่งรวมๆแล้วก็เสียเงินจากเรื่องหุ้นอย่างเดียวตอนนี้ก็รวมๆอยู่ที่
55,000 บาท
โดยคราวนี้ความผิดอยู่ที่จิตใจที่ไม่มั่นคงทั้งๆที่รู้อยู่ว่าควรซื้อหุ้นตอนที่เรื่องมันจบไปแล้ว แล้วค่อยกลับมาซื้อจากขาดทุนคราวแรกไป 23% รวมกับคราวนี้ 34% ก็เลยหมดเงินไป 55,000 บาทดีนะที่ครั้งหลังยังซื้อไม่หมดจำนวนวงเงินเลยยังโดนไม่เต็มแต่ก็เกือบๆเต็มดังนั้นถ้าใครคิดจะเล่นหุ้น “จงเชื่อกลไกตลาด จงเชื่อเทคนิคจากหนังสือ จงเชื่อในสภาวะหุ้นไม่ใช่ตัวหุ้น จงวิเคราะห์การเมือง” และอย่าให้กิเลสมาเป็นตัวทำให้คุณไขว้เขว้และลงมือซื้อไปอย่างไร้สติ
| Tweet |
เนื้อหาคล้ายกันที่น่าสนใจ

ใบ้หวยให้ตัวนึงครับ UMS
อย่าพึ่งซื้อเลยนะ แนะนำให้ศึกษาก่อนครับ
ปล. ผมมีหุ้นตัวนี้ครับ อาจจะ bias ได้
ขอบคุณครับที่แนะนำ ไว้ผมต้องลองศึกษาดูบางละ