Archive for the 'พักผ่อน' Category

[Clip] Sorry Sorry – Super Junior


จังหวะดนตรีโดนๆ แบบนี้ลองฟังดูครับเจ๋งดี พักผ่อนอีกสักโพสก่อนที่จะเริ่มเขียนบล็อคต่อนะครับ ^^”

ดูคลิปอื่นๆเพิ่มได้ที่นี้ครับ

[MV]Tell Me Your Wish – Girl’s Generation(SNSD) พร้อมซับไตเติลไทย

วันนี้มาแบบง่ายๆมาพักผ่อนดู Girl’s Generation กันดีกว่านะครับ อันนี้เป็น MV ล่าสุดในตอนนี้คือ Tell Me Your Wish ผมเห็นว่ามีคนไทยทำซับไตเติลไทยไว้ เลยข้อนำมาแปะให้ชาว IT ได้ดู MV งามๆพร้อมเข้าใจในเนื้อหาของเพลงกันนะครับ

Netbook 8.9″ 10.1″ หรือ 12″ นิ้วดี

ก่อนสอบพรุ่งนี้วันนี้เลยมาเขียน Blog กันก่อนนะครับ วันนี้ผมจะมาว่าเรื่อง Netbook กันอีกแล้วครับโดยช่วงนี้ใครติดตามข่าวก็พอรู้ว่า Atom N280 นั้นสนับสนุน 720p แล้วซึ่งทำให้เราสามารถดูหนังที่ Hi-def ใน Laptop ได้แต่กระนั้น เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นกันแต่เราจะมาพูดถึงเรื่องจอครับ ซึ่งผมมีโอกาสได้สัมผัสกับจอทั้ง 3 แบบที่ Netbook ช่วงนี้กำลังฮิตก็คือ 8.9″ 10.1″แล้วก็ 12″ ซึ่งผมจะมาบอกข้อดีข้อเสียของแต่ละรุ่นกันครับ

8.9″ ส่วนใหญ่ Netbook ระดับนี้จะมีน้ำหนักที่เบามาก ดังนั้นพกพาสะดวก แต่จอเล็กเกินไป ไม่เหมาะสำหรับการเพ่งนานๆ เช่นเขียนโปรแกรม

10.1″ ส่วนใหญ่น้ำหนักกำลังดีไม่เบาไม่หนัก จอที่ใหญ่ขึ้นมานิดหนึ่งนั้นทำให้ทุกอย่างดู OK มากขึ้นและเพ่งน้อยลง แถมเอามาดูหนังก็ดี

12″ น้ำหนักเริ่มที่จะหนักแล้ว จอใหญ่ขนาด 12″ ทำให้สามารถใช้แทน Laptop ของจริงได้เลยแต่ประสิทธิภาพนั้นน้อยทำให้ใช้งานหนักๆไม่ได้ แต่ก็ดีพอที่จะเขียน code ด้วย Text-editor หรือ IDE บางตัวได้ Keyboard ที่ทำได้ลงตัวมากกว่ารุ่น 10.1″ และ 8.9″

ต้องขอขอบคุณร้านที่ Fortune ที่สามารถให้ผมลองใช้ อย่างเต็มที่ 12″ นั้นตอนนี้ยังมีราคาแพง และรุ่นที่ผมทดสอบนั้นยังไม่ใช่รุ่นที่เป็น Netbook จริงๆซึ่งถ้าตลาดยังแข่งขันอยู่ ผมว่ารอซื้อรุ่น 12″ น่าจะดีกว่าเพราะว่ามันใช้งานได้ดีกว่ารุ่นทั้งสอง แล้วมีข่าวแว้วๆว่าน้ำหนักมันจะหนักเก่ารุ่น 10.1 เพียง 2 ขีดเท่านั้น (แต่รุ่นที่ผมทดสอบมันไม่ใช่เลยหนัก) รายชื่อที่กำลังผลิตและผลิตโน้ตบุกรุ่น 12″ มาให้ใช้กัน

  • Dell
  • Lenovo
  • Asus

ซึ่งบางยี่ห้อก็ยังมีราคาแพงอยู่ แต่ตอนนี้ผมกำลังรอดู Lenovo อยู่เพราะดีแดงรุ่น 8.9″ นิ้วนั้นสวยมากเกินห้ามใจ แล้วราคาก็ไม่ได้แพงมาก แต่สำหรับตอนนี้ใครอยากมี Netbook ไว้ครอบครองก่อน ก็อย่าพึงซื้อ 12″ เพราะมันแพงอยู่มากๆครับ

เงิน เวลาและความสุขมันเคยมาพร้อมกันไหม?

หลังจากไม่ได้เขียนเรื่องสไตล์นี้มานาน วันนี้ก็ขอพูดประเด็นง่ายๆที่ผมอยากจะพูดให้ฟังบ้าง ถึงจะอายุ 21 แต่ผมก็ช่างสังเกตนะ ;) ผมสังเกตได้ว่าในช่วงเวลาที่มีเงิน มักจะไม่มีเวลาใช้เงิน หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือผมมีเงินเพราะไม่มีเวลาใช้นั้นเอง ถามว่ามันจริงรึเปล่า ? ผมเองก็คงตอบไม่ได้แต่คิดว่ามันคล้ายๆจะเป็นอย่างงั้น

  • เราทำงานได้เงิน แต่ช่วงที่ทำงานเพื่อแลกเงินก็ไม่มีเวลาเอาเงินไปใช้
  • เมื่อมีเวลา เรามักจะหาความสุขใส่ตัว แล้วเงินมักจะหายไป
  • เมื่อเรามีความสุขเวลาช่างผ่านไปเร็ว
  • เวลาว่างบางทีก็ไม่ได้มีความสุขหรอกนะ

แต่ถ้าใครอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ผมว่าปกติและ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ ไม่มีเงิน ไม่มีเวลา และ ไม่มีความสุข เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่เขายากจนสุดฤทธิ์หรอกครับ แต่เป็นเพราะ “ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี” คนจนก็มีความสุขกับเพื่อนๆและครอบครัวได้ ถึงจะไม่มีเงินใช้ แต่แค่ได้คุยกับเพื่อนๆ ก็มีความสุขได้ แต่แล้วคำถามคือแล้วมีแบบที่ มีทั้งเงิน เวลาและความสุขไหม ผมก็ต้องขอตอบว่ามี !! แต่น้อยคนนักที่จะมีส่วนใหญ่คนที่มี ทั้งเงิน เวลาและความสุข มักจะเป็นคนที่สำเร็จ จากหน้าที่การงานแล้วอยู่ในช่วงสูงอายุ ที่อยู่กับคนที่เรารักจริงๆ เหมือนในนิยายเลยว่าไหม ?

ดังนั้นผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆได้ และทำได้บ่อยๆก็คือใน 3 อย่างนี้ให้เลือกเพียง 2 อย่างแล้วทำให้มันดีที่สุด !! แน่นอนผมว่า ความสุขคงเป็น 1 ใน choice ที่ทุกคนอยากได้ และสิ่งที่มักจะไม่คู่กันเสมอก็คือ “เงิน” และ “เวลา” ซึ่งมีนับคนได้ที่มีทั้ง 2 อย่างนี้พร้อมกัน แต่ทว่าความหมายว่า “เงิน” ของผมเนี้ยมันหมายถึง “เงินที่เพียงพอ” ไม่ใช่ “รวยล้นฟ้า” ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับจิตใจรึเปล่า ? พูดที่ผมพูดมาเนี้ย คุณสังเกตไหมว่ามันอยู่ที่จิตใจ.. ของคนเราเท่านั้นเอง การที่จะอยากมีทั้ง “เงิน เวลาและความสุข” มันอยู่แค่ที่คุณคิด ว่าเรา

มีเงินพอกินพอใช้ มีเวลาพอที่จะทำสิ่งที่เราชอบ และมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอย่างทุกวันนี้

นี้คือส่วนหนึ่งของธรรมะ และเป็นสิ่งที่นายหลวงอยากให้คนไทยเข้าใจ คือความพอเพียง แต่คนส่วนใหญ่รวมถึงผมก็ชอบที่จะมีของเท่หๆ อยากมีเวลาเที่ยวกับเพื่อน แล้วอยากมีคนรัก แต่ทำไมเรายังไม่รู้สึกพอสักที มีเงินใช้อย่างสบาย , มีเวลาเที่ยวกับเพื่อน , มีคนที่รักอยู่รอบข้าง แต่เราก็ยังอยากได้เพิ่มอยู่ดี “เนี้ยและมนุษย์” ความสุขของคนเรามันอยู่ไม่ไกล อยู่ที่ใจเราเองเท่านั้น

โลกสดใสด้วยคำว่า “ขอบคุณ”

วันนี้ก็มากับบทความง่ายๆ แต่ทำยากกันครับ โดยผมเคยอ่านหนังสือที่ทำให้คิดบวกมามากมาย แต่ผมว่าอันหนึ่งที่ผมทำได้และง่ายมาก คือ “ขอบคุณกับทุกๆสิ่ง” หลักการโดยแท้ๆไม่มีครับ แต่มันคือการทำให้ใจเราคิดบวกโดยการขอบคุณทุกๆอย่าง ถึงแม้เราจะไม่พอใจ เกือบทุกวันผมจะขอบคุณสิ่งต่างๆเหล่านี้ครับ (อันนี้เอาเฉพาะใ้ช้จริงๆ)

  • ขอบคุณคนเขียน Blog ที่ผมได้อ่าน
  • ขอบคุณแม่และพี่สาวที่เป็นห่วง
  • ขอบคุณงานและการบ้าน ที่ทำให้ผมรับผิดชอบ
  • ขอบคุณคนติ เพราะทำให้ผมเห็นข้อผิดพลาด
  • ขอบคุณอดีต ที่ทำให้วันนี้ผมแกร่งกว่้าเดิม

โดยเรายังขอบคุณได้หลายอย่างต่อวัน การที่เราขอบคุณต่อสิ่งที่เราได้พบ ได้เห็น ได้เจอ ถ้าเราคิดบวกมันก็บวก ถ้าเราคิดลบ มันก็ลบคนที่มีผลกระทบคือคุณ ถ้าคิดลบคุณอารมณ์คุณก็ลบตามที่คิด ถ้าคุณคิดบวกอารมณ์คุณก็บวกตามที่คิด

“มันเป็นเรื่องง่ายที่จะบอก และมันเป็นเรื่องยากที่จะทำ”

วันนี้ผมลาไปก่อนครับ อย่าลืมติดตาม Blog นี้และ Podcast ที่กำลังจะมีทุกๆอาทิตย์นะครับ ;) ไปแล้วครับสวัสดีครับ

Next Page »