วิธีเด็ดๆ 15 ข้อที่ทำให้ Web Page ของคุณโหลดเร็ว !!! มหาศาล
วันนี้ผมอยู่ที่ทำงานแม่พอมีเวลาว่างจะทำ Blog บทความนี้มีความสำคัญมากสำหรับคนทำ Web เป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งที่จะบอกได้ว่า Web ของคุณมีประสิทธิภาพขนาดไหนต่อผลงานที่ได้ ผมจะมาสรุปเป็นข้อๆอย่างสั้นๆให้ฟังนะครับ ใช้ได้ทั้ง Blog และ Website ทั่วไปนะครับ
- การออกแบบตามมาตรฐาน W3C
การออกแบบตามมาตรฐาน W3C จะทำให้ทุก Browser โหลด Web ได้อย่างรวดเร็วขึ้นโดยแต่ละ Browser จะได้ไม่งง กับ tag บางอย่างที่ไม่มีการ Support ใน Browser- Nested Tag (การใช้ Tag ซ้ำซ้อน)
การใช้ Tag ซ้ำซ้อนเป็นปัญหาที่เกิดจากพวก Editor ซะส่วนใหญ่ แต่ถ้าคุณใช้ Dreamweaver จะมี HTML Clean Up ซึ้งแก้ปัญหานี้อยู่แล้ว- Javascript อยู่บรรทัดแรกๆทำให้ส่วนอื่นยังโหลดไม่ขึ้น
การที่เราใช้ Javascript โหลดจากที่อื่นมาโดยมีขนาดใหญ่กว่า 5kb ขึ้นไปจะทำให้ page โหลดช้าอย่างเห็นได้ชัดโดยวิธีง่ายๆก็นำ Javascript ไปโหลดด้านล่างของ HTML !!- ใช้ CSS ในการจัดรูปแบบให้ได้มาตรฐาน
ถ้าคุณใช้ CSS ในการจัดหน้าตา Design จะช่วยลด tag ต่างๆใน web ได้อย่างมหาศาล ทำให้ web โหลดอย่างเร็ว!- ที่ตั้งของ Host กับลูกค้าของคุณ
ผมคนหนึ่งที่มีปัญหานี้คือ Host ผมอยู่นอกแต่ลูกค้าเป็นคนไทย เวลาเข้าหน้า web จะเกิดการ Delay มากกว่าอยู่ในไทย- การ Cache หน้า Page
การ Cache หน้า page จะช่วยให้การโหลด web ครั้งต่อไปเร็วขึ้นไปอีกโดยขึ้นอยู่กะการเปลี่ยนแปลงของ Web page ว่าควร cache สักกี่วัน กี่ชม.- เก็บข้อมูลจาก Database เป็น Array
การเรียกข้อมูลออกมาจาก Database ควรจะมีการเก็บเป็น Array ใน PHP เพื่อลดการเรียกข้อมูลจาก Database อีกที (ในกรณีที่ page ไม่ค่อยต้องมีการ update อะไรมากนัก)- ลำดับในการทำงาน
ปัญหาใหญ่ที่สุดสำหรับคนทำ Web มือใหม่หรือคนที่เร่งรีบในการทำ Web (รวมทั้งผมด้วย) ถ้าคุณออกแบบลำดับมาไม่ดีละก็ Web คุณจะโหลดเต่าอย่างแน่แท้ เช่น ให้โหลดข้อมูลจาก Database มาใ่ส่ก่อนที่จะแสดงหน้า page ทั้งๆที่ข้อมูลที่โหลดมายังไม่ถูกเรียกใช้งานจากที่ไหนก่อนเลย เป็นค้น- Algorithm
การที่คุณใช้ Algorithm ที่ทำงานได้เร็วก็จะทำให้ web คุณทำงานได้เร็วขึ้นไปอีก (ถ้า่ใึครเึคยเรียนวิชานี้อย่าลืมที่จะใช้มันละสำคัญเหมือนกัน) เช่นภาษา C
for(i=0;i<10;i++)
if(i==5)
printf(“%d”,i);กับ
for(i=0;i<10;i++)
if(i==5){
printf(“%d”,i);
break;
}แบบนี้เป็นต้นอันแรกจะทำงาน 11+10+1 แต่ข้างล่า่งจะทำเพียงแค่ 5+5+2 ต่างกัน 10
- หลีกเลี่ยงการใช้ Tag หลายชนิดที่ทำหน้าที่แทนกันได้
การที่จะทำให้ Web คุณโหลดเร็วที่สุดนั้นก็ต้องมีการใช้ Tag ที่ซ้ำๆกันบ่อยที่สุดเพื่อที่ Browser จะได้ไม่ต้องดึงกฎของหลายๆ Tag มาเพื่อใช้การแสดงผล- ขนาดของรูปภาพ
การที่เราจะทำให้ Website ของเราโหลดเร็วโดยเรามีรูปภาพอยู่ด้วยนั้นเราต้องใช้รูปภาพแบบ For Web จริงๆ (ถ้ามี Photoshop จะมีคำสั่งนี้อยู่คือ “Save for Web”) โดยเราสามารถปรับให้มันมีขนาดพอเหมาะและคุณภาพพอดีๆกับที่เราต้องการได้เลยทีเดียว ขนาดภาพจะลดจากการ save ปกติอย่างมาก !!!!!! เช่นขนาด 500kb อาจจะเหลือแค่ 40kb เป็นต้น- การเลือกสื่อที่มานำเสนอ
ถ้าเราเป็น Web ที่ใช้เนื้อหาจากที่อื่นเราควรจะเลือกเนื้อหาจากที่ที่ Uptime มากเช่น 99.99% หรือ website ที่อยู่ในสถานที่ใกล้่เคียงกับตลาดของเรา เช่น ตลาดคนไทยแต่ใช้ของเมืองนอกที่อยู่ห่างไกลกับคนไทยมาก ก็จะทำให้ web ของเราพลอยโหลดนานไปด้วยปล. เนื้อหาที่ผมหมายถึงรวมทั้งเพลง , video ,ข่าวสาร , application ฯลฯ
- การ Config Apache
ถ้า Host ที่คุณเลือก Config Apache ไว้ดีละก็จะทำให้ Web ของคุณโหลดเร็วขึ้นผิดหูผิดตาเลย (ถ้า้เคยเจอ host ห่วยๆมาอะนะ)- การบีดอัดข้อมูลด้วย GZip
ผมก็ไม่เคยใช้นะครับ GZip แต่ว่า Host บางทีมีการ GZip ให้โดยทันทีที่ upload ขึ้นไปทำให้ File มีขนาดเล็กลงก็เลยส่งผลให้โหลดเร็วขึ้น- การเลือกภาษาในการทำ Function เิดียวกัน
หากคุณอยากดูเวลาการโหลด Page ด้วยใช้ function การทำงานของ PHP แทนที่จะเป็น Javascript เพราะ PHP สามาีรถทำงานได้เร็วกว่า Javascript
ยังมีวิธีการที่เป็นทาง Technic อีักมากมายแต่ผมขอเลือกวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้ได้จริงมานะครับ เพราะเป็นเรื่องมี่ทำได้ง่ายและมีวิธีสอบถามได้ง่าย จะสังเกตุได้ว่าส่วนใหญ่ถ้าเรา Programming ดีอยู่แล้วปัญหาจะอยู่ที่ HOST ครับ !!!
| Tweet |
เนื้อหาคล้ายกันที่น่าสนใจ


หง่ะ! เพิ่งรู้นะเนี่ย
ต้องลองดูครับเร็วขึ้นจริงๆนะ
ผมเข้า Web ของคุณ Zelandiax แล้วไม่สามารถ add comment ไม่รู้ว่าเป็นปัญหาหรือตั้งใจครับ ตรวจสอบด้วยนะครับ 
เอ๋ ก็เห็นมีคนเม้นนี่นา
หรือว่าบักหว่า ก๊ากๆ
แจ่มดี
บอกได้คำเดียวว่า
… งงคับ
ใช้ wordpress อ่ะ คงโอเคแล้วมั้ง อิอิ
ง่า ถ้าใช้ WordPress อยู่แล้วก็ขึ้นอยู่ที่ Theme ครับ
กับระบบ Cache อีกนิดหน่อยไว้ผมครบ 100 post แล้วผมจะใช้ตัว Cache ของมันนะครับ
ถ้า งง เดียวผมจะอธิบายให้นะครับขอแค่บอกว่า งง ตรงไหน
domesterz@gmail.com <– email ผมนะครับ
เทคนิกนี้ดีมากๆ เลยครับ
เวลา Save For Web (ข้อ 11) แนะนำให้เลือก extension ให้ถูกด้วยครับ
เช่น JPEG ใช้กับภาพถ่าย… GIF หรือ PNG ก็เหมาะที่จะใช้กับ
รูปเรียบๆ เช่น โลโก้ หรืออื่นๆ ครับ
ผมมีปัญหาเกี่ยวกับการ Upload ภาพครับ คือผมเขียนโค๊ดอัพโหลดไปแล้วลองดัพโหลดไฟล์ขนาด2kb ได้แต่ถ้ามากกว่านั้น อัพโหลดได้ไม่เต็ม เป็นเพราะอะไรไม่ทราบช่วยบอกหน่อยครับ
upload ได้ไม่เต็มนี้เป็นยังไงหรอครับ ? หรือ upload ไม่ได้เลย ถ้าให้ผมเดาคงเป็นที่ Code Upload นะครับ ยังไงก็ลองค้นหาดูนะครับ