Archive for the 'ซอฟต์แวร์' Category

Balsamiq Mockups เครื่องมือทำ Mockup อย่างง่ายและดี

review software  wiki

Balsamiq หลังจากรับ License ของเขามานานพอสมควรวันนี้ได้โอกาส Review แล้วครับ  เจ้า Tools ตัวนี้ทุกคนอาจไม่ค่อยคุ้นสักเท่าไร ขอสรุปง่ายๆว่ามันเป็นเครื่องมือทำ Mockup ครับโดยมีประสิทธิภาพมากพอตัวเลยทีเดียว ข้อดีคือผู้ผลิตได้เตรียมสิ่งจำเป็นต่างๆในการทำ Mockup แต่ละอย่างมาให้แล้วไม่ว่าจะเป็นทำตัว Web App ก็จะเตรียมตัว Tools มาให้มากมาย โดยผมจะพูดข้อดีข้อเสียให้ฟังกันครับ โดยเจ้า Tools ตัวนี้ผมรู้จักมาจาก Iamia.net ครับซึ่งแนะนำไว้ทำให้ผมได้ลองใช้ และลองขอ License เขามาใช้ดู เอาละมาดูข้อดีกันก่อนเลยครับ

ข้อดี

  • ใช้งานง่าย การลากวางทำได้รวดเร็ว
  • มีของให้ใช้เยอะมากมาย ทำให้เราไม่ต้องเขียนอะไรใหม่เองเลย
  • สามารถเพิ่มรูปแบบใหม่ๆมาใช้งานได้ เช่น iPhone
  • สามารถ Group / Ungroup หรือ Lock ได้คล้ายใน Flash เพื่อสะดวกในการออกแบบ
  • สามารถนำออกเป็นแบบภาพ PNG ได้

ข้อเีสีย

  • ไม่รองรับภาษาไทย !!
  • การแยกประเภททำให้สับสนสำหรับคนยังไม่ชิน
  • เวลาจะใส่ข้อมูล บางอันทำให้งง และไม่สวย เช่น Datagrid
  • ปุ่ม key ลัดบางอย่างก็ไม่ได้มีอธิบายไว้ชัดเจน เช่น Ctrl+Enter เพื่อออกจากการพิมพ์ข้อมูลของเครื่องมือ

แต่ขอฟันธงว่าออกแบบ Interface คร่าวๆได้ดีมากๆเหมาะสำหรับ เวลาไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงก็ใช้เจ้าตัวนี้ออกแบบก่อนเลย เสร็จแล้วค่อยใช้เครื่องมืออื่นมาเสริมรายละเอียดสำหรับ เมื่อใช้คล่องๆแล้วทำให้ได้ผลลัพธ์รวดเร็วมากๆ ไม่เชื่อไปลองโหลดมาเล่นดูสิครับ แล้วถ้าอยากได้ License ฟรีก็แค่ Review ให้เขาหน่อยแบบผมนี้ไง  http://www.balsamiq.com/products/mockups

Traffic Shaper XP ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากใช้ CFosSpeed

หลังจากที่ผมพยายามทำตัวให้ใช้ Freeware/Open Source มากขึ้นผมก็พยายามจะหาตัวมาใช้แทนเจ้า CFosSpeed ซึ่งหาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วก็เคยใช้ Traffic Shaper XP รุ่นก่อนๆก็ไม่ประทับใจ จนกระทั่งมา version 1.21 นี้ซึ่งใช้ได้ดีพอสมควรเลย (แต่ก็สู้ CFosSpeed ไม่ได้) แล้วก็ฟรีด้วยครับ วิธีใช้งานค่อนข้างจุกจิกสักเล็กน้อย โดยผมมีวิธีการทำแบบย่อๆดังนี้ครับ

  1. ตั้งกฎขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับ เครื่องเราหรือเฉพาะ port ที่ตั้งไว้
  2. กำหนดจำนวน queue ให้ดียิ่งเยอะจะช้า (เพราะมันรอเขาคิวครบแล้วส่งไปทีเดียว)
  3. จัด prioritize ว่ากฎไหนเป็นกฎสำคัญ

หลักๆแล้ว 3 อย่างนี้จะเป็นสิ่งที่ผมใช้ทำ Traffic Shaping นะครับ โดยผมจะยกตัวอย่างสัก 2 อันเป็นตัวอย่างครับ สมมุติว่าผมอยากทำให้เวลาเล่น net ไปเปิด bit ไปเร็วขึ้น ผมก็จะใช้การ setting แบบนี้ครับ ขั้นแรกสร้างกฎของ Web ขึ้นมาก่อนครับโดยกด Add Rule Wizard แล้วทำดังนี้ครับ

  • Network Adapter :  ให้เลือกกลุ่ม network ที่ใช้ในที่นี้ผมใช้ Network ชื่อ TRUE ครับซึ่งเชื่อมไปยัง router ของผม
  • Direction : ให้เราเลือกว่าจะ Download หรือ Upload หรือ Both คือทั้งสองอย่างอันนี้ผมเลือก Both ครับ
  • Protocol : อันนี้แบบฟรีมีให้เลือกตัวเดียวคือ TCP
  • Local Endpoint : อันนี้คือจุดสิ้นสุดปลายทางภายใน หรือตัวส่งนั้นเองโดยใส่ได้ทั้ง IP เครื่องหรือจะเป็น Port อันนี้ผมเลือกเป็น Any:Any เพราะหมายถึงสิ่งใดๆส่งไปก็ได้
  • Remote Endpoint : อันนี้คือจุดสิ้นสุดของปลายทางภายนอก เช่น เว็บ ,  ip เครื่อง หรืออื่นๆ ใส่ได้เหมือน Local Endpoint แต่ในที่นี้ผมจะใส่เป็น Any:80 เพราะผมต้องใช้กฎนี้กับที่มีจุดสิ้นสุดของปลายทางภายนอกเป็น port 80 หรือเว็บนั้นเอง
  • Limit upload / Limit Download : อันนี้ผมปรับให้ไม่มี Limit เพราะต้องการให้โหลดเว็บเร็วสุด
  • Rule Order : คืออันดับของกฎอันนี้ผมปรับเป็น First (1) เลยมันจะได้ทำอันนี้ก่อน
  • Queue : อันนี้และตัวทำ Traffic Shaping จะให้มันส่งไปเมื่อ Queue เต็มเท่าไร ในที่นี้ผมปรับไว้ 2 พอให้มันค่อยๆมาดีกว่าจะได้ดูไม่ช้า แต่ถ้าเป็น Bit Torrent ผมปรับไว้ 70 เลย

เสร็จแล้ว 1 อันนี้คือกฎของเว็บส่วนกฎของ Bit Torrent ผมก็ปรับไว้ดังนี้

  • Network Adapter :  TRUE เหมือนเดิมครับ
  • Direction : Both ครับ
  • Protocol :  TCP
  • Local Endpoint : Any:ช่วงของ port BitTorrent ครับ โดยอันนี้ต้องอาศัยการสังเกตุจาก monitor Traffic Shaper Xp เวลาเปิดบิตมันจะบอกว่ามี ip ไหน port อะไรที่เราส่งไปบ้าง โดยตรงนี้ผมใช้ Torrent Group ครับซึ่งประกอบด้วย port 36269 ซึ่งเป็น port ที่ผมทำ port forward ไว้แล้วก็ 1000-2500 ครับซึ่งเป็น port ที่ส่งไปยังเครื่องต่างๆครับ
  • Remote Endpoint :  Any:Any ครับเพราะเราไม่รู้ว่าคนรับใช้ port อะไร
  • Limit upload / Limit Download : อันนี้ผมก็ปรับ Unlimit ทั้งคู่ครับ
  • Rule Order : คืออันดับของกฎอันนี้ผมปรับเป็น Last(9) มันจะได้ทำหลังสุด
  • Queue : 70 ครับตามที่บอกไว้ อันนี้แล้วแต่คนนะครับเน้นส่งข้อมูลบ่อยๆก็ 30-40 กำลังดีครับซึ่งทำให้โอกาส Lost Connect น้อยกว่าของผมครับ

อันนี้ก็เป็นวิธีใช้เล็กๆน้อยนะครับ ใครมีวิธีเจ๋งๆำสำหรับเจ้าตัวนี้มาแนะนำกันบ้างนะครับ software  icon smile วันนี้ผมไปแล้วครับสวัสดีครับ

เล่าสู่กันฟังเรื่อง Ubuntu [ตอนที่ 1]

หลังจากที่ผมต้องการจะใช้ Open Source ทั้งหมด ตอนนี้ก็เริ่มเล่นกับ Ubuntu แล้วโดยผมจะขอแค่ Review กับสิ่งที่ผมเล่นมา 3 วันนะครับ ตอนนี้ผมก็ทำให้มันเล่นได้ทุกอย่างละ ไม่ว่าจะเป็น เพลง , bluetooth , printer , web browser ฯลฯ ตอนนี้ก็จะมาบอกว่ามันง่ายหรือยากกันแน่นะ ผมเป็นอีกคนที่บอกได้ว่า “ง่ายไม่ต่างกับลง Windows ดูจะง่ายกว่าด้วยซ้ำ” แต่ที่ต้องปรับตัวก็มีค่อนข้างมาก

  • ไม่ว่าเริ่มแรกจะไม่มี Grave Accent (~) ให้ใช้ต้องไปลงเพิ่มเอง
  • program จากฝั่ง linux
  • user interface แบบไม่เหมือน windows
  • คำสั่งใน linux บางอย่าง

แต่โดยรวมแล้วไม่ยากนักสำหรับการเริ่มต้น แค่ต้องเรียนรู้ใหม่สักพักผมก็คงชิน แต่ตอนนี้ก็ยังต้องมีสลับไป windows บางในเรื่องของไฟล์ที่ยังไม่ได้ย้ายมาฝั่ง Linux ตอนนี้ผมก็ค่อยๆศึกษา tools ไปเรื่อยๆแต่ก็ใช้ดีทุกตัวเลยนะ แต่ตอนนี้กำลังใช้ Google Desktop เป็นแนวทางการศึกษาที่อยู่ของ Application ต่างๆอยู่ครับซึ่งได้ผลดีเลยทีเดียว ส่วนสิ่งที่ทำได้ดีมากๆเลยนะครับก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง Driver ดีมาก

  • Printer หาเจอทันทีที่เปิด
  • Bluetooth มี Manager จัดการให้เรียบร้อย
  • Driver Board แล้วก็การ์ดจอ Auto เจอทันที

ไม่ต้องห่วงว่าลงแล้วจะมีปัญหา Driver กันเลยจริงๆ ยืนยันจากผมอีกหนึ่งเสียง เสร็จแล้วถ้า จะให้พูดกันมันก็ทำได้ทุกอย่างแล้วละ มี Wine อีกไม่ต้องกลัวว่าจะขาดโปรแกรมอะไรเลย ies4linux ก็มีแต่มีอีกอย่างที่ผมยังไม่ได้ลองคือลงเกมส์ Online พวก CS:Source แล้วก็ Warcraft 3 อะไรแนวๆนี้ ส่วนเรื่องการ Add/Remove โปรแกรมก็ง่ายเหมือน Windows เลยเพียงแต่อาจจะงงๆตอนเริ่มต้น เพราเวลา Install อะไรก็ตามส่วนใหญ่จะเป็นการโหลดมาจาก Internet ส่วนเรื่องตัวที่เราจะมา Install เองก็มีหลายวิธีมาก อย่างเท่าที่ผมใช้ก็มีดังนี้เลย

  • apt-get ชื่อแอฟ
  • sh ชื่อไฟล์.sh
  • Compile แล้วก็ Run เอง (อันนี้ยังได้บางไม่ได้บาง)

ส่วนปัญหาที่เจอก็ยังเหมือนกับ Windows ก็คือเรื่อง 64bit ตัวผมเองคิดว่า app ส่วนใหญ่บน linux จะสนับสนุน 64bit แต่คำตอบคือ 32bit เหมือนเดิม (ผิดที่ผมที่คาดหวัง T-T) ตอนนี้สำหรับมือใหม่แบบผมก็เลยมี 3 ทางเลือกที่ผมปิ๊ง idea ออกมาในการ ทำให้ Ubuntu เป็น Main OS แทน Windows

  1. ใช้ Wine เป็นหลักแล้วก็ลงโปรแกรม Windows ใช้ซะ !
  2. ศึกษาโปรแกรมใน Linux ใหม่ แล้วหาตัวมาใช้แทนของ Windows
  3. ใช้แบบลูกผสม โปรแกรมทั้ง Windows และ Linux

ตอนนี้ผมก็ยังหา solution ให้ตัวผมอยู่เหมือนกันแต่ ตอนนี้รู้สึก Wine ยังรู้สึกขาดๆนิดหน่อย เวลา Install Program แล้วมันน่าจะทำ folder ใน Program File ให้สักหน่อยก็ยังดี แต่ดันไม่ทำให้ บางตัวไปอยู่ menu Other ของ Ubuntu แทน เช่น uTorrent ถ้า Wine มันครบสูตรเรื่องนี้ผมว่าคง Happy กับ Ubuntu มากขึ้น เพราะตอนนี้ผมมือใหม่ยังชิน Windows อยู่…

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก่อนจาก คำสั่ง Terminal เริ่มต้น

  • rm ชื่อโฟลเดอร์หรือไฟล์ เป็นคำสั่ง remove file หรือ folder ว่าง
  • rm -r ชื่อโฟลเดอร์ เป็นคำสั่ง remove ทั้ง folder
  • พิมพ์ชื่อโปรแกรม เป็นการเรียกโปรแกรมที่ลงไว้แ้ล้วออกมาใช้ เช่น pidgin
  • sudo นำหน้าคำสั่งต่างๆ เป็นการออกคำสั่งแบบ Admin เช่น sudo rm -r MSNFolder เอาไว้ใช้กรณีมีปัญหาเรื่อง Permission หรือการลงโปรแกรมต่างๆผ่าน net เช่น apt-get จะใช้ sudo นำหน้าประจำ
  • apt-get install/remove ชื่อโปรแกรม เป็นการ Install หรือ Remove โปรแกรม แต่ทางที่ดีใช้ Add/Remove หรือ ตัวจัดการแพ็คเกจ Synaptic ในการลงโปรแกรมจะง่ายและดีกว่านะ
  • ls    เป็นการ list ไฟล์และ directory โดยจะมี -l หรือ -a เพิ่มเติมเป็นคำสั่งเสริมเช่น ls -a เพื่อดูไฟล์ที่ซ่อนอยู่ด้วย

อันนี้เป็นเบื้องต้น 3 วันที่ผมใช้ ใครสนใจก็ลองไปศึกษาคำสั่ง อื่นๆใน UNIX หรือ Linux เช่น cp ด้วยนะงับ แต่ผมขอตัวไปค้นคว้าหา App และวิธีลงเกมส์่ต่อละครับ

« Previous PageNext Page »