Archive for the 'เพิ่มศักยภาพ' Category

อย่ารับผิดชอบมากเกินไปและสอนให้ทุกอย่างรับผิดชอบตัวมันเอง

สิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถโฟกัส อะไรได้นานนั้นคือ ความรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา และตัวเอง สำหรับหนุ่มสาว วัยรุ่นเช่นผมความรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆมันก็ยังน้อยอยู่ ถ้าเทียบกับผู้ใหญ่ที่มีครอบครัวแล้ว หรือคนที่มีฐานะลำบาก ต้องทำงานไปเรียนไป ความรับผิดชอบก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นหลายเท่า เมื่อความรับผิดชอบเยอะคุณก็ต้องแบ่งเฉลี่ยความสนใจไปในแต่ละเวลาต่างๆกันไป

แล้วถ้าคุณไม่สามารถบริหารเวลาได้ดี คุณก็จะตกอยู่ในความกดดันเพราะสำหรับคนที่ฐานะลำบาก ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน ถ้าไม่มีเงินก็ไม่มีกิน ถ้าไม่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ก็จะไม่มีความสุข ปัจจัยรอบตัวรุมล้อมเข้ามา ดังนั้นวันนี้ผมเลยคิดแนวคิดในอุดมคติขึ้นมาครับ แนวคิดนี้ผมคิดขึ้นมาเอง และไม่รู้ว่ามันจะเป็นจริงได้ไหม แต่ผมก็เห็นความเป็นจริงลางๆได้แล้วจากคอมพิวเตอร์ แต่มันไม่ครบทุกอย่าง

Computer ถ้าเราสามารถควบคุมมันได้ ความรับผิดชอบต่อหลายสิ่งหลายอย่างของเราก็จะลดน้อยลงไปได้มาก ยิ่งธุรกิจของเราเป็นธุรกิจที่ดำเนินได้ด้วย Computer ยิ่งทำให้ความรับผิดชอบเราน้อยลงเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ Computer รับผิดชอบให้เราไม่ได้ตลอดก็คือ

  1. ความรักที่ให้ต่อคนรอบข้าง ต่อครอบครัว ต่อเพื่อนฝูง ต่อคนรัก ต่อคนรู้จัก Com มันทำแทนไม่ได้ Com มันจีบผู้หญิงแทนเราไม่ได้ มันไปเที่ยวแทนเราไม่ได้ และมันพาครอบครัวเราไปเที่ยวไม่ได้
  2. คอมพิวเตอร์มีข้อมูลให้เราได้ แต่มันเรียนแล้วให้เราได้ความรู้ไม่ได้
  3. คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำให้เราอิ่มได้
  4. คอมพิวเตอร์ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย
  5. คอมพิวเตอร์ช่วยให้การรักษาดีขึ้นได้ แต่ช่วยให้เราแข็งแรงไม่ได้

หลายๆอย่างคุณต้องทำเองถึงจะได้มา อยากได้ความรักก็ต้องให้ความเอาใจใส่ อยากได้ึความรู้ก็ต้องหาใส่หัวเอง อยากอิ่มก็ต้องกินข้าว อยากนอน อยากนั่งโซฟาก็ต้องไปหาไปเลือกซื้อเอง คอมพิวเตอร์เลือกซื้อแทนไม่ได้ (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) จะเห็นว่าเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องรับผิดชอบเอง แม้แต่เครื่องมือระดับเทพอย่างคอมพิวเตอร์ก็ทำแทนไม่ได้ แต่เรามีพลังมนุษย์อยู่เราสามารถทำให้มนุษย์ท่านอื่นมารับผิดชอบแทนเราได้ แต่เราต้องสอนเขาถึงจะรับผิดชอบได้อย่างถูกต้อง

ที่บอกให้สอนทุกอย่างให้รับผิดชอบตัวมันเองได้เนี้ย เพราะถ้ายังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้ จะมารับผิดชอบคนอื่นมันก็คงเป็นเรื่องยาก แล้วสุดท้ายจะทำให้งานที่เรามอบหมายให้เขารับผิดชอบต้องเสียไปอีก ดังนั้นถ้าไม่อยากรับผิดชอบมากเกินไป ก็ต้องสอนให้คนอื่นๆให้มีความรับผิดชอบต่อตนเอง มันเป็นเรื่องยากนะที่จะสอนคนอื่นๆให้รับผิดชอบต่อตัวเขาเอง

บางทีเราเองก็ต้องรับผิดชอบต่อคนรอบข้าง จนหมดความเป็นส่วนตัวของคุณ คุณก็ต้องทำความสมดุลระหว่างตัวคุณและคนรอบข้าง แต่อย่า(หาเรื่อง)รับผิดชอบมากเกินไป เพราะมันทำให้คุณต้องหมดความเป็นตัวคุณ (แต่เสริมความแกร่ง ให้คุณเก่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น) ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าคุณอยากจะโฟกัสกับงานๆใดให้มาก จะต้องลดความรับผิดชอบต่อสิ่งอื่นให้ลดลง

ปล. ผมจะเริ่มตัดความรับผิดชอบแล้วครับ เพราะตอนนี้ถึงเวลาเพิ่มความรู้อีกแล้วครับ ดังนั้นก็ลาด้วย เอนทรี่นี้กับบล็อคแห่งนี้เป็นเวลา 1 เดือนเต็มครับแล้วจะกลับมารับผิดชอบใหม่ครับผม (แต่ Podcast ยังเหมือนเดิมครับลองฟังได้ ที่นี้)

Bit Torrent มหันตภัยร้ายกับตัวเรา

Bit Torrent ทุกวันนี้คงรู้จักกันแทบทุกคนแล้วละครับ เรื่องที่ผ่านๆมาของ bit torrent มีทั้งแง่ดีแง่ร้ายครับ แต่วันนี้ผมจะมาพูดว่าทำไมมันถึงเป็นมหันตภัยร้ายกับตัวเรา อย่างมากครับ ที่ประสบกับตัวผมอย่างโดยตรงเลยนะครับ นอกเหนือเรื่องผิดกฎหมาย แล้วก็มีเรื่องดังนี้ตามมาครับ

  1. ความอยากที่มากขึ้น กิเลส มากขึ้น
  2. ไม่เคารพต่อลิขสิทธิ์ (ละเมิดลิขสิทธิ์)
  3. คิดว่าของทุกอย่างบนโลกเป็นของฟรี
  4. บริโภคทรัพยากร (traffic) อย่างสิ้นเปลื้อง
  5. โหลดแบบไม่คิดเยอะ โหลดมาไม่ได้อ่านก็เยอะ
  6. เสียเวลาหาของโหลดทุกวัน (productivity น้อยลง)
  7. เปลื้องค่าไฟโหลดมาแล้วดูครั้งเดียวก็เยอะ
  8. เพิ่มโลกร้อน อีกตะหาก (เพิ่มก๊าซคาบอน)
  9. ใครโหลดมาอัดใส่ DVD ยิ่งเปลื้องเงินมากมาย (เช่นผม)

เสียทั้งเิงินและเวลา เสียทั้ง productivity ถึงแม้จะมีข้อเสียมากมายแต่มันก็มีข้อดี (อย่างน้อยมันก็เป็นการสร้างมาจากสุดยอดทฤษฎีเลยเีชียวน่า) ข้อเสียสำหรับผมยังมีอีกเยอะแยะ เพราะเมื่อเรารู้จัก bit torrent เพื่อนๆเราก็จะฝากโหลดนู้นนี้นั้นโน้น ยิ่งถ้า net เราแรงๆนะยิ่งโดนใช้จนน่าดู สุดท้ายแล้วเราจะเสียเวลา เสียเงิน เสีย productivity อย่างแท้จริง ให้ใช้หลักการเดียวครับ

โหลดอย่างพอเพียง โหลดแล้วดู โหลดแล้วใช้ให้คุ้มค่า

ธรรมะกับความอุดมสมบูรณ์

หลังจากที่ผมอาจ “เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน” ผมก็ประทับใจกับธรรมะ มากขึ้น (ใครยังไม่ได้อ่าน ก็เนี้ยและหนังสือธรรมะจากความจริง) เขาได้ให้แง่คิดและเหตุผลที่อ่านแล้วรู้สึกได้ ผมพูดตรงๆว่าเมื่อก่อนค่อนข้างยังสงสัยว่าธรรมะ ทำแล้วได้อะไีร? ยิ่งได้ยินจากคนอื่นๆก็ยิ่งทำให้คิด ขนาดว่าไปบวชมาแล้วก็ยังไม่เจอเหตุผลว่าทำไมต้องนั่งสมาธิเลย แต่พอมาได้อ่านเล่มนี้บวกกับอายุ 21 ปีเต็ม ก็ได้ข้อคิดหลายๆอย่าง แล้วที่วันนี้มาพูดกับ ความอุดมสมบูรณ์ หรือในภาษาอังกฤษก็คือ Productivity !! (อาจจะแปลว่าการเพิ่มผลผลิต แต่ผมตั้งใจแปลว่า ความอุดมสมบูรณ์)

ผมเคยคิดว่าที่เราพยายาม ทำให้ตัวเองมี Productivity ที่สูงขึ้นแต่ทำไมเราถึงรู้สึกขัดแย้ง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ Productivity ไม่จริงนั้นเอง ผมยังคงเชื่อ (เน้นว่าเชื่อ) ว่าการสร้างผลผลิตที่ดีไม่ได้มาจากการบริหารเวลาให้ดีที่สุด หรือว่าการทำ Task ให้เยอะที่สุด แต่จริงๆแล้วมันคือการทำงานออกมาให้สมบูรณ์ที่สุด ในช่วงเวลาที่เหมาะสมดังนั้นธรรมะสามารถมาเสริมข้อนี้ได้อย่างเห็นได้ชัด

  • การทำให้จิตใจสงบและไม่อคติ
  • การที่เราชอบงาน รักงาน และอยากทำงาน
  • การที่เรามีความอดทนต่อกิเลส
  • การที่เราพิจารณาอารมณ์ ทำให้เรามีสติ
  • มีสติสัปชัญญะ และปัญญา
  • ฯลฯ

แต่ละอย่างล้วนมีผลกับการทำงานทั้งนั้น ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ตามหลักวิชาการที่ท่านทั้งหลายเรียนมา แต่เมื่อใช้คู่กับธรรมะัแล้ว จะได้ผลมากขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าเราทำงาน Happy กับงาน ทำอย่างตั้งใจเราจะมี Productivity แบบไม่รู้ตัวนั้นเอง แต่แล้วก็ไม่ใช่หลักธรรมะ ธรรมะต้องมีสติ ดังนั้นถ้าวางแผนกับงานที่ชอบ ที่ตั้งใจ แล้วละก็ Productivity จะเพิ่มขึ้นสูง อย่างไม่น่าเชื่อ แต่สังเกตุว่าการทำแบบนี้ก็ต้องใช้ปัญญาช่วยด้วยถึงจะได้ผลดี ดังนั้นเรามารู้จักหลักการ Get Things Done ง่ายๆกันก่อน เสร็จแล้วพอเมื่อนำมาปฎิบัติพร้อมๆกับใช้ธรรมะ จะส่งผลดีต่อคุณทั้งด้านอารมณ์และการงาน

  • ปัญหาที่เกิด จะผ่านไปได้ด้วยดี
  • จิตใจแจ่มใส ไม่หม่นหมอง
  • งานเสร็จตามกำหนด
  • ความสุขในการทำงานเกิด
  • ความรู้เพิ่มพูนมากขึ้น
  • ทำให้คนรอบตัวจิตใจแจ่มใส

นี้เป็นเรื่องส่วนหนึ่งเท่านั้น จริงๆแล้วไม่ได้อยากให้เชื่อแต่อยากให้ลอง ว่าจริงๆแล้วธรรมะ นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ แต่ก่อนนำมาใช้ควรจะหาคำตอบที่เราไม่เข้าใจเกี่ยวกับธรรมะซะก่อน ไม่งั้นเรายังจะมีอคติในการนำธรรมะมาปฎิบัติ เราควรลองอ่านหนังสือเกี่ยวกับธรรมะดู หรือไม่ก็ถามจากพระที่ท่านเข้าใจธรรมะ เมื่อเราเลิกอคติกับธรรมะ สุดท้ายแล้วสิ่งดีๆทั้งด้านกายและใจก็จะตามมา

เงิน เวลาและความสุขมันเคยมาพร้อมกันไหม?

หลังจากไม่ได้เขียนเรื่องสไตล์นี้มานาน วันนี้ก็ขอพูดประเด็นง่ายๆที่ผมอยากจะพูดให้ฟังบ้าง ถึงจะอายุ 21 แต่ผมก็ช่างสังเกตนะ ;) ผมสังเกตได้ว่าในช่วงเวลาที่มีเงิน มักจะไม่มีเวลาใช้เงิน หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือผมมีเงินเพราะไม่มีเวลาใช้นั้นเอง ถามว่ามันจริงรึเปล่า ? ผมเองก็คงตอบไม่ได้แต่คิดว่ามันคล้ายๆจะเป็นอย่างงั้น

  • เราทำงานได้เงิน แต่ช่วงที่ทำงานเพื่อแลกเงินก็ไม่มีเวลาเอาเงินไปใช้
  • เมื่อมีเวลา เรามักจะหาความสุขใส่ตัว แล้วเงินมักจะหายไป
  • เมื่อเรามีความสุขเวลาช่างผ่านไปเร็ว
  • เวลาว่างบางทีก็ไม่ได้มีความสุขหรอกนะ

แต่ถ้าใครอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ผมว่าปกติและ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ ไม่มีเงิน ไม่มีเวลา และ ไม่มีความสุข เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่เขายากจนสุดฤทธิ์หรอกครับ แต่เป็นเพราะ “ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี” คนจนก็มีความสุขกับเพื่อนๆและครอบครัวได้ ถึงจะไม่มีเงินใช้ แต่แค่ได้คุยกับเพื่อนๆ ก็มีความสุขได้ แต่แล้วคำถามคือแล้วมีแบบที่ มีทั้งเงิน เวลาและความสุขไหม ผมก็ต้องขอตอบว่ามี !! แต่น้อยคนนักที่จะมีส่วนใหญ่คนที่มี ทั้งเงิน เวลาและความสุข มักจะเป็นคนที่สำเร็จ จากหน้าที่การงานแล้วอยู่ในช่วงสูงอายุ ที่อยู่กับคนที่เรารักจริงๆ เหมือนในนิยายเลยว่าไหม ?

ดังนั้นผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆได้ และทำได้บ่อยๆก็คือใน 3 อย่างนี้ให้เลือกเพียง 2 อย่างแล้วทำให้มันดีที่สุด !! แน่นอนผมว่า ความสุขคงเป็น 1 ใน choice ที่ทุกคนอยากได้ และสิ่งที่มักจะไม่คู่กันเสมอก็คือ “เงิน” และ “เวลา” ซึ่งมีนับคนได้ที่มีทั้ง 2 อย่างนี้พร้อมกัน แต่ทว่าความหมายว่า “เงิน” ของผมเนี้ยมันหมายถึง “เงินที่เพียงพอ” ไม่ใช่ “รวยล้นฟ้า” ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับจิตใจรึเปล่า ? พูดที่ผมพูดมาเนี้ย คุณสังเกตไหมว่ามันอยู่ที่จิตใจ.. ของคนเราเท่านั้นเอง การที่จะอยากมีทั้ง “เงิน เวลาและความสุข” มันอยู่แค่ที่คุณคิด ว่าเรา

มีเงินพอกินพอใช้ มีเวลาพอที่จะทำสิ่งที่เราชอบ และมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอย่างทุกวันนี้

นี้คือส่วนหนึ่งของธรรมะ และเป็นสิ่งที่นายหลวงอยากให้คนไทยเข้าใจ คือความพอเพียง แต่คนส่วนใหญ่รวมถึงผมก็ชอบที่จะมีของเท่หๆ อยากมีเวลาเที่ยวกับเพื่อน แล้วอยากมีคนรัก แต่ทำไมเรายังไม่รู้สึกพอสักที มีเงินใช้อย่างสบาย , มีเวลาเที่ยวกับเพื่อน , มีคนที่รักอยู่รอบข้าง แต่เราก็ยังอยากได้เพิ่มอยู่ดี “เนี้ยและมนุษย์” ความสุขของคนเรามันอยู่ไม่ไกล อยู่ที่ใจเราเองเท่านั้น

Firefox 3 Add-on : Enter Selects

Enter Selects หลังจากที่ chrome เปิดตัวมาได้ก็เป็นที่ฮือฮา กันมากแต่ผมคนหนึ่งที่ยังไม่ัตัดใจจาก Firefox เพราะว่า add-on สารพัดประโยชน์นั้นเองรวมถึง Ubiquity ด้วย (กำลังหัดสร้างอยู่ครับ) โดยวันนี้ผมก็มาแนะนำ Enter Selects add-on ตัวนี้ทำหน้าที่ง่ายๆ คือเลือก ผลลัพธ์แรกเมื่อเราพิมพ์ url ยกเว้นแต่คุณจะพิมพ์ http:// หรือ www. นำไปแล้วเจ้าตัวโปรแกรมนี้จะไม่ติด (เป็นเหตุผลที่ดีนะครับ สำหรับเข้า website ใหม่ๆ)

ส่วนถ้าเขา website เดิมโดยผมปกติจะพิมพ์ g นำไปก่อนเลย (Google.co.th) แล้วผมก็กด enter เพื่อเข้า google โห้ง่ายสุดๆ แล้วถ้าจะเข้า url ที่มันเป็นแบบ dominixz.com/blog เนี้ยผมก็พิมพ์แค่ “d b” (d เว้นวรรค b) แบบนี้แล้วกด enter แล้วโปรแกรมนี้จะพาผมมาที่นี้ เป็นอีก add-on ตัวหนึ่งที่ productivity มากกกกก สำหรับผม อย่าลืมไปใช้กันนะครับ วันนี้แค่เอามาฝาก ลองไปดูกันเลย

« Previous PageNext Page »