Archive for the 'อุปกรณ์คอมพิวเตอร์' Category

10 iPhone 4 Apps ที่ผมเลือกใช้ (1)

หลังจากใช้มา 4 วันแล้วทำให้ผมตัดสินใจเขียนที่จะแชร์ Application ที่ผมว่าขาดไม่ได้สำหรับผมเลยทีเดียว โดยผมจะทยอยเขียนครับ เอาละครับมาเริ่มกันเลย

1.Evernote

ถ้าไม่รู้จัก Evernote ผมจะอธิบายสั้นคือมันเป็นที่เก็บ Note,Files,Audio และรูปลงไปแล้ว Sync กับ Desktop / Mobile ได้อย่างสะดวกสบาย โดยเขาให้ใช้ฟรีเดือนละ 500mb ซึ่งผมใช้เจ้า Evernote ทุกวันในการเก็บความรู้ , ไอเดีย , รูปถ่าย , แผนงาน ฯลฯ ลงไปแล้ว ถ้าเป็นรูปที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษนั้นเจ้า Evernote สามารถทำให้รูปเหล่านั้นถูกค้นหาได้ (OCR) จากการพิมพ์คำภาษาอังกฤษลงไปก็ ค้นหาได้เช่นกัน

คะแนนจากผม 8/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น

2. Facebook

ไม่ต้องพูดอะไรมากสำหรับ App นี้คือคนเล่น Facebook อย่างผมก็ต้องใช้กันอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเสียเวลาหา App ที่เล่น Facebook ได้ดีกว่าตัวนี้ เพราะตัวนี้ดีที่สุดแล้วครับ ขอเสียคือไม่สามารถดู comment ใน Note ได้

คะแนนจากผม 9/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น

3. Mobile RSS Pro

ใครเป็นคนชอบอ่านพวก RSS/Feed อย่างผมแล้วละก็ App ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบ NewsRack กับ Reeder โดยผมชื่นชอบน่าตาของ Mobile RSS Pro และ Feature ที่ครบในการ Full-Screen , Like , Share , Favourite , โพสขึ้น Twitter , โพสขึ้น Facebook , เก็บไว้อ่านทีหลังอย่าง Instapaper หรือ ReadItLater ฯลฯ

คะแนนจากผม 9/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น

4. JotNot Scanner Pro

เนื่องจากผมเป็นคนชอบทำอะไรเป็น Digital ก็เลยหาอะไรไว้เปลี่ยนจาก Physical เป็น Digital อันนี้คือ app ที่ถ่ายรูป/สิ่งของ เช่น นามบัตร , บันทึกในกระดาษ ไปเป็นไฟล์รูปอย่างรวดเร็วละก็ต้องไม่พลาด โดยสามารถ Share เข้า Evernote , Google Docs ได้แต่ตัวมันเองไม่มี OCR แบบ DocScanner (แต่สำหรับผมยกหน้าที่ OCR ให้ Evernote และ DocScanner OCR ไม่ดีเลยผมบอกไว้ก่อน)

คะแนนจากผม 8/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น

5. Echofon Pro for Twitter

สำหรับคนเล่น Twitter แบบผมมันเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ แต่ทำไมต้องเป็น Echofon Pro ละ! เพราะ Twitter for iPhone นั้นยังขาด Feature หลักๆที่ Echofon มีคือ 1. Push Notification , 2. Badges (จะขึ้นตัวเลขแดงๆตรง icon) , 3. User/Link Hilight ซึ่งโดยเฉพาะอันที่ 3 นั้นหายากมากใน App บน iPhone ซึ่ง @KnightBaron บอกดีแล้วที่ไม่มี Hilight เพราะมันจะได้ไม่ไม่รบกวนเราเวลาอ่าน แต่ผมกลับมองว่ามันอ่านยาก

คะแนนจากผม 7/10 (เพราะแพง) ลิงค์แอพพลิเคชั่น

6. Ringtone Designer Pro

ทำไมต้อง Pro เพราะแบบ Free เราสามารถทำได้แค่ 2 Ringtone ที่มีความยาวแค่ 20 วินาทีเท่านั้น แต่ถ้าเป็นแบบ Pro เราสามารถทำได้ Unlimited และมีความยาว 30 วินาที (แต่แบบ Free วิธีทำมากกว่า 2 คือไปเอาอันที่ตัดแล้วออกมาแล้วลบ 2 อันนั้นทิ้งซะจบ) ซึ่งใครใช้ iPhone จะรู้ว่าทำ Ringtone บน iPhone Step ปกติมันเยอะแค่ไหนแต่นี้ทำให้เหลือขั้นตอนน้อยแล้วนะ (แต่ก็ยังไม่สะดวกอยู่ดี)

คะแนนจากผม 7/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น

7. 70,000+ Wallpapers HD Free

จริงๆผมใช้ Pro นะเพราะมันมี Wallpaper สำหรับ iPhone 4 โดยเฉพาะ แต่อันที่มันให้มาสำหรับ Free มันก็ชัดเหมือนกันนะ (แต่ถ้าดูมองแบบจุดเล็กก็เห็น) สำหรับคนที่ขี้เกียจหา Wallpaper มาใส่สำหรับ iOS4 ของคุณเองทั้งหน้า Home และ Lock Screen ก็เป็นทางเลือกหนึ่งครับ

คะแนนจากผม 8/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น

8. SF Showtimes in Hand & Major Movie

ใครจะดูรอบหนังหรือจองตั๋วหนัง คือควรมีไว้ทั้งสองตัวครับจะได้ดูรอบหนังได้ทุกค่าย แต่ถ้าให้วิจารณ์ก็บอกเลยว่า SF Showtimes ขาดตรงไม่มีส่วน Promotion เหมือน Major Movie แต่ Major Movie ระบบ Search สู้การกดเข้าถึงหนัง / สถานที่ของ SF Showtimes ไม่ได้เลยเช่นกันของ SF Showtime วิธีการใช้งาน Friendly กว่าเยอะ

คะแนนจากผม SF 9/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น , Major 7/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น

9. Settrade Streaming

ใครเล่นหุ้นไม่ควรพลาดด้วยประการใดทั้งป่วง เพราะมันเป็นแอพที่ดีที่สุดในการเล่นหุ้นไทย / ดูหุ้นไทย / ซื้อ-ขายหุ้นไทย บน iPhone (เพราะมีอันเดียว :P ) และใช้ได้กับทุก Broker ด้วยโดยผมใช้ Kim-eng ก็แค่ต้องไป set รหัส pin 6 ตัวในระบบก่อนแค่นั้นก็ใช้ได้แล้ว

คะแนนจากผม 10/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น

10. dtac

ใครใช้ระบบเครือข่าย dtac แล้วเราอยากจะเช็คยอดค่าโทร และยอดการใช้บริการเสริม SMS , MMS , Internet ใช้ได้ทั้งระบบรายเดือนและเติมเงิน ข้อเสียคือไม่สามารถใช้ผ่าน Wi-fi ได้ต้อง EDGE/GPRS เท่านั้น (สาเหตุเพราะป้องกันการดักข้อมูลจาก Wi-fi ซึ่งปลอดภัยกว่า เช่นเดียวกันกับ Kasikorn Mobile ก็ใช้ได้แต่ EDGE/GPRS)

คะแนนจากผม 8/10 ลิงค์แอพพลิเคชั่น

ติดตามตอนต่อไปกันกันด้วยนะครับ แล้วทุกท่านมี App อะไรที่ใช้เป็นประจำมาแบ่งปันกันบ้างนะครับ

ซื้ออะไรดีระหว่าง Android , iPhone หรือ Blackberry

เนื่องจาก ณ วันนี้ผมได้ลองมือถือทั้ง 3 รุ่นมาหมดแล้วโดยถ้าใครติดตามผมจะรู้ว่าผมเคยใช้ Wellcom A88 , Blackberry Curve 8520 และที่ถืออยู่วันนี้ iPhone 4 ถึงแม้ผมจะเปรียบมวยคนละรุ่นกัน แต่เอาเป็นว่าผมยกแต่จุดเด่นจุดด้อยมาชนกันของแต่ระบบปฎิบัติการณ์ก็แล้วกันครับ

Android

จุดเด่นหลักๆของ Android ก็คือ

  • “Widgets” ที่ทำให้หน้าจอหลักของเราว่างอะไรไว้ก็ได้ ทำอะไรก็ได้ซึ่งสะดวกสบายมาก
  • “Notification” ทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วมากและ app ต่างๆก็ใช้ notification ได้อย่างถูกใจทีเดียว
  • “Google Services” ที่ทรงพลัง ใครที่ใช้บริการของ Google อยู่แล้วจะได้รับอำนวยความสะดวกมากมายพร้อมกับ Feature ของ Google ที่หายากในระบบปฎิบัตรการณ์อื่นๆ เช่น Voice Actions , Gesture Search
  • Application และนักพัฒนาจำนวนมาก ที่กำลังทยอยเข้ามา รวมถึง Application ฟรีๆและดีมีมากมาย

โดยส่วนตัวผมแล้ว Android เป็นระบบที่ครบเครื่องมากที่สุด และคุ้มค่าที่สุดเพียงแต่คุณลองมาดูจุดด้อยของมันบ้างซึ่งถือว่าไม่แย่แต่ก็ไม่ควรละเลย

จุดด้อยของ Android เนื่องจากจุดอ่อนของ Android ไม่ใช่เป็นจุดอ่อนที่มากมาย แต่ก็พอทำให้ผมเปลี่ยนใจ ไปใช้ระบบปฎิบัติการอื่นได้ ดังต่อไปนี้

  • “OS Version” กว่าจะอัพเดตได้อย่าง Official ช้ามาก ถ้าเป็น CustomROM เวลา version ใหม่มาก็ต้อง Flash ใหม่อีก
  • Market แปลกมาก ที่แม้จะเป็น Free App แต่บางทีก็ไม่สามารถโหลดจาก Market กลางได้ จากเครื่อง Android รุ่นที่ผมใช้ (A88) แต่โหลดได้จากของเพื่อน (Samsung Spica) ถ้าอยากเสียเงินซื้อ App ต้อง Root อีกตะหาก (Market ที่ไทยยังไม่ official)
  • ที่สำคัญคือ User Experience มันไม่ใช่สำหรับผมคือ “Android App” เช่น ส่วนใหญ่จะไม่มีการ Back กลับหน้าที่แล้วมาแต่จะใช้การกดปุ่ม Back ที่เป็นปุ่ม Physical แทน ทำให้เฮ้ย “มี TouchScreen แต่ทำไมต้องกดปุ่มธรรมดาฟะ” ซึ่งข้อดีก็มีแต่สำหรับผมมันคือข้อเสีย และบางครั้งจะ Lag ในการใช้งาน ซึ่งต่อให้ใช้ตัวใหม่ๆแพงๆก็ยังมี Lag ให้เห็นอยู่ดี
  • การ Config ที่ยุ่งยาก เนื่องจากระบบปฎิบัติการณ์ที่ยืดหยุ่น ทำให้เราสามารถปรับแต่งได้หลายอย่าง ก็เลยมาพร้อมหน้าที่ ที่จะต้องปรับแต่งให้เป็นไปตามต้องการซึ่งผมเสียเวลาปรับแต่ง Android นานเพราะมันมีให้ปรับทุกส่วนเลยจริงๆ (ซึ่งจะว่าดีก็ดีนะแต่ต้องศึกษานานพอตัว)

โดยสรุปแล้วผมใช้ Android เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในบรรดา 3 OS นี้เนื่องด้วยส่วนใหญ่ราคาไม่แพงเท่า iPhone แล้วความสามารถดีเทียบเท่ากันเลยทีเดียว

iPhone

เนื่องจากมันเป็นมือถือใหม่ ผมใช้เวลาศึกษา 3 วันเต็มๆว่ามันทำอะไรได้บ้าง แล้วการใช้งานมีตรงไหนขัดใจบ้าง เอาละครับ มาดูกัน (ไม่รวมถึง iPhone Jailbreak นะ)

จุดเด่นของ iPhone มัน คือมันเป็นระบบปฎิบัติการณ์ที่ User Experience ส่วนใหญ่ดีที่สุดใน 3 ระบบปฎิบัติการณ์ยกเว้นเรื่องขาด Widgets ที่ไม่มีเหมือน Android และ Notification ที่ห่วยกว่า BB และ Android เผลอด่าไปมาต่อเรื่องเทพครับ

  • การออกแบบตัว Hardware และ Software มีความสอดคล้องกันสูงมาก ในรุ่นที่ผมใช้อยู่ iPhone4 ลื่นกว่า Android ทุกตัวที่ผมเคยลองมา (HTC Desire , Samsumg Galaxy S , Motorola Droid ฯลฯ) ในทุก Application
  • Application ต่างๆถูกออกแบบมาได้ดีกว่าของ Android ยกเว้น Google Service ดังนั้นเมื่อ Application ออกแบบมาถูกลักษณะก็เลยทำให้ User Experience ของคนใช้ดีและเข้าใจวิธีใช้ได้ง่าย
  • ใน iPhone4 นั้นการถ่ายรูปนั้น / focus ได้อย่างรวดเร็วแถมถ่ายได้ต่อเนื่อง smooth มาก
  • Game บน iPhone นั้นดีสุดๆ ลื่นไหลและราคาไม่แพง เช่น Street Fighter 4 , Need for Speed
  • มี Application เกี่ยวกับดนตรีที่ดีกว่าทุกเจ้า เช่น Guitar , Drum ซึ่งตอบสนองรวดเร็วและไหล่ลื่นไม่มีสดุดกันเลยทีเดียว ตัวอย่าง เล่น Guitar เพลง Metallica บน iPhone

สรุปเลยว่าข้อดีมันคือ Application ต่างๆและ User Experience ที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ขาดแค่ 2 เรื่องเท่านั้นจริงๆคือ Notification ที่แย่กว่าเจ้าอื่น กับไม่มี Widgets ไม่งั้นผมคงใช้ได้ Happy กว่านี้

จุดด้อยของ iPhone (ที่ไม่ Jailbreak) จริงจุดอ่อนของ iPhone จะเห็นได้ชัดเจนกว่าของ Android ครับโดยมีเรื่องต่างๆดังนี้

  • อยากได้ User Experience ที่ดีส่วนใหญ่ “ต้องจ่าย” เพิ่มไม่ค่อยมีตัว Free และดียกเว้น Game ครับ
  • AppStore ระบบ Refund นั้นยากกว่าของ Android
  • หลายจุดที่ Android ทำได้ดีกว่า เช่น ถ้าผมต้องการปิด Location ใน android สามารถปิดในหน้า widget ที่ผมทำไว้ได้เลย ไม่ต้องเข้า setting > general > location > on ซึ่ง Widget คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เรื่องเหล่านี้ง่ายใน Android แต่ยากสำหรับ iPhone
  • ไม่สามารถปิด Notification ของ Messages กับ Email ได้ ซึ่งน่าแปลกเพราะปกติเจ้าอื่นเขาปิดได้หมด ของ iPhone ก็ปิดได้หมดยกเว้น 2 ตัวนี้เอง
  • ความไม่สอดคล้องของ Application กับ Notification เช่นมี Push มาบอกว่ามี 2 Tweet ที่ Mention คุณพอกด View ปุ๊บแทนที่จะเจอ Tweet ที่ Mention นั้นดันต้องรอสักพักหรือกด Refresh ใหม่เองถึงจะมา (ซึ่งไม่ชอบอย่างแรง)

ผมเลยสรุปว่า iPhone เป็นมือถือที่ดีทั้ง Software , Hardware รวมไปถึง Application Flow ต่างๆที่สอดคล้องกันกับระบบปฎิบัติการณ์เลยนำมาซึ่ง User Experience ที่ดีต่อ User แต่ถามเรื่องความคุ้มค่าผมมองว่า Android คุ้มกว่านะ

Blackberry

เนื่องจากผมไม่เคยใช้ Blackberry ที่เป็น TouchScreen ดังนั้นบทวิจารณ์นี้จะไม่รวม Blackberry ที่เป็น TouchScreen นะครับ ผมใช้ Blackberry มา 3-4 เดือนได้ความแบบนี้

จุดเด่นของ Blackberry จริงๆคือ สิ่งเหล่านี้ครับ

  • Hard Keyboard ที่ทำให้เรากดพิมพ์ได้อย่างง่ายและรวดเร็ว แถมยังเอาไปเล่นสงกรานต์ได้อย่างสบายใจ (เอาใส่ถุงไว้ มันก็ยังจิ้มๆเพื่อพิมพ์ได้ แต่ iphone และ wellcom ต้องเอานิ้วจิ้มดังนั้นพอผ่านถุงก็เลยทำอะไรไม่ได้ซะงั้น) และต่อให้ Android มี keyboard แต่การออกแบบนั้นสู้ Blackberry ไม่ได้
  • ระบบ Messages คือ BB จะมีส่วนหนึ่งซึ่งเป็นการเก็บ Notification ทั้งหมดเข้ามาอยู่ในโปรแกรมนี้ ทำให้เราไม่ต้องไปเปิด Application ให้ยุ่งยากก็ดูมันผ่าน App นี้ไปเลย ทำให้เราจัดการ Message ทั้งหมดที่เข้ามาผ่านทาง Email , SMS , MMS , twitter , flickr , foursquare ฯลฯได้ง่าย
  • การไม่ใช่ TouchScreen มีข้อดีคือ การที่มือไปโดนแล้วเปิดโปรแกรมจะเจอน้อยมากใน BB แต่ถ้าในมือถือ TouchScreen ทั้งหลายเราคงต้องเจอกันมาบ้างและ
  • Blackberry Messenger มันสามารถทำทุกอย่างได้เหมือน Windows Live Messenger แต่มาอยู่บนมือถือ (ไม่สามารถ Video Confererence คุยกันหรือคุยด้วยเสียงแบบ MSN ได้นะ) จุดเด่นที่สุดคือระบบ Group และ Push ซึ่งไม่มี Messenger ตัวไหนสู้ได้ (Palringo ไปตายที่ Push ซึ่งห่วยแตก)
  • Learning Curve ต่ำ (ใช้เวลาเรียนรู้ได้เร็ว) เพราะลูกเล่นน้อยกว่าอีก 2 ระบบปฎิบัติการณ์เยอะ ทำให้เราสามารถที่จะรู้ทุก Feature และทุก App ได้เร็วกว่า 2 ระบบด้านบนมาก
  • ข้อดีสำหรับผู้ชาย คือ “สาวๆเล่น Blackberry เยอะมากกกกก”

จุดด้อยของ Blackberry มีดังนี้ครับ

  • ไม่คุ้มค่าเลย ราคาของมือถือเมื่อเทียบ function การใช้งานกับตัวอื่นถือว่าสอบตก
  • Application ต่างๆบน Blackberry นั้นสู้ Android , iPhone ไม่ได้เลย
  • Package ที่ออกมาให้ใช้งานนั้น มันไม่คุ้มค่าเลย 350 บาทเล่นได้แค่ BBM , WLM , Google Talk , ICQ , Facebook , Twitter , MySpace , Flickr และ Email (เอาไปซื้อ EDGE/GPRS ดีกว่าไหม เล่นได้หมดเลยด้วยรวมถึงดูเว็บได้ด้วย ยกเว้นแต่จะใช้ BBM)
  • ค้างบ่อยใน BB Curve 8520 ของผมค้างบ่อยมากทำให้หงุดหงิดเวลาใช้ (ต่อให้ Bold 9700 ก็ยังมีค้างแต่ไม่บ่อยเท่า) ปล. ค้างในที่นี้คือมันประมวลผลนานนะครับ ไม่ใช่ว่าค้างไปเลย

โดยสรุปครับว่าต่อให้ BB OS6 ที่กำลังออกมาในอนาคต ผมเล่นตัว Beta แล้วก็ไม่ได้ดีไปจากเดิมเท่าไร เพียงแต่เข้าถึง Application ได้รวดเร็วกว่าเดิมและจัดสรรค์ได้มากขึ้นเท่านั้นเอง โดยผมว่า Blackberry เป็นมือถือที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์คนที่ใช้ Social และ Email อยู่เป็นประจำครับ

สรุปว่าระบบปฎิบัติการณ์แต่ละอันเหมาะกับคนกลุ่มไหน

  • Android ผู้ใช้งานทั่วไปแต่ถ้าให้ดีต้องศึกษาการปรับแต่งให้มากๆแล้ว Android จะคุ้มค่าที่สุด
  • iPhone ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการความสอดคล้องทั้ง Hardware , Software และตื่นตาตื่นใจไปกับ Application บน AppStore
  • Blackberry ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการใช้ BBM และ Hard keyboard (ถ้าไม่ต้องการแนะนำว่าเลือก Android หรือ iPhone ดีกว่า)

เอาละครับ Review จบแล้วทั้ง 3 Platform แล้วทุกท่านมีประสบการณ์การใช้งานกับระบบเหล่านี้บางหรือเปล่าถ้ามีก็มาแชร์ให้ฟังกันบ้างนะครับ

Next Page »