Archive for the 'นำเสนอไอเดีย' Category

ตลาดที่รอ Programmer ไปทำเงิน

หลังจากที่เราเป็น Programmer มาหลายปีก็มาลองคิดดูแล้วว่า Programmer อย่างเราเนี้ยที่ทำการตลาดไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะเอาไปขายยังไง แต่เราสามารถสร้างผลงานที่คนหลายคนอยากใช้ได้ วันนี้ผมเลยมาแนะนำตลาดที่รอ Programmer อย่างเราไปตักตวงเงินกลับมาใช้ที่บ้าน เพียงแต่คุณอาจจะต้องเรียนรู้อะไรใหม่สักหน่อย

  • Facebook Application มีลูกค้า 350 ล้านคนที่ใช้ Facebook และหา Application หรือ Game ที่่จะทำให้ชีวิตเขาใน Facebook ดีขึ้นรวมถึง Game ที่จะเล่นกับเพื่อนๆ
  • ThemeForest มี member อยู่ถึง 3 แสนคนโดยคุณสามารถทำ Theme หรือเขียน Code ไปขายได้ แต่ต้องผ่านมาตรฐานของเขาสะก่อน
  • iPhone & iPod Touch Application (iTunes App Store) ถ้าคุณอยากทำ App บน iPhone ขายละก็ Apple มีที่ขายดีๆอย่าง App Store ซึ่งสามารถเข้าได้ผ่าน iTunes อยู่แล้วเพียงแต่ทำยังไงให้ Program เราผ่านคนคัดกรองของเขาละ
  • Android Market หากคุณเขียน Java เป็นมาศึกษาต่ออีกหน่อยทำ Android App ละก็ถึงตอนนี้ตลาดยังไม่ใหญ่มากแต่เชื่อเถอะครับอีก 2-3 ปีมันก็จะเป็น Mass Product ได้ไม่ยากเมื่อ Android ไปอยู่บนอุปกรณ์หลายๆอย่างมากกว่ามือถือ!!

นอกเหนือจากนี้ยังมีที่ทำเงินอีกมากมายรอคุณค้นหากัน อย่าปล่อยให้งานประจำมากำหนดรายได้ของคุณ เราสามารถทำ App เล่นๆส่งไปขำๆอาจจะทำเงินก็เป็นได้ ไม่ต้องคิดแพงแค่ 0.99$ มีคนซื้อสัก 1,000 คนก็ 999$ ละหรือเกือบ 3 หมื่นบาท ก็เป็นรายได้เสริมที่ดีไม่น้อยนะครับ XD

ระบบขายของมือสองส่วนตัว


จะว่าไปแล้วในปัจจุบันเรามีระบบ ขายสินค้ามากมายทั้ง Magento , PrestaShop , OSCommerce และอื่นๆ แต่ระบบ แต่ละตัวนั้นไม่สามารถตอบโจทย์ของคนทั่วไปได้ ผมคนหนึ่งละที่ต้องการขายของส่วนตัวที่ใ้ช้แล้ว ออกไปเช่นหนังสือ เครื่องคอมพิวเตอร์และอื่นๆ ซึ่งระบบนี้ผมต้องการ

  • ระบบ Login เข้า Backend เพื่อจัดการสินค้าได้
  • สามารถเพิ่ม / ลบ / แก้ไข และค้นหาสินค้าได้
  • มีระบบสั่งซื้อแบบง่ายๆ โดยให้ผู้ที่ต้องการซื้อ กรอกที่อยู่ E-mail และเบอร์โทรศัพท์ รวมถึงสินค้าที่ต้องการ แล้วมันจะส่ง e-mail หาเจ้าของ ซึ่งเจ้าของจะดูแลในส่วนนี้เอง ทั้งเรื่องติดต่อ ฯลฯ
  • ระบบคำนวณราคาสินค้าทั้งหมด ของที่ลูกค้าซื้อ
  • ระบบลงบันทึกเมื่อมีลูกค้าสั่งของ
  • ระบบคำนวณราคาอัตโนมัติ เช่น ราคา 100 เมื่อใส่ไปปุ๊บจะตั้งราคาเป็น 40% หรือ 40 บาททันที (แต่สามารถแก้ไขได้)
  • ทำเป็นแบบ i18n และเรื่องของสกุลเงินด้วย เพื่ออนาคตฝรั่งอยากใช้จะได้ load sourcecode ไปได้
  • ระบบ Theme ซึ่งต้องสามารถเปลี่ยน Theme ได้โดยง่ายหรือปานกลาง
  • ถ้าเป็นไปได้ จะต้องลงประกาศใน ThaiSecondhand.com ด้วย

เพื่อนๆพี่ๆน้องๆมีความคิดเห็นอื่นๆเพิ่มเติมไหมครับ โดยผมจะเน้นว่า ให้เป็นระบบง่ายๆ สำหรับจัดการด้วยคนๆเดียว

วิวัฒนาการความคิด

หรือพูดอีกอย่างคือ Idea Evolution วันนี้ผมก็มาแชร์ประสบการณ์อันน้อยนิดเกี่ยวกับ เรื่องการสร้างไอเดีย นะครับ ผมเป็นคนชอบคิดเกี่ยวกับเว็บไซค์ การทำงานในเว็บไซค์ สิ่งที่ผมอยากจะบอกว่าไอเดีย มันเป็นสิ่งที่เกิดมาอย่างมีเหตุผล บางคนอาจจะไม่คิดอย่างนั้น แต่ผมลองคิดๆดูแล้วทุกๆอย่างที่เราคิด มันมาจากอดีตหรือประสบการณ์ หรือการศึกษาที่เราได้เรียนกันมารึเปล่า ? หรือเป็นวิธีคิด ? หรือจริงๆแล้วมาจากจิตใต้สำนึก ตัวผมสรุปสำหรับตัวผมเองว่า มันเกิดจากหลายๆอย่างผสมกัน แต่ล้วนแล้วเกิดขึ้นอย่างมีสาเหตุ

ผมขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อยไอเดียบางอย่างเกิดจาก 1 ข้อหรือหลายๆข้อในที่นี้

  • ปัญหาที่พบเจอ แล้วหาทางแก้ไข
  • การคิดมุมกลับ
  • การผสมผสาน
  • การนำเสนอที่แตกต่าง
  • ประสบการณ์
  • ความรู้สึก
  • จิตนาการ
  • ภาพที่เคยได้เห็น
  • เสียงที่เคยได้ยิน
  • รสชาติที่เคยได้ชิม
  • กลิ่นที่เคยดม
  • ฯลฯ

โดยสิ่งพวกนี้ล้วนแล้วแต่มีเหตุมีผล มีที่มาที่ไปแทบทั้งนั้น โดยส่วนตัวผมนั้นชอบที่จะดูดไอเดีย ของคนเข้ามาเยอะๆ แล้วทำการ Mix & Match หรือ Merge เข้าด้วยกันเกิดเป็นไอเดียใหม่ เหมือนเรามีข้อมูลมากแ้ล้วใช้ข้อมูลที่ได้มาทำการต่อยอดขึ้นไป แต่ละคนมีวิธีการของตัวเอง แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อก็คือ “วิวัฒนาการความคิด” หรือ “Idea Evolution”

ทำไมเราต้องมีวิวัฒนาการความคิด เพราะว่าไอเดียที่เราเริ่มต้นมันอาจจะขาด หรือเกิน หรือใช้ไม่ได้ในธุรกิจ หรือเหตุผลใดๆก็ตาม บางทีไอเดียที่ล้ำเลิศ ก็อาจจะไม่เกิดเพราะความล้ำเลิศของมันเองก็เป็นได้ เราจะต้องมีการปรับให้เหมาะสมกับสิ่งที่เราจะทำ เช่น ทำธุรกิจ ทำเพื่อคนไทย ทำเพื่อบริษัท ทำให้แฟน ดังนั้นไอเดียอะไรก็ตามก็ต้องมีการขัดเกลา ให้เฉียบแหลมมากขึ้น ให้มันเจ๋งขึ้น หรือทำให้เด่นชัดขึ้น ที่แล้วแต่ แต่ละคนจะทำ ในแต่ละวิชาชีพที่จะใช้

แต่สุดท้ายไอเดียอะไร ก็ดีแต่อย่าคิดอย่างเดียวทำด้วย เพื่อทำให้มันเป็นจริง วิวัฒนาการความคิด มักจะเกิดขึ้นมักมีผลงานที่เริ่มออกมาเป็นรูปเป็นร่าง แล้วมันจะพัฒนาได้เรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง จนกว่าคนคิดจะหยุด หรือคิดว่ามันดีแล้วนั้นเอง แต่อย่าลืมนะครับวิวัฒนาการทางความคิดนั้นมีโอกาส ทำให้ไอเดียดีๆของเรานั้นกลายพันธุ์จนไม่เหลือความเป็นไอเดียเดิมอีกต่อไปก็เป็นได้

ข้อดี Netbook เอาไปทำอะไรได้บ้าง เหรอ ?

หลังจากที่กระแส Netbook ช่วงนี้ก็ยังแรงไม่เลิก แล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากไ้ด้ ก็เลยมาขาย Idea ว่าถ้าเราซื้อ Netbook มาใช้จริงๆเนี้ย เราเอามันไปทำอะไรได้บ้างและมันเจ๋งกว่าที่คุณคิดเยอะนะ เอาละเริ่มมาดูกันเลย ว่ามันเอาไปทำอะไรแจ๋วๆได้บ้าง

  1. เอาไว้ไปใช้นอกสถานที่ต่างๆ แบบชิลๆ (เพราะน้ำหนักเบา)
  2. เอาไว้ไป present งานนอกสถานที่
  3. สามารถนำไปโหลด Bit Torrent ได้ดีเยี่ยมประหยัดไฟกว่า Desktop เยอะ
  4. สามารถตั้ง Web Server เล็กๆได้เลย โดยแนะนำว่าให้ใช้ Sqlite เป็น database จะได้ไม่หนืดเครื่อง
  5. สามารถนำมาใช้พิมพ์งาน , จดบรรทึก , เล่น Internet  และเขียน Blog ได้สบายๆ
  6. นำมาเขียน coding ได้โดยใช้พวก Text Editor แต่ถ้า IDE กลัวว่าจะไม่เร็วทันใจ
  7. นำไปใช้แทน External Harddisk ได้สบายๆสำหรับรุ่นที่เป็น Harddisk (ไม่ใช่ SSD)
  8. สำหรับรุ่นที่ใส่ Express Card หรือ Mini Slot PCI ได้นั้นก็ทำให้เราเล่น Internet ได้จากที่ไหนก็ได้ Chill Over Thailand
  9. ดูหนัง ฟังเพลง เล่น MSN , Twitter สบายๆชิลๆ น้ำหนักเบาๆ
  10. สำหรับ Battery แบบ 6 cell ที่อยู่ได้ 7 ชั่วโมง (แต่จริงๆน่าจะได้สัก 5.30 – 6 ชม. มากกว่า) ก็ทำให้ไม่ต้องเอาอะไรสำรองไปชิลได้นานพอตัว
  11. สามารถใช้ Remote เข้าไปทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง
  12. สามารถนำมาใช้เป็น Adhoc ได้เมื่อจำเป็น
  13. ตั้งโชว์ประดับบารมีได้
  14. ใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อทำเป็น Portable อะไรสักอย่าง เช่น USB Coffee Warmer , USB Beverage Chiller เป็นต้น
  15. ตั้งเป็น Gateway ถูกๆแทนซื้อเึครื่อง Server ได้ใน Office เล็กๆประหยัดไฟด้วย

เพื่อนมี Idea อย่างอื่นไหมสำหรับ Netbook มา share ความคิดเห็นกันนะครับ เอาทั้งแบบใช้ได้จริงๆหรือฮาๆก็จัดมาครับ วันนี้ผมลาไปอ่านหนังสือต่อก่อนครับสวัสดีครบ

ถึงเวลา Open Source แล้วรึยัง ?

หัวข้อนี้อยู่เรื่องของ Idea ใครมี Idea อะไรมาแจมกันเยอะๆนะครับ โดยเรื่องราวที่ผมหยิบขึ้นมานี้คงเป็นปัญหา ที่แก้ไม่ตกในไทยมากมาย แล้วก็คงไม่มีวันแก้ได้ ถ้าไม่รวมมือกัน ในตอนนี้ผมก็มีความคิดว่า ผมจะใช้ทุกอย่างเป็น Open Source ยกเว้น Windows ตอนนี้ได้รายการมาพอสมควรแล้วทำ List รายการโปรแกรมไว้แล้ว กำลังหา Windows ดีๆเสถียรๆ มาโมลงแต่ Open Source (แต่ผมทำ N-Lite ไม่เป็นง่ะ T-T) ผมเลยอยากจะพูดจริงๆว่า โปรแกรมส่วนใหญ่ !! สามารถแทนพวก Commercial ได้แล้ว อย่างเจ้าตัว InfraRecorder มันก็ทำการ Write CD ได้ดีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่า Feature จะน้อยกว่า แต่มันก็เพียงพอความต้องการของผมแล้ว

ทุกวันนี้เรามีโปรแกรมที่ลงแต่ไม่ได้ใช้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Adobe Master Collection (ใช้กันครบบ้างไหม) Nero ซึ่งแุถมอะไรมาเยอะแยะมากมาย ผมใช้ไม่หมดครับ -*- และถึงแม้จะเลือกติกๆ ได้ผมก็ว่าด้วยขนาดโปรแกรมเดียวของมัน ก็มากกว่า Open Source มากมายอยู่ดี ตอนนี้ผมว่าการพูดเรื่องรณรงค์ใช้ Open Source ของไทยยังดู Extreme ไปหน่อยถึงขนาดที่ต้อง Open Source กันหมดเลย แต่ตอนนี้ผมว่าให้หันมาคุยกันเรื่อง  ” ความต้องการของผู้ใช้ “  ให้ชัดเจนก่อนจะพูดต่อเรื่องอื่นๆ ถ้าเราตอบโจทย์ของลูกค้าได้ด้วย Open Source เราก็สามารถลด Cost ของเขาได้แล้วเขาก็จะประทับใจกับ Open Source ส่วนโปรแกรมที่ Open Source ยังทำได้ไม่ดี ก็ใช้ของตัวเสียเงินต่อไป ไม่ได้เป็นการบังคับ ในบริษัทที่พึงกำลังจะก่อตั้ง คงเสียค่า License กันมากมายทั้ง Windows , VS.NET , Microsoft Office และอื่นๆ

แต่การที่ Microsoft Office อาจถูกแทนที่ได้ด้วย Open office ก็ประหยัดไปเครื่องละเกือบหมื่นเลยยิ่งถ้า ใช้แทน 2007 จะยิ่งคุ้มค่า ในตอนนี้ผมเห็นว่าโดยส่วนใหญ่ก็สามารถถูกแทนที่ได้หมด แล้วสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ถ้าจะแทนที่กับงานที่ของบางสายอาชีพก็ยังยากอยู่ เช่น 3D , สื่อสิงพิมพ์ , ตัดต่อหนัง อย่างพวก Adobe ยังเป็นอะไรที่กินยากกว่า พวก MS Office มากเพราะด้วยความชิน แล้วก็ความสามารถที่ผู้ใช้ต้องการมันมากกว่าที่ Open Source จะตอบโจทย์ได้ ก็ต้องยังมาพึง Commercial เหมือนเดิม ดังนั้นถ้าอยากจะมีความสุขกับการทำงานและการใช้ Open Source เราควรที่จะใช้ Open Source ควบคู่กับ Commercial ที่จำเป็นก็พอ ไม่ต้องเป็น Commercial เก๋ทั้งหมด

แล้วถ้าอยากจะเป็น Open Source ทั้งหมด Ubuntu + Wine + Open Source + Freeware + Adobe AIR + Web App ผมว่าแค่ที่มีอยู่บนโลกนี้ก็สามารถตอบโจทย์ทุกอย่างได้ แล้วแต่มันจะยังดีพอสำหรับคุณไหม คุณต้องลองดูเองถึงจะตอบได้

จริงๆก็อยากจะทำ Blog เฉพาะทางเหมือนกันนะเนี้ย แต่ผมก็ชอบจับนู้นนิดนี้หน่อย อาจจะไม่ทำ Blog แต่ทำเป็น Wiki ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ ;)

Next Page »