<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
><channel><title>DominixZ : Live Smart &#38; Geeky &#187; เพิ่มศักยภาพ</title> <atom:link href="http://www.dominixz.com/blog/category/productivity/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.dominixz.com/blog</link> <description>Productivity , Techology News ,Website Review , Web Standard , Live Smart and Geeky</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 16:59:00 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>Productivity for me is&#8230;..</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/productivity-for-me-is/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/productivity-for-me-is/#comments</comments> <pubDate>Fri, 16 Dec 2011 15:23:17 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=1530</guid> <description><![CDATA[สำหรับผมแล้วการทำงานให้มีประสิทธิภาพหรือ &#8220;Productivity&#8221; นั้นผมมีความเชื่อ ดังนี้ เชื่อมั่นในคำว่าอัตโนมัติ สิ่งที่ผมว่ามีประสิทธิภาพที่สุดคือ มีคนทำให้เราแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น Outsourcing หรือการทำ Bot เพื่อทำอะไรซ้ำๆให้เรา มันเป็นสิ่งที่มี Productivity สูงที่สุดแล้ว คือเราไม่ต้องเสียเวลาเลยแม้แต่น้อย ทำให้เราสร้างงานได้ โดยลงแรงเพียงครั้งเดียวหรือจ่ายเงินเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นอัตโนมัติจะดียิ่งกว่าคือเราสามารถตรวจสอบได้ เพราะถ้าตรวจสอบไม่ได้ก็เหมือนนั่งวัดดวงเอา ว่ามันจะทำงานให้เราได้สักเท่าไร ? ถ้าวันหนึ่งวันพังแล้วเราจะรู้เมื่อไร ? ถ้าไม่อัตโนมัติก็ใช้แม่แบบ ถ้าเรื่องใดไม่สามารถทำอัตโนมัติ หรือทำได้ยาก สิ่งที่เราต้องคิดต่อไปคือ ทำให้จบงานนี้เร็วขึ้นได้ไหม ? โดยส่วนใหญ่งานจะมีแม่แบบ (Template) หรือ (Script) ที่ทำให้จบงานได้เร็วขึ้นอยู่แล้ว ถ้ายกตัวอย่างก็เช่น iMacro ของ Firefox  , Browser Extension , การซื้อ theme ที่ขายอยู่ใน themeforest.net เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เราจบงานได้เร็วขึ้นแน่นอน เพียงแต่การใช้แม่แบบนั้นเราต้องมีความเข้าใจในการใช้งานด้วย ไม่งั้นแม่แบบอาจจะทำให้งานช้าเปล่าๆ ถ้าแม่แบบไม่มีก็ต้องมี Flow การทำงานที่ดี สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการทำงานให้มีประสิทธิภาพคือ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับผมแล้วการทำงานให้มีประสิทธิภาพหรือ &#8220;Productivity&#8221; นั้นผมมีความเชื่อ ดังนี้</p><h2>เชื่อมั่นในคำว่าอัตโนมัติ</h2><p>สิ่งที่ผมว่ามีประสิทธิภาพที่สุดคือ มีคนทำให้เราแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น Outsourcing หรือการทำ Bot เพื่อทำอะไรซ้ำๆให้เรา มันเป็นสิ่งที่มี Productivity สูงที่สุดแล้ว คือเราไม่ต้องเสียเวลาเลยแม้แต่น้อย ทำให้เราสร้างงานได้ โดยลงแรงเพียงครั้งเดียวหรือจ่ายเงินเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นอัตโนมัติจะดียิ่งกว่าคือเราสามารถตรวจสอบได้ เพราะถ้าตรวจสอบไม่ได้ก็เหมือนนั่งวัดดวงเอา ว่ามันจะทำงานให้เราได้สักเท่าไร ? ถ้าวันหนึ่งวันพังแล้วเราจะรู้เมื่อไร ?</p><h2>ถ้าไม่อัตโนมัติก็ใช้แม่แบบ</h2><p>ถ้าเรื่องใดไม่สามารถทำอัตโนมัติ หรือทำได้ยาก สิ่งที่เราต้องคิดต่อไปคือ ทำให้จบงานนี้เร็วขึ้นได้ไหม ? โดยส่วนใหญ่งานจะมีแม่แบบ (Template) หรือ (Script) ที่ทำให้จบงานได้เร็วขึ้นอยู่แล้ว ถ้ายกตัวอย่างก็เช่น iMacro ของ Firefox  , Browser Extension , การซื้อ theme ที่ขายอยู่ใน themeforest.net เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เราจบงานได้เร็วขึ้นแน่นอน เพียงแต่การใช้แม่แบบนั้นเราต้องมีความเข้าใจในการใช้งานด้วย ไม่งั้นแม่แบบอาจจะทำให้งานช้าเปล่าๆ</p><h2>ถ้าแม่แบบไม่มีก็ต้องมี Flow การทำงานที่ดี</h2><p>สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการทำงานให้มีประสิทธิภาพคือ ลำดับความคิด อะไรทำก่อนทำหลัง ถ้ามี Task ไหนต้องรอ แล้วทำอย่างอื่นต่อได้ไหม ตรงส่วนนี้ต้องมีการฝึกฝนอย่างเป็นประจำไม่งั้น Flow งานเราจะไม่พัฒนา เช่นกัน บางครั้งคนเราก็ยอมจ่าย ในการพัฒนา Flow ต่างๆให้ดีขึ้นเร็วขึ้น เพราะถ้าดีขึ้นเร็วขึ้น = ทำได้มากขึ้น = Productivity</p><h2>เข้าใจธรรมชาติของร่างกาย</h2><p>คนเราจะมีประสิทธิภาพในเวลาใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการสั่งเกตุตัวเอง เช่น ง่วงตอนไหน แล้วทำงานได้ดีตอนไหน เช่น ตอนกลางคืน เพราะเงียบรึเปล่า เป็นต้นต้องหาตัวเองให้พบ เสร็จแล้วก็ทำให้มันเป็นธรรมชาติ เช่น ทำงาน 90 นาที พัก 15 นาทีเป็นต้น ปวดตาก็พักสักหน่อย ส่วนใหญ่แล้วดีกว่าฝืนทนเพราะมันจะทำให้เราเข้าหัวข้อถัดไป</p><h2>สุขภาพ</h2><p>ผมถือว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ Productivity โดยตรง ถ้าคุณทำงานได้ 24 ชั่วโมงแต่พรุ่งนี้คุณป่วยไป 3 วันแค่นี้คุณก็ Productivity น้อยกว่าคนอื่น เพราะคนอื่นทำงานวันละ 8 ชั่วโมง * 4 = 32 ชั่วโมงแล้ว เพียงแต่คุณจะคิดไปว่าบางครั้งมันก็ต้องทำ ใช่ครับผมไม่เถียงบางครั้งมันก็ต้องทำ แต่ให้รู้ไว้เลยว่าคุณอาจจะทำได้ในช่วงอายุที่น้อยๆ แต่ถ้าอายุคุณ 50 ละป่วยคงไม่ใช่ 3 วันแน่ๆ หรือไม่ร่างกายทำงานแค่ 12 ชั่วโมงที่เหลือมันก็ไม่รับแล้ว การปวดหัว เจ็บป่วยกล้ามเนื้อ ก็เป็นผลทำให้คุณทำงานได้น้อยลง ดังนั้นรักษาสุขภาพด้วยนะครับ ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายบ้าง <strong>&#8220;ยังมีคนที่รักคุณที่ไม่อยากเห็นคุณเจ็บป่วยนะครับ&#8221;</strong></p><h2>สภาพแวดล้อม</h2><p>เท่าที่ผมทดสอบดูสภาพแวดล้อมนั้นมีผลต่อการทำงาน ไม่น้อยเลยทีเดียว ลองคิดดูว่าถ้าคุณอยู่ในองค์กรที่มีคน เดินไปเดินมาหลังคุณตลอดเวลา<strong> จะมีสักกี่คนที่จะไม่รู้สึกรู้สา</strong> อะไรกับการคนเดินข้างหลังเป็นพักๆได้ การทำโต๊ะให้ว่างทำให้รู้สึกโล่ง (ผมชอบโต๊ะว่างๆ) พยายามทำสภาพแวดล้อมของคุณให้ดีขึ้น แล้วคุณจะสามารถทำงานได้มากขึ้นเอง</p><h2>หูฟังและดนตรี</h2><p>จริงๆมันคือส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมและ แต่ที่ผมเน้นคือส่วนใหญ่แล้วต้องอยู่กับคนในทีม แต่เราอาจจะต้องการสมาธิหูฟัง + เพลงดีๆ จะทำให้คุณทำงานได้มากขึ้น โดยคุณไม่รู้ตัวเลยละ</p><h2>การแต่งกาย + ทำตัวเองให้ดูดี + อารมณ์ดี</h2><p>คุณเคยไหมที่พอเวลามาถึงที่ทำงาน แล้วมีคนทักว่าดูดีขึ้น ผอมลงรึเปล่าเนี้ย ? (สำหรับคนอ้วน) , นัดสาวหรอ แล้วทำให้คุณยิ้มทั้งวัน มันคือการทำให้จิตใจแจ่มใส การหัวเราะก่อนที่จะเริ่มงาน เป็นการสร้างอารมณ์ที่ดีต่อการทำงาน ทำให้งานที่ดูเป็นของศัตรูของเราเป็นเพียงยาขม <img
src='http://www.dominixz.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /></p><h2>สภาพจิตใจ</h2><p>เป็นสิ่งที่สำคัญมากถ้าคุณไม่มีระบบอัตโนมัติสำหรับเรื่อง Productivity เพราะถ้าคุณใจห่อเหี่ยว หรือเซ็งการทำงานวันนั้นคงไม่ Productivity เป็นแน่แท้</p><h2>บทสรุป</h2><p>สำหรับผมแล้ว Productivity นั้นยังมีวิธีอีกมากมายครับ เพียงแต่วิธีที่ยกมานั้นเป็นแกนหลักที่ผมใช้ นอกเหนือจากนั้นคือการต่อรองและการปฎิเสธ เพื่อทำให้เรามีเวลา และ focus กับงานที่มีอยู่ของเราอยู่แล้วได้ ใครมีวิธีทำให้ตัวเองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมา share กันนะครับ โดยสำหรับผม Productivity ที่ดีคือ</p><blockquote><p>Great Flow + Automatic + Traceable</p></blockquote> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/web-browser-firefox-review/" rel="bookmark" title="June 13, 2007">Web Browser : Firefox Review</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/software/firefox-3-vs-theworld-browser/" rel="bookmark" title="June 21, 2008">Firefox 3 vs TheWorld Browser</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/show-idea/my-advise-for-it-startup/" rel="bookmark" title="October 4, 2011">คำแนะนำของผมสำหรับ IT Startup</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/productivity-for-me-is/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>วิธีเรียก Group Tab ก่อนของ Firefox 4 กลับมาเมื่อปิด</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/restore-group-tab-firefox-4-when-start-again/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/restore-group-tab-firefox-4-when-start-again/#comments</comments> <pubDate>Mon, 27 Jun 2011 17:49:22 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เคล็คลับซอฟต์แวร์]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=1328</guid> <description><![CDATA[เนื่องจากผมคนหนึ่งที่ใช้ Group Tab แต่อย่างว่ามันมีปัญหาคือเมื่อปิดทีไร พอเปิดกลับมา Tab เหล่านั้นก็หายไปหมดเลยต้องไปกด History &#62; Restore Previous Session ทุกทีเลย แล้ววันหนึ่งก็เลย Search Google อย่างจริงจังว่ามันทำยังไงฟระ !! ที่ให้เปิด firefox ให้เอา group tab ที่เปิดไว้ก่อนปิดกลับมาด้วย สรุปแล้วก็ไปเจอบทความนี้ครับ http://neetgadget.com/quick-tips/how-to-restore-your-previous-sessions-automatically-on-firefox-4/ สรุปสั้นๆก็คือ ถ้าเป็น Mac ไปที่ Firefox &#62; Preferences &#62; General , ถ้าเป็น Windows เป็น Options &#62; General ตรง When Firefox Start ให้เปลี่ยนเป็น &#8220;Show my windows and tabs from last time&#8221; [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>เนื่องจากผมคนหนึ่งที่ใช้ Group Tab แต่อย่างว่ามันมีปัญหาคือเมื่อปิดทีไร พอเปิดกลับมา Tab เหล่านั้นก็หายไปหมดเลยต้องไปกด History &gt; Restore Previous Session ทุกทีเลย แล้ววันหนึ่งก็เลย Search Google อย่างจริงจังว่ามันทำยังไงฟระ !! ที่ให้เปิด firefox ให้เอา group tab ที่เปิดไว้ก่อนปิดกลับมาด้วย สรุปแล้วก็ไปเจอบทความนี้ครับ</p><p><a
href="http://neetgadget.com/quick-tips/how-to-restore-your-previous-sessions-automatically-on-firefox-4/">http://neetgadget.com/quick-tips/how-to-restore-your-previous-sessions-automatically-on-firefox-4/</a></p><p>สรุปสั้นๆก็คือ</p><ol><li>ถ้าเป็น Mac ไปที่ Firefox &gt; Preferences &gt; General , ถ้าเป็น Windows เป็น Options &gt; General</li><li>ตรง When Firefox Start ให้เปลี่ยนเป็น &#8220;Show my windows and tabs from last time&#8221;</li><li>กด OK เป็นอันเสร็จครับ</li></ol><p>แค่นี้เวลาเราเปิด firefox ทีไรมันจะเปิด session เก่ากลับมาซึ่งทำให้ group tab เรายังอยู่ด้วยครับ <img
src='http://www.dominixz.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /></p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/mac-experience/test-mac-osx-snow-leopard/" rel="bookmark" title="September 9, 2009">ลองใช้ Mac OSX Snow Leopard เสือดาวหิมะ</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94-zitaexe-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/" rel="bookmark" title="February 11, 2009">กำจัด Zita.exe แบบลูกทุ่ง</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/firefox-3-add-on-tabs-open-relative/" rel="bookmark" title="August 28, 2008">Firefox 3 Add-on : Tabs Open Relative</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/restore-group-tab-firefox-4-when-start-again/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ปัญหา Firefox 4 อยู่ๆก็กิน CPU 50-70%</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/firefox-4-cpu-50-70-percentage/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/firefox-4-cpu-50-70-percentage/#comments</comments> <pubDate>Sun, 01 May 2011 19:07:17 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[บทความสั้น]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=1247</guid> <description><![CDATA[โดยปกติแล้วผมใช้ Firefox แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร พอใช้ไปเรื่อยๆสังเกตุว่าเฮ้ยทำไมมันกระตุกๆ ผมก็เลยหาสาเหตุ โดยไปดูจากต่างประเทศสรุปแล้วว่า ส่วนใหญ่เป็นที่ Firefox Extension ที่ทำให้กิน CPU มากๆผมก็ไม่รู้ว่าตัวไหน แต่ที่ๆแน่ผม Disabled แล้วหายคือ AdBlock SEOQuake ถ้าใครมีปัญหา Firefox 4 กิน CPU แนะนำว่าควร Disable/Remove Extension ออกนะครับ แล้วจะทำให้เร็วปรี๊ดๆกลับมาเหมือนเดิมครับ Similar Posts:Web Browser : Firefox Review Firefox 3 vs TheWorld Browser NixZ News Ep3 : ข่าวสารเยอะเราย่อยให้ ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2550]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>โดยปกติแล้วผมใช้ Firefox แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร พอใช้ไปเรื่อยๆสังเกตุว่าเฮ้ยทำไมมันกระตุกๆ ผมก็เลยหาสาเหตุ โดยไปดูจากต่างประเทศสรุปแล้วว่า ส่วนใหญ่เป็นที่ Firefox Extension ที่ทำให้กิน CPU มากๆผมก็ไม่รู้ว่าตัวไหน แต่ที่ๆแน่ผม Disabled แล้วหายคือ</p><ul><li>AdBlock</li><li>SEOQuake</li></ul><p>ถ้าใครมีปัญหา Firefox 4 กิน CPU แนะนำว่าควร Disable/Remove Extension ออกนะครับ แล้วจะทำให้เร็วปรี๊ดๆกลับมาเหมือนเดิมครับ <img
src='http://www.dominixz.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /></p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/web-browser-firefox-review/" rel="bookmark" title="June 13, 2007">Web Browser : Firefox Review</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/software/firefox-3-vs-theworld-browser/" rel="bookmark" title="June 21, 2008">Firefox 3 vs TheWorld Browser</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/money/nixz-news-ep3/" rel="bookmark" title="June 29, 2007">NixZ News Ep3 : ข่าวสารเยอะเราย่อยให้ ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2550</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/firefox-4-cpu-50-70-percentage/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>2</slash:comments> </item> <item><title>จัดการกับ Feed ด้วยการแบ่งเป็นวัน</title><link>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/manage-your-feed-by-day/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/manage-your-feed-by-day/#comments</comments> <pubDate>Mon, 04 Oct 2010 11:25:58 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/manage-your-feed-by-day/</guid> <description><![CDATA[ผมได้อ่านจาก Lifehacker’s Post นี้ครับ http://lifehacker.com/5625308/use-day-of-the-week-folders-to-organize-your-rss-inbox คราวนี้พออ่านแล้วมีอยู่วันหนึ่งผมเลยลองทำตามเขาแนะนำดูคือ “จัด Feed ทั้งหมดให้เป็นรายวัน” ดูจากรูปทุกท่านคงเข้าใจโดยทันทีว่าให้ใส่เป็นวันๆแต่เอะ แล้วจะเอาอะไรใส่วันไหนละเท่าที่ผมลองดูมา 2 อาทิตย์แล้วมันต้องค่อยๆปรับตามความต้องการเรานะครับ แต่ของผมคือ “วันจันทร์” กับ “วันศุกร์” เอาอะไรที่อ่านง่ายๆไม่เยอะเข้ามาครับ แล้วที่สำคัญอย่าลืม “Everyday” นะครับเพราะคนใช้ RSS คงมีบาง Feed ที่เราอยากอ่านทุกวันอยู่แล้ว ผมแนะนำว่าควรเป็น Feed ที่อ่านได้รวดเร็วและใช้เวลาไม่มาก ส่วนที่ต้องแบ่งเป็นวันๆคือพวก Feed ที่ใช้เวลาอ่านเยอะ เช่นของผมคือ Lifehacker แค่แหล่งเดียวผมแบ่งเป็น อังคาร-พฤหัสเลยครับ คราวนี้ผมไม่รู้และว่าจะมากี่อันแต่ผมจะอ่านมันแค่ อังคาร-พุธ-พฤหัสเท่านั้น โดยอ่านวันอังคารอาจจะไม่หมดเช่นอ่านสัก 50% พอพอพรุ่งนี้ก็อีก 50% วันพฤหัสจะอ่าน 100% ให้หมด ผลลัพธ์ที่ได้นะหรอครับมันน่าอัศจรรย์มาก ผมใช้เวลาอ่าน Feed ในแต่ละวันไม่เกิน 2 ชั่วโมงและส่วนใหญ่วันหนึ่งจะใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีเท่านั้น (ใช้เวลาเยอะตอนอ่าน feed ของพวก [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ผมได้อ่านจาก Lifehacker’s Post นี้ครับ <a
href="http://lifehacker.com/5625308/use-day-of-the-week-folders-to-organize-your-rss-inbox">http://lifehacker.com/5625308/use-day-of-the-week-folders-to-organize-your-rss-inbox</a> คราวนี้พออ่านแล้วมีอยู่วันหนึ่งผมเลยลองทำตามเขาแนะนำดูคือ</p><p><img
style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-top: 0px; margin-right: auto; border-right: 0px" title="340x_reader_folders[1]" border="0" alt="340x_reader_folders[1]" src="http://www.dominixz.com/blog/wp-content/uploads/2010/10/340x_reader_folders1.jpg" width="360" height="360" /></p><p
align="center">“จัด Feed ทั้งหมดให้เป็นรายวัน”</p><p
align="left">ดูจากรูปทุกท่านคงเข้าใจโดยทันทีว่าให้ใส่เป็นวันๆแต่เอะ แล้วจะเอาอะไรใส่วันไหนละเท่าที่ผมลองดูมา 2 อาทิตย์แล้วมันต้องค่อยๆปรับตามความต้องการเรานะครับ แต่ของผมคือ “วันจันทร์” กับ “วันศุกร์” เอาอะไรที่อ่านง่ายๆไม่เยอะเข้ามาครับ แล้วที่สำคัญอย่าลืม “Everyday” นะครับเพราะคนใช้ RSS คงมีบาง Feed ที่เราอยากอ่านทุกวันอยู่แล้ว ผมแนะนำว่าควรเป็น Feed ที่อ่านได้รวดเร็วและใช้เวลาไม่มาก</p><p
align="left">ส่วนที่ต้องแบ่งเป็นวันๆคือพวก Feed ที่ใช้เวลาอ่านเยอะ เช่นของผมคือ Lifehacker แค่แหล่งเดียวผมแบ่งเป็น อังคาร-พฤหัสเลยครับ คราวนี้ผมไม่รู้และว่าจะมากี่อันแต่ผมจะอ่านมันแค่ อังคาร-พุธ-พฤหัสเท่านั้น โดยอ่านวันอังคารอาจจะไม่หมดเช่นอ่านสัก 50% พอพอพรุ่งนี้ก็อีก 50% วันพฤหัสจะอ่าน 100% ให้หมด</p><p
align="left">ผลลัพธ์ที่ได้นะหรอครับมันน่าอัศจรรย์มาก</p><ul><li><div
align="left">ผมใช้เวลาอ่าน Feed ในแต่ละวันไม่เกิน 2 ชั่วโมงและส่วนใหญ่วันหนึ่งจะใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีเท่านั้น (ใช้เวลาเยอะตอนอ่าน feed ของพวก lifehacker นี้และ)</div></li><li><div
align="left">ผมมีเวลาทำอะไรในแต่ละวันมากขึ้น เพราะเสียเวลาในการอ่าน Feed น้อยลง</div></li><li><div
align="left">เวลาอ่านรู้สึกชิลมาก เพราะมันไม่จำเป็นต้องอ่านให้หมดเหมือนเมื่อก่อน (ผมเป็นคนชอบอ่านให้หมดนะครับเมื่อก่อน)</div></li></ul><p
align="left">ถ้าใครมีปัญหาว่า Feed เยอะแม้จะ Unsubscribe ไปเยอะแล้วก็ยังรู้สึกอ่านเท่าไรก็ไม่หมด + เสียเวลามากๆละก็ลองใช้วิธีนี้ดูผมมั่นใจว่าท่านจะต้องแปลกใจว่าทำไมมันถึงใช้เวลาน้อยลง แต่ผมพอจะรู้สาเหตุนิดๆเพราะว่า Feed ถ้าเราทำการแยกแต่ละวันให้ไปในแนวทางเดียวกันแล้วละก็</p><p
align="left">เวลาอ่านมันจะดูเหมือนเรื่องเป็นหัวข้อคล้ายๆกันทำให้เราอ่านและย่อยได้ง่าย ไม่ใช่สลับไปๆมาๆแล้วก็ต้องมานั่งคิดว่าเอะนี้มันเรื่อง Development , Marketing , SEO หรืออะไรกันแน่ ท่านทั้งหลายมีวิธีจัดการกับ Feed จำนวนมหาศาลได้อย่างไรโดยเสียเวลาไม่มากกันครับ มา share กันบ้างนะครับ</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/sme/easy-promote-and-marketing-online-sme-episode-2/" rel="bookmark" title="July 22, 2011">โปรโมตและทำ Marketing Online ง่ายๆสำหรับ SME ตอนที่ 2</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/plan-for-the-future-english-blog/" rel="bookmark" title="July 25, 2007">Plan for the future english blog ข้อความคิดเห็นกันหน่อยครับผม</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/life-talk/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-twitter-02092010-08092010/" rel="bookmark" title="September 8, 2010">เรื่องเล่า Twitter 02/09/2010 &#8211; 08/09/2010</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/manage-your-feed-by-day/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>2</slash:comments> </item> <item><title>ย่อรูปลง Facebook ฉบับคนธรรมดาด้วย XnView</title><link>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/fast-upload-pictures-to-facebook-with-xnview/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/fast-upload-pictures-to-facebook-with-xnview/#comments</comments> <pubDate>Sat, 21 Aug 2010 07:40:06 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/fast-upload-pictures-to-facebook-with-xnview/</guid> <description><![CDATA[ด้วยแรงบันดาลใจจากที่อ่านโพส &#34;ย่อรูปลง Facebook&#34; ของ @pittaya แต่ที่นี้ผมบางทีก็อยู่บน Windows และต่อให้อยู่บน Mac ก็ไม่อยากจะเขียน Command-line มากมาย วันหนึ่งเลยไปหาข้อมูลมา ก็เลยได้ค้นพบวิธีครับตอนนี้จะอธิบายก่อนนะครับ Facebook จะย่อรูปขนาดลดลงให้เหลือ กว้างxยาว ไม่เกิน 720px ดังนั้นพอผมรู้ตรงนี้แล้ว ผมก็ไปหา Tools พอที่จะทำด้วย App ได้บางก็ไปเจอเจ้า XnView ครับส่วนวิธีทำดังนี้ครับ เปิดโปรแกรม XnView กดรูปนี้&#160; เพื่อ Convert (อยู่กลางๆเอียงขวาของแทบบน) ในแท็บแรกนั้นให้เราใส่ input เขาไปครับ (โดยอันนี้ผมเป็น jpeg ธรรมดานะครับ) เลือก output directory ว่าจะให้เอารูป convert วางที่ไหน , format แบบไหน เสร็จแล้วเลือกแทบ Transformations ในฝั่งซ้ายกดเลือก Image &#62;resize กด add [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยแรงบันดาลใจจากที่อ่านโพส <a
href="http://www.pittaya.com/2010/resize-for-facebook/">&quot;ย่อรูปลง Facebook&quot; ของ @pittaya</a> แต่ที่นี้ผมบางทีก็อยู่บน Windows และต่อให้อยู่บน Mac ก็ไม่อยากจะเขียน Command-line มากมาย วันหนึ่งเลยไปหาข้อมูลมา ก็เลยได้ค้นพบวิธีครับตอนนี้จะอธิบายก่อนนะครับ</p><ul><li>Facebook จะย่อรูปขนาดลดลงให้เหลือ กว้างxยาว ไม่เกิน 720px</li></ul><p>ดังนั้นพอผมรู้ตรงนี้แล้ว ผมก็ไปหา Tools พอที่จะทำด้วย App ได้บางก็ไปเจอเจ้า XnView ครับส่วนวิธีทำดังนี้ครับ</p><ol><li>เปิดโปรแกรม XnView</li><li>กดรูปนี้&#160; <img
style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-top: 0px; margin-right: 0px; border-right: 0px" title="165931bc-4b50-47b6-bf82-1a04e083fab1" border="0" alt="165931bc-4b50-47b6-bf82-1a04e083fab1" src="http://www.dominixz.com/blog/wp-content/uploads/2010/08/165931bc4b5047b6bf821a04e083fab1.png" width="36" height="29" /> เพื่อ Convert (อยู่กลางๆเอียงขวาของแทบบน)</li><li>ในแท็บแรกนั้นให้เราใส่ input เขาไปครับ (โดยอันนี้ผมเป็น jpeg ธรรมดานะครับ)</li><li>เลือก output directory ว่าจะให้เอารูป convert วางที่ไหน , format แบบไหน</li><li>เสร็จแล้วเลือกแทบ Transformations</li><li>ในฝั่งซ้ายกดเลือก Image &gt;resize กด add แล้วปรับค่าดังนี้ <br
/>- width 720 height 720 <br
/>- ติก Keep ratio <br
/>- ติก Follow oritentation switch <br
/>- ติก only decrease <br
/>- ส่วน resample ผม lanczos (ไม่รู้อันไหนดีกว่ากัน)</li><li>ในฝั่งซ้ายเลือก Image &gt; Clean Metadata กด add แล้วเลือกให้หมดทุกช่อง</li><li>ตรง Script อยากลืม Save แล้วตั้งชื่อที่เราจำได้ เพื่อคราวหลังจะใช้อีก</li><li>กด Go เพื่อทำการ Convert เสร็จแล้วรอสักพักไปดู folder ที่เราเลือกไว้ output directory ไว้ว่ารูปมายัง</li></ol><p>เพียงแค่นี้ก็ได้รูปขนาดพอดีสำหรับ Facebook แล้วที่เหลือก็เอาไปสร้าง Album ต่อที่ <a
href="http://www.facebook.com/albums/create.php">http://www.facebook.com/albums/create.php</a> ตั้งชื่อ Album อัพรูปเป็นอันจบพิธี</p><p>ความรู้สึกหลังการใช้ ผมว่าการเอารูปขึ้น Facebook แล้ว Tag เพื่อนนั้นไม่จำเป็นต้องใช้พวก iPhoto หรืออุปกรณ์อื่นๆ ผมใช้แค่วิธีนี้กับ <a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/phototagger-tag-you-and-your-friends-easy-than-ever/">PhotoTagger</a> แค่นี้ผมก็ออกแรงเพียงนิดหน่อยผมก็สามารถเอารูปขึ้น Facebook พร้อมกับ Tag รูปเพื่อนเรียบร้อย โดย 200 รูปใช้เวลาในการทำแต่ละขั้นตอนเพียง 4 นาที (XnView) + 15 นาที (อัพโหลดความเร็ว 1mb) + 11 นาที (PhotoTagger) ทั้งหมดใช้เวลาเพียง <strong>30 นาทีเท่านั้น !!</strong>&#160;</p><p>เทียบกับสมัยก่อนแค่ผมอัพด้วยการไม่รู้ขนาด Fix ของ Facebook ผมย่อมันเหลือ 1024 แล้วอัพมันก็ใช้เวลาราวๆ 30 นาทีแล้ว แถมยังไม่ได้แท็กหน้าเพื่อนอีก iPhoto ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะอัพทีเป็นชั่วโมงต่อให้ขั้นตอนมันน้อยกว่า แต่เสียเวลานานกว่ามาก ก็เซ็งแล้ว แล้วทุกท่านมีวิธีอื่นๆ หรือทำให้มันดีกว่านี้ได้อีกไหมครับ ?</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/phototagger-tag-you-and-your-friends-easy-than-ever/" rel="bookmark" title="August 19, 2010">PhotoTagger แท็ครูปภาพหน้าเพื่อนบน Facebook อัตโนมัติ</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/software-tips/editplus-compile-run-java-without-ide-or-dos/" rel="bookmark" title="September 1, 2007">วิธี Compile/Run Java ด้วย EditPlus ครับ</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/software-tips/mac-itunes-thai-tag-id3-to-unicode-snow-leopard/" rel="bookmark" title="July 10, 2011">[Mac] แปลงชื่อเพลงไทยใน iTunes ให้กลับมาอ่านได้อีกครั้ง</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/fast-upload-pictures-to-facebook-with-xnview/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>PhotoTagger แท็ครูปภาพหน้าเพื่อนบน Facebook อัตโนมัติ</title><link>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/phototagger-tag-you-and-your-friends-easy-than-ever/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/phototagger-tag-you-and-your-friends-easy-than-ever/#comments</comments> <pubDate>Wed, 18 Aug 2010 17:08:17 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category> <category><![CDATA[เว็บไซต์]]></category> <category><![CDATA[face detection]]></category> <category><![CDATA[facebook]]></category> <category><![CDATA[photo]]></category> <category><![CDATA[tag]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/phototagger-tag-you-and-your-friends-easy-than-ever/</guid> <description><![CDATA[คำเตือน : Facebook Application นี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็นห่วงเรื่อง Privacy อย่างสูง PhotoTagger บริการแท็ครูปภาพที่มีหน้าคนบน Facebook Album อย่างอัตโนมัติ แล้วสามารถเรียนรู้ได้ด้วยว่าเป็นรูปใคร โดยมันจะแม่นยำขึ้นเรื่องถ้าเราสอนมันโดยแท็คว่านี้เป็นรูปใคร โดยบริการดีๆแบบนี้มาจาก Face.com ครับผม ใครเป็น dev Face.com ยังมี API ให้เราลองใช้กันด้วยนะ โดยการทำงานมันง่ายมากครับโดยขั้นแรกคือขอ Permission ของเราซึ่งขอเยอะอยู่ แต่ผมไม่ได้จดไว้ว่ามันขออะไรมั่งเอาละครับพอขอ Permission เราแล้วมันจะโหลดพวก Album ของเราออกมา คราวนี้เราก็เลือกสัก Album เสร็จแล้วเนี้ยถ้ามันไม่เคยตรวจ Album นี้มาก่อนมันก็จะขึ้นแบบนี้ มันคือการ Scan รูปเราทั้งหมดแล้วทำการ Detect หน้าคน พร้อมกับดูว่าหน้านั้นเป็นใคร ครับพอมัน Scan เสร็จคราวนี้มันก็จะขึ้นรูปคนทั้งหมดที่มัน Scan เจอเสร็จแล้วก็ Group หน้าที่คล้ายกันไว้แล้วดังภาพต่อไปนี้ สังเกตุว่ามีปุ่ม Tag All ด้วยวิธีใช้ก็กด Tag All [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><span
style="color: #ff0000;">คำเตือน : Facebook Application นี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็นห่วงเรื่อง Privacy อย่างสูง</span></p><p><img
style="display: inline; border: 0px;" title="greenshot_2010-08-18_23-45-55" src="http://www.dominixz.com/blog/wp-content/uploads/2010/08/greenshot_20100818_234555.png" border="0" alt="greenshot_2010-08-18_23-45-55" width="470" height="158" /></p><p><a
href="http://apps.facebook.com/photo_tagger/">PhotoTagger</a> บริการแท็ครูปภาพที่มีหน้าคนบน Facebook Album อย่างอัตโนมัติ แล้วสามารถเรียนรู้ได้ด้วยว่าเป็นรูปใคร โดยมันจะแม่นยำขึ้นเรื่องถ้าเราสอนมันโดยแท็คว่านี้เป็นรูปใคร โดยบริการดีๆแบบนี้มาจาก <a
href="http://face.com/">Face.com</a> ครับผม ใครเป็น dev Face.com ยังมี API ให้เราลองใช้กันด้วยนะ</p><p>โดยการทำงานมันง่ายมากครับโดยขั้นแรกคือขอ Permission ของเราซึ่งขอเยอะอยู่ แต่ผมไม่ได้จดไว้ว่ามันขออะไรมั่งเอาละครับพอขอ Permission เราแล้วมันจะโหลดพวก Album ของเราออกมา คราวนี้เราก็เลือกสัก Album เสร็จแล้วเนี้ยถ้ามันไม่เคยตรวจ Album นี้มาก่อนมันก็จะขึ้นแบบนี้</p><p><img
style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto; border: 0px;" title="greenshot_2010-08-18_23-17-05" src="http://www.dominixz.com/blog/wp-content/uploads/2010/08/greenshot_20100818_231705.png" border="0" alt="greenshot_2010-08-18_23-17-05" width="490" height="480" /></p><p>มันคือการ Scan รูปเราทั้งหมดแล้วทำการ Detect หน้าคน พร้อมกับดูว่าหน้านั้นเป็นใคร ครับพอมัน Scan เสร็จคราวนี้มันก็จะขึ้นรูปคนทั้งหมดที่มัน Scan เจอเสร็จแล้วก็ Group หน้าที่คล้ายกันไว้แล้วดังภาพต่อไปนี้</p><p><img
style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto; border: 0px;" title="greenshot_2010-08-18_23-23-49" src="http://www.dominixz.com/blog/wp-content/uploads/2010/08/greenshot_20100818_232349.png" border="0" alt="greenshot_2010-08-18_23-23-49" width="578" height="287" /></p><p>สังเกตุว่ามีปุ่ม <strong>Tag All</strong> ด้วยวิธีใช้ก็กด Tag All เสร็จแล้วก็พิมพ์ชื่อเพื่อนของคุณลงไป แค่นี้มันก็จะ Mark ไว้ว่าคนทั้งหมดในกลุ่มนี้ชื่ออะไร ถ้ารูปไหน ไม่ใช่กลุ่มเดียวกันเราสามารถกดปุ่มขวาล่างของรูปเพื่อ Ungroup ได้หรือใส่ชื่ออีกคนลงไปแทนได้อีกด้วย พอแท็คทุกคนเรียบร้อยแล้ว Ungroup คนที่ไม่เกี่ยวเสร็จแล้วก็เพียง ขึ้นไปบนสุดของหน้าแล้วกดปุ่มนี้</p><p><img
style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto; border: 0px;" title="greenshot_2010-08-18_23-58-04" src="http://www.dominixz.com/blog/wp-content/uploads/2010/08/greenshot_20100818_235804.png" border="0" alt="greenshot_2010-08-18_23-58-04" width="206" height="32" /></p><p>แล้วก็กด OK เพื่อยืนยัน ก่อนกด OK นั้นมันจะมีติกถูก Publish to my feed ถ้าเราไม่อยากให้ publish ก็ติกออกนะครับ เสร็จแล้วพอมันทำเสร็จมันก็จะให้ Share ตรงนี้มี Bug อยู่นะครับคือถ้าเรากด Skip มันจะ Redirect เพี้ยนๆดังนั้นถ้าไม่อยาก Share ให้กด X เพื่อปิดเลยครับ เสร็จแล้วถ้าอยาก Tag เพิ่มก็กด <strong>“More Albums”</strong> แล้วก็ทำต่อไปเรื่อยๆครับ</p><p><strong>สรุปการใช้งาน</strong></p><p>ผลการใช้งานถือว่ายอดเยี่ยมมากครับ โดยผมใช้มาเจอปัญหาเดียวที่ไม่ถูกใจก็คือบางครั้งการทำงานมัน Save ไม่ครบทุกชิ้นจริงๆ แต่ความผิดพลาดนี้อยู่ที่ประมาณ 1-5 รูปต่อ 200 รูปหรือประมาณ 0.5-2.5% ซึ่งยอมรับได้ อย่างที่สองก็คือถ้ารูปเยอะบางทีมันโหลดนาน (ถ้า net เร็วก็ว่ากันไป) สุดท้ายเลยคือเรื่อง Publish to my feed โดย Default คือติกถูกเนี้ย มันทำให้ที่ไม่อยาก share ทุกครั้งที่ทำเนี้ย ต้องมาคอยติกออก</p><p>แล้วปัญหาสุดท้ายที่ผมเจอก็คือ “เพื่อนไม่ได้อยากให้แท็คทุกรูป” เพราะเหตุผลบางอย่าง ทำให้โปรแกรมนี้ใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อ๋อแล้วอีกนิดครับเวลาจะแท็คทีละรูป มันดันไม่มี Auto Suggest ที่ฉลาดแบบ Facebook โดยทำให้คนที่เราเลือกเองนั้นมาอยู่ด้านบนๆ ครับผม แต่ยังไงแค่นี้ก็ทำชีวิตผมสบายขึ้นไม่รู้เท่าไร สำหรับคนอยากแท็ครูปภาพให้เพื่อนทุกคนแล้วครับ</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/fast-upload-pictures-to-facebook-with-xnview/" rel="bookmark" title="August 21, 2010">ย่อรูปลง Facebook ฉบับคนธรรมดาด้วย XnView</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/tech-news/nice-to-know-facebook-graph-api/" rel="bookmark" title="May 8, 2010">มารู้จัก Facebook Graph API กัน</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/iphone-app/10-photography-retouch-app-that-great-and-free/" rel="bookmark" title="October 6, 2010">10 iPhone App ถ่ายภาพ/แต่งภาพที่ฟรีและดี</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/phototagger-tag-you-and-your-friends-easy-than-ever/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>2</slash:comments> </item> <item><title>การจัดกลุ่มและแบ่งประเภทข้อมูล</title><link>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/grouping-and-labeling-information-data/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/grouping-and-labeling-information-data/#comments</comments> <pubDate>Sun, 15 Aug 2010 20:41:12 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/grouping-and-labeling-information-data/</guid> <description><![CDATA[วันนี้มาหัวข้อประหลาดอีกแล้ว แต่เชื่อเถอะครับว่าเรื่องนี้ทุกคนควรจะต้องฝึกไว้ ทุกๆวันนี้สำหรับคนท่อง Internet อย่างพวกเรานั้น มีข้อมูลมากมายที่อยากจะเก็บไว้ แต่เชื่อไหมว่าถ้าคุณไม่ทำการจัดกลุ่ม (Grouping) หรือแบ่งประเภทข้อมูลหรือติดป้าย (Labeling) แล้วยากที่คุณจะกลับมาหาข้อมูลเหล่านั้นอีกครั้ง โดยสายอาชีพที่ผมนึกออกมีอยู่สองอาชีพที่เก่งในเรื่องนี้มากๆนั้นคือ “บรรณารักษ์” และ “Information Architect” โดยหน้าที่หลักๆเขาคือสองเรื่องนี้และ (แม้ว่ายังมีอื่นๆที่ไม่กล่าวถึงอีกมากมาย) &#160; โดยผมจะไม่พูดเรื่องหลักการแล้วกันครับ วันนี้ผมจะมาทำให้วิธีแบ่งข้อมูลของคุณให้ดีขึ้นไปอีก โดยคุณสามารถนำไปใช้ใน Gmail , Evernote , Blog ฯลฯ ที่คุณสามารถแบ่งหมวดหมู่/กลุ่ม , ใส่แท็กได้ โดยหลักการง่ายๆ 4 ขั้นตอนครับ คิด คิดในแง่บริบท เช่น นั่ง , นอน , ยืน , เดิน , โทรศัพท์ , หน้าคอมพิวเตอร์ คิดในแง่หมวดหมู่ใหญ่ และหมวดหมู่ย่อย การแยกหมวดหมู่นั้นควรแบ่งให้พอดีกับข้อมูล เช่น ถ้ามีเรื่อง coding กะ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้มาหัวข้อประหลาดอีกแล้ว แต่เชื่อเถอะครับว่าเรื่องนี้ทุกคนควรจะต้องฝึกไว้ ทุกๆวันนี้สำหรับคนท่อง Internet อย่างพวกเรานั้น มีข้อมูลมากมายที่อยากจะเก็บไว้ แต่เชื่อไหมว่าถ้าคุณไม่ทำการจัดกลุ่ม (Grouping) หรือแบ่งประเภทข้อมูลหรือติดป้าย (Labeling) แล้วยากที่คุณจะกลับมาหาข้อมูลเหล่านั้นอีกครั้ง โดยสายอาชีพที่ผมนึกออกมีอยู่สองอาชีพที่เก่งในเรื่องนี้มากๆนั้นคือ “บรรณารักษ์” และ “Information Architect” โดยหน้าที่หลักๆเขาคือสองเรื่องนี้และ (แม้ว่ายังมีอื่นๆที่ไม่กล่าวถึงอีกมากมาย)</p><p>&#160;</p><p>โดยผมจะไม่พูดเรื่องหลักการแล้วกันครับ วันนี้ผมจะมาทำให้วิธีแบ่งข้อมูลของคุณให้ดีขึ้นไปอีก โดยคุณสามารถนำไปใช้ใน Gmail , Evernote , Blog ฯลฯ ที่คุณสามารถแบ่งหมวดหมู่/กลุ่ม , ใส่แท็กได้ โดยหลักการง่ายๆ 4 ขั้นตอนครับ</p><ol><li><strong>คิด</strong></li><ol><li>คิดในแง่บริบท เช่น นั่ง , นอน , ยืน , เดิน , โทรศัพท์ , หน้าคอมพิวเตอร์</li><li>คิดในแง่หมวดหมู่ใหญ่ และหมวดหมู่ย่อย</li><ol><li>การแยกหมวดหมู่นั้นควรแบ่งให้พอดีกับข้อมูล เช่น ถ้ามีเรื่อง coding กะ system-design&#160; แต่อย่างละไม่เยอะมากให้ตั้งหมวดเป็น code-and-system-design ไปเลย</li><li>แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ควรตั้งหมวดหมู่ที่ไม่สอดคล้องกัน ยกเว้นว่าข้อมูลจะน้อยจริงๆ</li></ol><li>คิดในแง่ผู้ถูกกระทำหรือสถานที่เป็นที่ตั้ง เช่น นาย A,นาย B,สุนัขเรา , บ้านเพื่อน</li><li>คิดในแง่เหตุการณ์หรือเป็นแบบทริป</li></ol><li><strong>สร้าง</strong> เมื่อเราคิดเสร็จก็ต้องสร้างหมวดเหล่านั้นขึ้นมา</li><li><strong>จัด</strong> เมื่อได้แล้วก็ต้องจัดข้อมูลเหล่านั้นลงไป</li><li><strong>ปรับปรุง</strong> คนเราเปลี่ยนแปลงได้ตลอดดังนั้นสิ่งที่ชอบก็เปลี่ยนได้ดังนั้นเราต้องปรับและเรียนรู้กับมันไปโดยกลับไปตั้งแต่ข้อ 1 ใหม่</li></ol><p>&#160;</p><p>จะสังเกตุว่าสิ่งที่อยากที่สุดคือการคิด แต่ผมก็ดันมีเทคนิคมาเสนออีกคือ เวลาคิดอย่าเก็บไว้ในหัว เขียนมันออกมาใส่กระดาษ โดยในการ Grouping และ Labeling นั้นผมว่าใช้ Mindmap เป็นตัวอธิบายนั้นทำให้เข้าใจง่าย โดยตัวตั้งต้นก็ง่ายๆ เช่น Blog , Hobbies , Notes เป็นต้นครับ ซึ่งแต่ละแง่ของวิธีคิดจะแตกต่างกันไปกับตัวโปรแกรมที่เราใช้ครับ ส่วนประโยชน์ที่ผมได้รับจากการจัดกลุ่มมีดังนี้ครับ</p><ul><li>ค้นหาได้สะดวก (เพราะเราทำเพราะเรื่องนี้หนิหน่า)</li><li>เป็นการฝึกการจำแนก (เพราะมีข้อมูลบางส่วนที่จำแนกได้ยากโดยเฉพาะทำให้เหมาะกับหมวดหมู่/ประเภทข้อมูลที่เราสร้างขึ้น)</li><li>สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว (คล้ายๆข้อแรกแต่ไม่เหมือนกันนะ)</li></ul><p>แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เราจะยังไม่สามารถใช้มันได้อย่างมีประโยชน์ ถ้าไม่วางมันไว้ในที่ๆถูกที่ควร มันเหมือนการวางหิ้งหนังสือนั้นและ ต่อให้เราจัดหมวดหมู่ดี / จำแนกประเภทได้ดีแค่ไหน แต่ถ้ามันหยิบยากหรืออยู่ไกลตัวนั้น มันก็ยังเสียเวลาอยู่ดีดังนั้นอยากให้มองภาพรวมคือ “ต้องใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็วด้วย”</p><p>เรื่องนี้คือที่มาว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ควรใช้ Desktop App แทน Web App นะ ยกตัวอย่างคือ Evernote ถ้า Evernote ต้องใช้ผ่านเว็บอย่างเดียว การ <strong>“จัด”</strong> ข้อมูลก็คงเป็นเรื่องยากเวลาเราอยู่นอกบ้าน การ <strong>“สร้าง”</strong> Bookmark เว็บไซต์ลงไปผ่าน Evernote Desktop App มันก็คงยากเกินไปถ้าเจอ Evernote Browser Extension / Javascript Bookmark ดังนั้นนอกจากจัดได้ดีแล้วยังต้องใช้ได้สะดวกด้วย</p><p>&#160;</p><p>ตบท้ายด้วยผมใช้อะไรบางที่จำเป็นต้องจัดกลุ่มและแบ่งประเภทข้อมูล Gmail (Email) , Google Reader (Feed) , Twitter Lists , Evernote (Notes) ,&#160; Folder ต่างๆบน OS , iPhoto , Facebook Album ฯลฯ เยอะแยะไปหมด ดูๆไปมันก็เป็นเรื่องทั่วไปที่เราต้องทำอยู่แล้วหนิหน่่า ท่านผู้ชมมีเทคนิคกับเรื่องเหล่านี้ก็มา Share กันบ้างนะครับ วันนี้ผมลาไปก่อนครับ =)</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/fast-upload-pictures-to-facebook-with-xnview/" rel="bookmark" title="August 21, 2010">ย่อรูปลง Facebook ฉบับคนธรรมดาด้วย XnView</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/phototagger-tag-you-and-your-friends-easy-than-ever/" rel="bookmark" title="August 19, 2010">PhotoTagger แท็ครูปภาพหน้าเพื่อนบน Facebook อัตโนมัติ</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/software/10-iphone-4-apps-that-i-use-episode-1/" rel="bookmark" title="September 28, 2010">10 iPhone 4 Apps ที่ผมเลือกใช้ (1)</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/grouping-and-labeling-information-data/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ทำความฝันให้เป็นจริง</title><link>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/make-your-dream-come-true/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/make-your-dream-come-true/#comments</comments> <pubDate>Sun, 21 Jun 2009 17:59:01 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=723</guid> <description><![CDATA[บทความที่ผมเขียนนี้ได้แรง บันดาลใจจากเรื่องราวในชีวิต และบล็อคที่ผมได้อ่าน รวมถึงการลองใช้จริง คุณเคยคิดจะทำฝันของตัวเองไหม ? ฝันของคุณคืออะไร ? แล้วคุณเริ่มต้นมันรึยัง ทุกคนมีความฝันหลายอย่าง แต่สิ่งที่ผมจะพูดนี้ อยากให้ทุกคนคิดความฝันที่เราอยากจะทำ โดยไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องเป็นฝันในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่เป็นฝันที่อยากจะทำในเดือนหน้าก็พอ ผมจะเล่าเรื่องของผมให้ฟังครับ ผมเคยเป็นคนที่ชอบคิด แต่ไม่ชอบทำ ถึงไอเดียทุกคนจะบอกว่าดีแค่ไหน แต่มันก็เป็นได้แค่เพียงความคิด เพราะปราศจากการลงมือทำ ซึ่งภายหลังขนาดผมพยายามทำตาม GTD หรือสิ่งที่จะเพิ่มศักยภาพของผม ผลที่ได้คือผมมีเวลามากขึ้น จัดการเวลาได้ดีขึ้น แต่ฝันของผมก็ยังไม่เดินหน้าไปอยู่ดี เพราะการที่เราทำตาม GTD นั้นบางครั้งมันก็ปราศจากความรู้สึก รู้แต่เพียงว่า วางแผน แล้วทำตามแผนที่วาง ถึงแม้เราจะเขียนทำฝันของเราลงไปใน GTD ได้แต่สิ่งที่คุณขาดไปคืออารมณ์ที่อยากทำ และความปราถนาที่ต้องการให้มันเสร็จ แล้วผลสุดท้ายก็คือความฝันที่คุณอยากจะทำมันจะถูกจำกัดด้วย ความคิดของคุณเอง เช่น คุณเขียนว่าเว็บตามฝัน 1 ชม. แล้วก็วางตารางเวลาให้เราทำเรื่องอื่นด้วย ผลที่ได้คือเวลาเราทำงาน แล้วมีสมาิธิกับมัน แต่เราจะถูกจิตใต้สำนึกที่เราเป็นคนเขียนเองนั้นและ กลับมาเตือนเราแล้วทำให้งานตามความฝันของเราก็จะหยุดเพียง 1 ชม. ที่ตั้งไว้ ผมต้องการจะบอกอะไร? ผมต้องการจะบอกทุกๆคนว่า [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>บทความที่ผมเขียนนี้ได้แรง บันดาลใจจากเรื่องราวในชีวิต และบล็อคที่ผมได้อ่าน รวมถึงการลองใช้จริง คุณเคยคิดจะทำฝันของตัวเองไหม ? ฝันของคุณคืออะไร ? แล้วคุณเริ่มต้นมันรึยัง ทุกคนมีความฝันหลายอย่าง แต่สิ่งที่ผมจะพูดนี้ อยากให้ทุกคนคิดความฝันที่เราอยากจะทำ โดยไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องเป็นฝันในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่เป็นฝันที่อยากจะทำในเดือนหน้าก็พอ ผมจะเล่าเรื่องของผมให้ฟังครับ</p><p>ผมเคยเป็นคนที่ชอบคิด แต่ไม่ชอบทำ ถึงไอเดียทุกคนจะบอกว่าดีแค่ไหน แต่มันก็เป็นได้แค่เพียงความคิด เพราะปราศจากการลงมือทำ ซึ่งภายหลังขนาดผมพยายามทำตาม GTD หรือสิ่งที่จะเพิ่มศักยภาพของผม ผลที่ได้คือผมมีเวลามากขึ้น จัดการเวลาได้ดีขึ้น แต่ฝันของผมก็ยังไม่เดินหน้าไปอยู่ดี <span
style="color: #3366ff;">เพราะการที่เราทำตาม GTD นั้นบางครั้งมันก็ปราศจากความรู้สึก</span> รู้แต่เพียงว่า วางแผน แล้วทำตามแผนที่วาง ถึงแม้เราจะเขียนทำฝันของเราลงไปใน GTD ได้แต่สิ่งที่คุณขาดไปคืออารมณ์ที่อยากทำ และความปราถนาที่ต้องการให้มันเสร็จ</p><p>แล้วผลสุดท้ายก็คือความฝันที่คุณอยากจะทำมันจะถูกจำกัดด้วย ความคิดของคุณเอง เช่น คุณเขียนว่าเว็บตามฝัน 1 ชม. แล้วก็วางตารางเวลาให้เราทำเรื่องอื่นด้วย ผลที่ได้คือเวลาเราทำงาน แล้วมีสมาิธิกับมัน แต่เราจะถูกจิตใต้สำนึกที่เราเป็นคนเขียนเองนั้นและ กลับมาเตือนเราแล้วทำให้งานตามความฝันของเราก็จะหยุดเพียง 1 ชม. ที่ตั้งไว้ ผมต้องการจะบอกอะไร? ผมต้องการจะบอกทุกๆคนว่า <span
style="color: #3366ff;">การทำตามความฝันไม่ควรมีจำนวนเวลาที่ตายตัว </span>แล้วเราควรปล่อยความรู้สึกของเราหรือความคิดจากคนรอบข้าง เช่น ทำแล้วได้ตังไหม? แกจะทำยังงั้นจริงๆหรอ? ให้ลืมคำพวกนี้ให้หมดซะ ความฝันของคุณอย่าให้ใครมา ลบความฝันของคุณ</p><p>แล้วตอนนี้ผมจัดการตัวเองและความฝันของผมยังไง เอาละผมจะบอกตรงๆเป็นข้อๆเลยละกันครับ</p><ul><li>ผมใช้ Google Calendar สำหรับจำวันเกิดเพื่อน และนัดสำคัญ</li><li>ส่วนในแต่ละวัน ผมใช้ To-Do List ในการบอกว่าวันนี้เราต้องทำอะไรบ้าง</li><li>โดยผมจะเขียนใน iGoogle ซึ่งผมต้องเปิดทุกวันอยู่แล้ว แทนการจดใส่กระดาษ หรืออื่นๆ</li><li>เก็บความคิดทุกอย่างของคุณไว้ในที่สักที่เช่น เขียน จด พิมพ์ แล้วแตกย่อยความคิดนั้น</li><li>เสร็จแล้วก็นำความคิดที่แตกย่อย มาใส่ใน To-Do List ในแต่ละวัน ตามใจชอบ</li><li>ไม่ต้องเขียนเวลากำกับในแต่ละสิ่งที่ต้องทำ (แต่คุณควรรู้ว่าอันไหนควรจำกัดเวลาและสิ่งไหนไม่ควร)</li><li>ควรจะคิดแบบวันต่อวัน แทนที่จะวางแผนล่วงหน้าเป็น 3 วันหรืออาทิตย์</li></ul><p>หลักๆคือแค่นี้ละครับ เสร็จแล้วเราก็มาเสริมประสิทธิภาพของตัวเองในเรื่องที่เราจะทำแทน จะทำให้เราเสียเวลาทำงานน้อยลงเอง และตามหาฝันของคุณได้มากขึ้น โดยผมมีเทคนิคแนะนำครับ</p><ul><li>มีสมาธิกับสิ่งที่คุณทำ ในเวลาที่คุณสามารถทำงานได้ด้วยตัวคนเดียว คุณควรใส่หูฟัง แล้วเปิดเพลงที่คุณชอบหรือเปิดเพลงที่ช่วยทำให้สมาธิคุณดีขึ้น เช่น HoloSync</li><li>ศึกษาหาความรู้ในสิ่งที่คุณจะต้องทำ</li><li>ลองทำเลย อย่าแค่อ่านหรือรู้</li><li>จำกัดสิ่งที่คุณจะต้องรู้ไว้บ้าง ไม่งั้นอาจเป็นเหมือนผมอยากรู้ไปซะทุกอย่าง สุดท้ายก็ ไม่ได้มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่ความรู้ในหัวสมอง</li><li>อ่านให้น้อยลง ทำให้มากขึ้น (เพราะเมื่อเจอปัญหาคุณก็จะไปหาอ่านเองอยู่ดี)</li><li>เมื่อคิดจะอ่านจงอ่านให้เข้าใจ ไม่ใช่แค่ประดับความรู้</li><li>อยู่กับปัจจุบันครับ (ไม่ใช่ให้อยู่กะที่แต่ให้คิดให้ทำในปัจจุบันก่อน)</li></ul><p>สุดท้ายนี้ทุกคนมีแบบของตัวเอง ของผมก็ใช่ว่าจะดีสำหรับทุกคน แต่ผมบอกได้เลยว่าพวกเราชาวพุทธมีของดีอยู่กับตัวแล้วนั้นคือพุทธศาสนา เพียงแต่คุณไม่นำมาใช้และมองข้ามมันไป มีข้อคิดมากมายที่มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ กว่าผมจะรู้จะเริ่มยอมเปิดใจก็เมื่อปีที่แล้ว อยากให้ทุกคนลองอ่านหนังสือใหม่ๆที่เขียนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ผมบอกได้เลยว่าไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด แล้วดีต่อชีวิตเราครับ ลาไปก่อนแล้วครับ</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/review-website-google-calendar-and-how-to-use-it/" rel="bookmark" title="June 24, 2007">Review Website : Google Calendar มากกว่า Organizer ส่วนตัว</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/tech-news/what-cost-your-time/" rel="bookmark" title="November 28, 2009">สิ่งใดเหล่าที่ทำให้เวลาคุณหายไป ?</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/sme/recognize-and-thank-you-your-customers/" rel="bookmark" title="November 26, 2011">นึกถึงและขอบคุณลูกค้าของคุณ</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/make-your-dream-come-true/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>จัดการชีวิตง่ายๆด้วยสูตร UI/NUI/UNI/NUNI</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/ui-nui-uni-nuni-formula-for-productivity-life/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/ui-nui-uni-nuni-formula-for-productivity-life/#comments</comments> <pubDate>Thu, 28 May 2009 18:49:18 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category> <category><![CDATA[gtd]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=669</guid> <description><![CDATA[หลังจากกลับจาก BarCamp ก็ยังไม่มีเวลาที่จะเขียนเกี่ยวกับ BarCamp อีกเลยกลัวจะลืมซะก่อนเนี้ย แต่เอาเรื่องนี้ก่อนละกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Productivity(ประสิทธิภาพ) ของบุคคลอย่างเราๆโดยอย่างยิ่ง โดยนอกเหนือจากชื่อดังจาก Get Things Done แล้วยังมีสูตรนี้ซึ่งกำเนิดมานานแล้ว แต่เหมือนเอาของเก่ามาเล่าใหม่ โดยผมได้ข้อมูลนี้จาก lifehacker.com เหมือนเดิมครับ เอาละมาอธิบายกันเลย ต้องขออธิบายสูตรก่อนครับว่าตัวย่อแต่ละอันมันคืออะไร UI ย่อมาจาก Urgent &#38; Important หรือ เร่งด่วนและสำคัญ NUI ย่อมาจาก Not Urgent &#38; Import หรือ ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ UNI ย่อมาจาก Urgent &#38; Not Important หรือ เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ NUNI ย่อมาจาก Not Urgent &#38; Not Important หรือไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ อ่าพอเรารู้ตัวย่อแล้วทุกท่านก็พอรู้แล้วละสิว่าเราจะแบ่งสิ่งที่เราจะทำเป็นหมวดหมู่ อะใช่แล้วครับถูกต้อง แต่นอกเหนือจากนั้นเขาได้แนะนำมาครับว่า ให้ใช้พลังส่วนใหญ่กับงานที่ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากกลับจาก BarCamp ก็ยังไม่มีเวลาที่จะเขียนเกี่ยวกับ BarCamp อีกเลยกลัวจะลืมซะก่อนเนี้ย แต่เอาเรื่องนี้ก่อนละกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Productivity(ประสิทธิภาพ) ของบุคคลอย่างเราๆโดยอย่างยิ่ง โดยนอกเหนือจากชื่อดังจาก Get Things Done แล้วยังมีสูตรนี้ซึ่งกำเนิดมานานแล้ว แต่เหมือนเอาของเก่ามาเล่าใหม่ โดยผมได้ข้อมูลนี้จาก <a
href="lifehacker.com">lifehacker.com</a> เหมือนเดิมครับ เอาละมาอธิบายกันเลย</p><p>ต้องขออธิบายสูตรก่อนครับว่าตัวย่อแต่ละอันมันคืออะไร</p><ul><li>UI ย่อมาจาก Urgent &amp; Important หรือ เร่งด่วนและสำคัญ</li><li>NUI ย่อมาจาก Not Urgent &amp; Import หรือ ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ</li><li>UNI ย่อมาจาก Urgent &amp; Not Important หรือ เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ</li><li>NUNI ย่อมาจาก Not Urgent &amp; Not Important หรือไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ</li></ul><p>อ่าพอเรารู้ตัวย่อแล้วทุกท่านก็พอรู้แล้วละสิว่าเราจะแบ่งสิ่งที่เราจะทำเป็นหมวดหมู่ อะใช่แล้วครับถูกต้อง แต่นอกเหนือจากนั้นเขาได้แนะนำมาครับว่า</p><ul><li>ให้ใช้พลังส่วนใหญ่กับงานที่ &#8220;เร่งด่วนและสำคัญ&#8221; แล้วก็ส่วนของ &#8220;เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ&#8221;</li><li>และพักผ่อนจากงานที่ &#8220;ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ&#8221;</li><li>และอย่าทำเป็นไม่สนใจงานที่ &#8220;ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ&#8221; เพราะมันดีกับจิตใจของคุณ</li></ul><p>เอาละครับสูตรนี้ง่ายๆและผมว่าได้ผลง่ายกว่า Get Things Done เป็นกาีรพัฒนาจาก To-Do List นั้นเองซึ่งใช้ง่ายครับ</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/dhamma-and-productivity/" rel="bookmark" title="September 23, 2008">ธรรมะกับความอุดมสมบูรณ์</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/productivity-for-me-is/" rel="bookmark" title="December 16, 2011">Productivity for me is&#8230;..</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/manage-your-feed-by-day/" rel="bookmark" title="October 4, 2010">จัดการกับ Feed ด้วยการแบ่งเป็นวัน</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/ui-nui-uni-nuni-formula-for-productivity-life/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>คุณยังทำแบบเดิมๆ ทุกวันรึเปล่า?</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/are-you-doing-the-same-thing/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/are-you-doing-the-same-thing/#comments</comments> <pubDate>Sun, 22 Mar 2009 19:02:03 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=619</guid> <description><![CDATA[บ่อยไหมที่ทุกๆวันต้องทำงานในแบบเดิม , กินอะไรเดิมๆ , ยังเสียเวลากับวิธีการทำงานของตัวเองแบบเดิมๆ ถึงเวลาแล้วที่ควรจะไตรตรองแล้ว ว่าเราทำแบบเดิมๆนี้มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดรึยัง ? ผมเคยทำอะไรบ้างที่ทำให้เสียเวลาไปมากๆมั่งไหมหรอครับ บอกเลยว่ามากมาย โดยผมส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานทั่วไปต่่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ย่อรูป เขียนโค้ดเดิมๆ อัปโหลดโค้ดขึ้นเซิร์ฟเวอร์ อัปโหลดฐานข้อมูลขึ้นเว็บ ฯลฯ จะมีวิธีทำให้เรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้นไหม จากเมื่อก่อนที่ต้องเปิด Photoshop เพื่อย่อรูป ซึ่งเสียเวลาแน่นอนประมาณ 1 นาทียิ่งเครื่องช้าจะรอโหลดก็เพิ่มไปอีก หนทางเลือกนะหรอ Image Resizer ของ Microsoft นั้นเอง ทำให้ประหยัดเวลาได้มาก ถึงแม้ตอบโจทย์ได้ไม่ครบแต่ถ้าย่อรูปเป็นขนาดปกติ เช่น 640&#215;480 แ้ล้วละก็ใช้เวลาเพียง 10 วินาทีก็ย่อรูปได้แล้ว ไม่ว่าจะมากแค่ไหนก็ตาม หรือจะเป็นการเขียนโค้ดแบบเดิมๆ เช่น &#60;html&#62; &#60;p&#62; หรืออื่นๆอีกมากมาย แล้วผมหาวิธีแก้ยังไงนะหรอ ก็ใช้พวก IDE เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลา เขียนโค้ดเองทั้งหมดทั้ง tag เปิดปิด ที่ไม่มีอยู่ใน Text Editor ส่วนใหญ่ รวมถึงเรื่องอื่นๆ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>บ่อยไหมที่ทุกๆวันต้องทำงานในแบบเดิม , กินอะไรเดิมๆ , ยังเสียเวลากับวิธีการทำงานของตัวเองแบบเดิมๆ ถึงเวลาแล้วที่ควรจะไตรตรองแล้ว ว่าเราทำแบบเดิมๆนี้มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดรึยัง ? ผมเคยทำอะไรบ้างที่ทำให้เสียเวลาไปมากๆมั่งไหมหรอครับ บอกเลยว่ามากมาย โดยผมส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานทั่วไปต่่างๆ ไม่ว่าจะเป็น</p><ul><li>ย่อรูป</li><li>เขียนโค้ดเดิมๆ</li><li>อัปโหลดโค้ดขึ้นเซิร์ฟเวอร์</li><li>อัปโหลดฐานข้อมูลขึ้นเว็บ</li><li>ฯลฯ</li></ul><p>จะมีวิธีทำให้เรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้นไหม จากเมื่อก่อนที่ต้องเปิด Photoshop เพื่อย่อรูป ซึ่งเสียเวลาแน่นอนประมาณ 1 นาทียิ่งเครื่องช้าจะรอโหลดก็เพิ่มไปอีก หนทางเลือกนะหรอ <a
href="http://www.microsoft.com/windowsxp/Downloads/powertoys/Xppowertoys.mspx">Image Resizer</a> ของ Microsoft นั้นเอง ทำให้ประหยัดเวลาได้มาก ถึงแม้ตอบโจทย์ได้ไม่ครบแต่ถ้าย่อรูปเป็นขนาดปกติ เช่น 640&#215;480 แ้ล้วละก็ใช้เวลาเพียง 10 วินาทีก็ย่อรูปได้แล้ว ไม่ว่าจะมากแค่ไหนก็ตาม หรือจะเป็นการเขียนโค้ดแบบเดิมๆ เช่น &lt;html&gt; &lt;p&gt; หรืออื่นๆอีกมากมาย แล้วผมหาวิธีแก้ยังไงนะหรอ ก็ใช้พวก IDE เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลา เขียนโค้ดเองทั้งหมดทั้ง tag เปิดปิด ที่ไม่มีอยู่ใน Text Editor ส่วนใหญ่ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วยหนึ่งในเรื่องนั้นก็คือ การอัปโหลดไฟล์ขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ในสมัยก่อนนั้นผม connect เข้า FTP ผ่าน FileZilla เป็นประจำจนช่วงที่ผ่านมาไม่กี่วันผมก็ศึกษาเจ้า Netbeans เพิ่มซึ่งมันสามารถ upload ผ่านตัวมันได้เลย ทำให้ผมไม่ต้องเปิดหลายโปรแกรม แถมสะดวกไม่ต้องสลับไปหลายๆโปรแกรม แถมไม่ต้องลากไฟล์เองอีกตะหาก</p><p>นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่คุณอาจคิดไม่ถึงในหลายๆเรื่อง ที่ทำให้คุณเสียเวลาเป็นประจำทั้งๆที่มันมีตัวช่วยทำให้งานของคุณง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเพิ่มเติมอย่างสมัยก่อนที่ไม่มีเครื่องซักผ้า เราต้องซักด้วยมือแต่สมัยนี้มีเครื่องซักผ้าทำให้เราไม่ต้องเสียเวลา เสียแรงมาซักเอง เทคโนโลยีทุกวันนี้ มีมากมายให้คุณใช้ แต่คุณใช้มันเป็นรึเปล่า? แน่นอนเราต้องเสียเวลาเรียนรู้มัน/ซื้อมัน แต่มันคุ้มค่ากว่าไหมที่จะทำให้ชีวิต ของคุณสะดวกมากขึ้น และเสียเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น ถ้าคุณคิดว่าเวลามีค่าแล้ว เรื่องพวกนี้คงเป็นเรื่องดีไม่น้อยที่ควรศึกษา ทั้งภายในคอมพิวเตอร์และนอกคอมพิวเตอร์ ยกตัวอย่างสิ่งต่างๆที่มีอยู่บนโลกที่ทำให้ชีวิตมนุษย์ง่ายขึ้น</p><ul><li>เครื่องซักผ้า &#8211; ถ้าคุณซักมืออยู่แล้วมีเงินก็ควรลองนะครับ</li><li>เครื่องดูดฝุ่น &#8211; ยังใช้ไม้กวาดอยู่ใช่ไหม ?</li><li>ไมโครเวฟ</li><li>ทีวี</li><li>คอมพิวเตอร์</li><li>พัดลม</li><li>แอร์</li><li>เครื่องพิมพ์</li><li>เตารีด</li><li>ตู้เย็น</li><li>โทรศัพท์</li><li>ฯลฯ</li></ul><p>มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกกกกกกมายยยยย จริงๆบนโลกนี้ แต่แล้วสิ่งพวกนี้ก็จะช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย ถ้าท่านไม่คิดจะใช้มัน หรือ ขี้เกียจใช้นั้นเอง ดังนั้นก่อนซื้อสิ่งใดควรคิดให้ดีว่าท่านซื้อมาจะใช้จริงๆ โดยเรื่องบางอย่างเดียวนี้ก็มีตัวทำอัตโนมัติมากมาย เช่น หุ่นยนตร์ทำความสะอาดพื้น เอาละครับผมยังอยากจะบอกต่ออีกสักนิดว่า เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่คิดให้ดีเรื่องที่ทำให้เราเสียเวลาและหงุดหงิดมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ด้วย ลองคิดว่าถ้าโลกนี้ไม่มี คอมพิวเตอร์กับเครื่องพิมพ์ เราคงเสียเวลาในการทำอะไรหลายๆอย่างไปมากมาย</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/mac-experience/which-is-great-text-editor-and-where-my-cut-comman/" rel="bookmark" title="July 25, 2009">ประสบการณ์ใช้ Mac ตอนที่ 2 : Text Editor ตัวไหนดีแล้วคำสั่ง Cut เราอยู่ไหน?</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/programming-solution/use-jsp-connect-to-microsoft-sql-server-2005-sql-authenticate/" rel="bookmark" title="February 4, 2009">ใช้ JSP ติดต่อฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2005 แบบ SQL Authenticate</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/web-editor-software-adobe-contribute-cs3-review/" rel="bookmark" title="June 18, 2007">Web Editor Software : Adobe Contribute CS3 Review</a></li></ul>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/are-you-doing-the-same-thing/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>4</slash:comments> </item> </channel> </rss>
<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Minified using disk: basic
Page Caching using disk: basic (User agent is rejected)
Database Caching using disk: basic

Served from: www.dominixz.com @ 2012-02-11 19:01:55 -->
