Archive for the 'นำเสนอไอเดีย' Category

คำแนะนำของผมสำหรับ IT Startup

ได้ อ่านบทความนี้ ก็เลยคั่นมืออยากจะมา Share มุมมองของตัวเองบ้าง โดยผมมองที่ตัวบุคคลกับ Platform เป็นหลักโดยจริงๆแล้วปัจจัยที่ทำให้การลงมือสร้างธุรกิจอะไรแล้วสำเร็จนั้นนอกเหนือจากการทำ Business Model ที่ชัดเจนก่อนเริ่มแล้วนั้น เราจะต้องมีคนมาดำเนินการเรื่องเหล่านั้นโดยบุคคลหลักๆสำหรับการทำ IT Startup โดยเน้นช่วงในการสร้างธุรกิจขึ้นมาในช่วง 1 ปีแรก เท่าที่ผมมีประสบการณ์ + ดูจากเพื่อนๆที่เริ่มธุรกิจด้วยกันมีดังนี้

Great Coder

คนเขียนโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพ โดยต้องสามารถวางรากฐานและสามารถทำ Product ที่เป็นแค่ความคิดให้เกิดขึ้นจริงได้ครับ คนนี้สำคัญที่สุดก็ว่าได้ โดยถ้าเขาสามารถทำเรื่อง Server ได้ด้วยก็จะลดปัญหาในการเริ่มต้นไปได้มากโข่ทีเดียว

Business Analyst & Improvement

คนนี้ถือว่าสำคัญที่สุดในการเริ่มทำธุรกิจมากเลย เพราะส่วนใหญ่แล้วที่บริษัทสู้บริษัทใหญ่ไม่ได้ก็เพราะ ทุนที่น้อยกว่า แต่ต้องการทำงานให้ได้เยอะ โดยไม่พัฒนาส่วนที่ทำให้ใช้คนน้อยลง แล้วก็ทำให้งานเร็วขึ้น ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนชี้เป็นชี้ตายได้เลยว่า คุณจะอยู่รอดในระหว่างที่คุณต้อง “ทำงานคุณภาพราคาถูก” รึเปล่า

Accounting

แน่นอนครับปัญหาสำหรับคนเปิดบริษัทนั้นก็คือเรื่อง ภาษี และการจ่ายเงินถ้าไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยจะกลายเป็นว่าโดนปรับภาษีเยอเลยที เดียว ส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่มีใครทำบัญชีจ้าง Outsource เถอะครับดีกว่าเยอะ แต่เลือกบริษัทดีๆนะยอมจ่ายมากกว่าหน่อยแต่เรื่องปวดหัวน้อยลงคุ้มกว่าครับ โดยถ้าจ้างบัญชีเลยสิ่งที่เราควรจะได้จากการจ้างบัญชีคือการเรียบเก็บเงิน ให้เราด้วย โดยเราก็คุมอยู่ห่างๆ แต่ให้เขาเป็นคนเรียกเก็บเงินจะได้ลดงานไปด้วย (สำหรับคนเริ่มต้นทำผมแนะนำว่าให้จ้าง Outsource แล้วก็เรียนรู้ไปด้วยครับ ให้เข้าใจเรื่อง หักภาษี ณ ที่จ่าย , Invoice  (ใบเรียกเก็บเงิน), Purchase Order (PO,ใบสั่งซื้อ) คืออะไร แล้ว Credit Term เท่าไร)

Sales , Marketing and Connection

ถ้าคุณไม่ได้ทำ SaaS (Software as a Service) ที่ทำทุกอย่างผ่าน Online จะต้องมีคนเป็นคนออกไปคุยกับรู้ค่าและขายของหรือปกติในไทยจะชอบเรียกว่า AE (Account Executive) ซึ่งคนๆนี้ไม่จำเป็นต้องมีในตอนแรก แต่คนที่เป็นเจ้าของจะต้องทำในส่วนนี้เป็นไม่ว่าคนใดคนหนึ่ง ซึ่งต้องหัด Present ไปด้วยในตัวยกเว้นของเราจะ Unique แล้วดีจริงลองอ่าน Presentation Zen ดูครับ

ส่วน Marketing กับ Connection ผมขอพูดรวมกันครับ ในเรื่องของ Marketing ลองไปอ่านดูได้ที่นี้ครับ ซึ่งเราทำ Marketing นั้นนอกจากควรจะเริ่มตั้งแต่ก่อนจะเปิดบริษัทแล้วการสร้างตัวตนบนโลก Online ถือว่าเป็นการ Marketing ที่ถูกที่สุดแล้ว ดังนั้นถ้าธุรกิจคุณเป็น Product Innovation ขอให้ช่วงแรกเน้นไปทำ Product ให้ดีโดยใช้ Marketing ในการเปิดตัวแล้วเก็บ Feedback ครับสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “Feedback และ Requirement” อย่าพึงคิดว่าของคุณดี เพราะต่อให้ดีจริงแต่อาจจะไม่ตรงตามที่ตลาดต้องการ นี้เป็นสาเหตุที่เราต้องมี Great Coder !

Consult & Outsourcing

สุดท้ายการที่เรามี Connection ไว้ไม่ใช่เพียงแค่หาคนคุยทำธุรกิจกันอย่างเดียว ในเวลาที่เราต้องการใครสักคนมาเติ่มเต็มในส่วนที่บริษัทเราขาด ก็จะได้หาคนที่เชื่อใจได้โดยผมบอกตรงๆว่าการใช้ Consult และ Outsourcing คือส่วนหนึ่งที่คนบริหารต้องหัดใช้บริการบ้างอย่างเช่น ผมรู้ว่าธุรกิจผมมาถึงจุดที่ต้องใช้ Server Admin แล้ว แทนที่ผมจะจ้างเป็นพนักงานประจำผมจ้างเป็นครั้งๆในการ Consult ถ้าในกรณีที่เราทำได้ แต่ขาด Vision เพราะเราจ้าง Consult เพราะต้องการ Vision ของเขา

แต่เราก็ต้องตีกรอบ Consult เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเรา ส่วนการ Outsourcing คือสิ่งที่เราคิดว่าเราทำได้ยากและเสียเวลา แต่มันอยู่ใน Process งานของเรา เช่นของผมคือ Design ! ดังนั้นผมเลยใช้การจ้างคนอื่นทำแทนเป็นต้น ค้นหาจุดแข็งจุดอ่อนของธุรกิจให้เจอ และอย่าลืมใช้ Consult กับ Outsource นะครับ

== Secret Conclusion ==

แน่นอนเส้นทางในการทำ Startup ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ขั้นแรกขอให้ตั้งใจและพยายามโดยถ้าจะทำให้ Startup ไม่ล้มง่ายๆคุณควรจะมี Co-Founder ด้วยเพราะเมื่อคนหนึ่งท้อแท้อีกคนจะได้ช่วยพยุ่งเราขึ้นมาจากความท้อแท้นั้น มันง่ายกว่าการทำคนเดียวเยอะ !! (แต่การหา Co-Founder ที่เหมาะกับเราต้องเหมาะทั้งจริต + สไตล์การทำงานที่เราขาดด้วย) ขอพูดต่ออีกนิดเพราะไม่อยากจะจบเหมือนบทความทั่วไป ปกติคนเรามักจะคิดว่า “เริ่มทำธุรกิจอย่าพึงนึกถึงตอนจบ เพราะมันจะพากันล่ม” อันนี้ก็จริงส่วนหนึ่งครับ

แต่สำหรับชีวิตคนๆหนึ่งอย่างผมก็ต้องมีวันแก่ วันป่วย วันเจ็บและวันตาย แน่นอนครับ Vision ที่ผมมองกับธุรกิจผมตั้งแต่ตอนเริ่มคือ “ธุรกิจนี้จะต้องดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีผม” ซึ่งจะว่าไปแล้วมันเหมือนต้องเหนื่อยสามครั้งนั้นเอง 1. คือการที่ทำให้ Product ที่มีเราขายได้ 2. พัฒนา Product ให้ตรงตามลูกค้ามากขึ้น 3. พัฒนาระบบให้คนในทีมใช้ง่าย เพื่อผมจะไม่ได้ไม่ต้องทำมันแล้วอีกต่อไป ซึ่งเรื่องการพัฒนาระบบให้ทีมใช้ง่ายนั้นถือว่าอยู่ในลำดับต้นๆของการมี Programmer ไว้ทำงานที่นี้

เพราะผมเชื่อว่า ถ้าวันนี้คนในทีมยังต้องเหนื่อยมากในการทำอะไรเดิมๆ เมื่อถึงวันหนึ่งคุณจะไปตันทางด้าน “ต้นทุน/เวลา” และ “ความเครียด” ทำให้ยิ่งเหมือนมีบริษัทแล้วยิ่งไม่มีความสุข แล้วนั้นคือสาเหตุที่คุณออกจากงานประจำรึเปล่า ? แน่นอนครับผมไม่ใช่คนทะเยอทะยานเท่าไร แนวทางในการทำบริษัทคือ “มีเวลา มีตังใช้ แล้วทุกคนได้เติบโต” นี้คือมุมมองส่วนหนึ่งจากการได้มาเปิดบริษัทเองครับ :)

ระหว่างเขียนโค้ด – THE CERS

ระหว่างเขียนโค้ด – THE CERS

ระหว่างเขียนโค้ดฉันหมดแรง ไม่มีเหลือไม่มีแม้แรง
ระหว่างเขียนโค้ดฉันหมดแรง เมื่อจอด้านซ้ายไม่มีโค้ดให้แล

ทบทวนเรื่องราวจากลา โค้ดที่มันผ่านมาจางหายไป
ไม่มีอะไรอยู่เลยหายและจำไม่ได้อย่างนั้น

ระหว่างที่ฉันเขียนโค้ดลงไป..เขียนใหม่ โค้ดที่ลืมไปแล้วต้องทำอย่างไรต่อไป
โค้ดที่หายไปแล้วจะทนอย่างไรต่อไป เหลือแค่เพียงหน้า blank ที่เพื่อนฝากมา

ระหว่างเขียนโค้ดฉันปิดตา เพื่อมองหาสิ่งที่หายไป
ระหว่างเขียนโค้ดฉันปวดใจไม่อาจยอมรับ กับโค้ดที่หายไป
ทบทวนเรื่องราวจากลา โค้ดที่มันผ่านมาจางหายไป
ไม่มีอะไรอยู่เลยหายและจำไม่ได้อย่างนั้น

และต่อให้ฉันเขียนโค้ดลงไป..เขียนใหม่ โค้ดที่ลืมไปแล้วต้องทำอย่างไรต่อไป
โค้ดที่หายไปแล้วจะทนอย่างไรต่อไป เหลือแค่เพียงหน้า blank ที่เพื่อนฝากมา
เขียนโค้ดต่อไป..เขียนไปโค้ดที่โดนทำลายต้องทำอย่างไรต่อไป
โค้ดที่หายไปแล้วจะทนอย่างไรต่อไป เพื่อนทิ้งหน้า blank และขึ้นรถกลับบ้านแล้ว

ทบทวนเรื่องราวจากลา โค้ดที่มันผ่านมาจางหายไป
ไม่มีอะไรอยู่เลยหายและจำไม่ได้อย่างนั้น

และต่อให้ฉันเขียนโค้ดลงไป..เขียนใหม่ โค้ดที่ลืมไปแล้วต้องทำอย่างไรต่อไป
โค้ดที่หายไปแล้วจะทนอย่างไรต่อไป เหลือแค่เพียงหน้า blank ที่เพื่อนฝากมา
เขียนโค้ดต่อไป..เขียนไปโค้ดที่โดนทำลายต้องทำอย่างไรต่อไป
โค้ดที่หายไปแล้วจะทนอย่างไรต่อไป เพื่อนทิ้งหน้า blank และขึ้นรถกลับบ้านแล้ว

ขณะหยุดโค้ดฉันหมดแรงและใจของฉันกำลังจะสิ้นแรง

« Previous PageNext Page »