<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
><channel><title>DominixZ : Live Smart &#38; Geeky &#187; เพิ่มศักยภาพ</title> <atom:link href="http://www.dominixz.com/blog/category/productivity/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.dominixz.com/blog</link> <description>Productivity , Techology News ,Website Review , Web Standard , Live Smart and Geeky</description> <lastBuildDate>Thu, 18 Feb 2010 15:16:11 +0000</lastBuildDate> <generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <item><title>ทำความฝันให้เป็นจริง</title><link>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/make-your-dream-come-true/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/make-your-dream-come-true/#comments</comments> <pubDate>Sun, 21 Jun 2009 17:59:01 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=723</guid> <description><![CDATA[บทความที่ผมเขียนนี้ได้แรง บันดาลใจจากเรื่องราวในชีวิต และบล็อคที่ผมได้อ่าน รวมถึงการลองใช้จริง คุณเคยคิดจะทำฝันของตัวเองไหม ? ฝันของคุณคืออะไร ? แล้วคุณเริ่มต้นมันรึยัง ทุกคนมีความฝันหลายอย่าง แต่สิ่งที่ผมจะพูดนี้ อยากให้ทุกคนคิดความฝันที่เราอยากจะทำ โดยไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องเป็นฝันในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่เป็นฝันที่อยากจะทำในเดือนหน้าก็พอ ผมจะเล่าเรื่องของผมให้ฟังครับ
ผมเคยเป็นคนที่ชอบคิด แต่ไม่ชอบทำ ถึงไอเดียทุกคนจะบอกว่าดีแค่ไหน แต่มันก็เป็นได้แค่เพียงความคิด เพราะปราศจากการลงมือทำ ซึ่งภายหลังขนาดผมพยายามทำตาม GTD หรือสิ่งที่จะเพิ่มศักยภาพของผม ผลที่ได้คือผมมีเวลามากขึ้น จัดการเวลาได้ดีขึ้น แต่ฝันของผมก็ยังไม่เดินหน้าไปอยู่ดี เพราะการที่เราทำตาม GTD นั้นบางครั้งมันก็ปราศจากความรู้สึก รู้แต่เพียงว่า วางแผน แล้วทำตามแผนที่วาง ถึงแม้เราจะเขียนทำฝันของเราลงไปใน GTD ได้แต่สิ่งที่คุณขาดไปคืออารมณ์ที่อยากทำ และความปราถนาที่ต้องการให้มันเสร็จ
แล้วผลสุดท้ายก็คือความฝันที่คุณอยากจะทำมันจะถูกจำกัดด้วย ความคิดของคุณเอง เช่น คุณเขียนว่าเว็บตามฝัน 1 ชม. แล้วก็วางตารางเวลาให้เราทำเรื่องอื่นด้วย ผลที่ได้คือเวลาเราทำงาน แล้วมีสมาิธิกับมัน แต่เราจะถูกจิตใต้สำนึกที่เราเป็นคนเขียนเองนั้นและ กลับมาเตือนเราแล้วทำให้งานตามความฝันของเราก็จะหยุดเพียง 1 ชม. ที่ตั้งไว้ ผมต้องการจะบอกอะไร? ผมต้องการจะบอกทุกๆคนว่า การทำตามความฝันไม่ควรมีจำนวนเวลาที่ตายตัว แล้วเราควรปล่อยความรู้สึกของเราหรือความคิดจากคนรอบข้าง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>บทความที่ผมเขียนนี้ได้แรง บันดาลใจจากเรื่องราวในชีวิต และบล็อคที่ผมได้อ่าน รวมถึงการลองใช้จริง คุณเคยคิดจะทำฝันของตัวเองไหม ? ฝันของคุณคืออะไร ? แล้วคุณเริ่มต้นมันรึยัง ทุกคนมีความฝันหลายอย่าง แต่สิ่งที่ผมจะพูดนี้ อยากให้ทุกคนคิดความฝันที่เราอยากจะทำ โดยไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องเป็นฝันในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่เป็นฝันที่อยากจะทำในเดือนหน้าก็พอ ผมจะเล่าเรื่องของผมให้ฟังครับ</p><p>ผมเคยเป็นคนที่ชอบคิด แต่ไม่ชอบทำ ถึงไอเดียทุกคนจะบอกว่าดีแค่ไหน แต่มันก็เป็นได้แค่เพียงความคิด เพราะปราศจากการลงมือทำ ซึ่งภายหลังขนาดผมพยายามทำตาม GTD หรือสิ่งที่จะเพิ่มศักยภาพของผม ผลที่ได้คือผมมีเวลามากขึ้น จัดการเวลาได้ดีขึ้น แต่ฝันของผมก็ยังไม่เดินหน้าไปอยู่ดี <span
style="color: #3366ff;">เพราะการที่เราทำตาม GTD นั้นบางครั้งมันก็ปราศจากความรู้สึก</span> รู้แต่เพียงว่า วางแผน แล้วทำตามแผนที่วาง ถึงแม้เราจะเขียนทำฝันของเราลงไปใน GTD ได้แต่สิ่งที่คุณขาดไปคืออารมณ์ที่อยากทำ และความปราถนาที่ต้องการให้มันเสร็จ</p><p>แล้วผลสุดท้ายก็คือความฝันที่คุณอยากจะทำมันจะถูกจำกัดด้วย ความคิดของคุณเอง เช่น คุณเขียนว่าเว็บตามฝัน 1 ชม. แล้วก็วางตารางเวลาให้เราทำเรื่องอื่นด้วย ผลที่ได้คือเวลาเราทำงาน แล้วมีสมาิธิกับมัน แต่เราจะถูกจิตใต้สำนึกที่เราเป็นคนเขียนเองนั้นและ กลับมาเตือนเราแล้วทำให้งานตามความฝันของเราก็จะหยุดเพียง 1 ชม. ที่ตั้งไว้ ผมต้องการจะบอกอะไร? ผมต้องการจะบอกทุกๆคนว่า <span
style="color: #3366ff;">การทำตามความฝันไม่ควรมีจำนวนเวลาที่ตายตัว </span>แล้วเราควรปล่อยความรู้สึกของเราหรือความคิดจากคนรอบข้าง เช่น ทำแล้วได้ตังไหม? แกจะทำยังงั้นจริงๆหรอ? ให้ลืมคำพวกนี้ให้หมดซะ ความฝันของคุณอย่าให้ใครมา ลบความฝันของคุณ</p><p>แล้วตอนนี้ผมจัดการตัวเองและความฝันของผมยังไง เอาละผมจะบอกตรงๆเป็นข้อๆเลยละกันครับ</p><ul><li>ผมใช้ Google Calendar สำหรับจำวันเกิดเพื่อน และนัดสำคัญ</li><li>ส่วนในแต่ละวัน ผมใช้ To-Do List ในการบอกว่าวันนี้เราต้องทำอะไรบ้าง</li><li>โดยผมจะเขียนใน iGoogle ซึ่งผมต้องเปิดทุกวันอยู่แล้ว แทนการจดใส่กระดาษ หรืออื่นๆ</li><li>เก็บความคิดทุกอย่างของคุณไว้ในที่สักที่เช่น เขียน จด พิมพ์ แล้วแตกย่อยความคิดนั้น</li><li>เสร็จแล้วก็นำความคิดที่แตกย่อย มาใส่ใน To-Do List ในแต่ละวัน ตามใจชอบ</li><li>ไม่ต้องเขียนเวลากำกับในแต่ละสิ่งที่ต้องทำ (แต่คุณควรรู้ว่าอันไหนควรจำกัดเวลาและสิ่งไหนไม่ควร)</li><li>ควรจะคิดแบบวันต่อวัน แทนที่จะวางแผนล่วงหน้าเป็น 3 วันหรืออาทิตย์</li></ul><p>หลักๆคือแค่นี้ละครับ เสร็จแล้วเราก็มาเสริมประสิทธิภาพของตัวเองในเรื่องที่เราจะทำแทน จะทำให้เราเสียเวลาทำงานน้อยลงเอง และตามหาฝันของคุณได้มากขึ้น โดยผมมีเทคนิคแนะนำครับ</p><ul><li>มีสมาธิกับสิ่งที่คุณทำ ในเวลาที่คุณสามารถทำงานได้ด้วยตัวคนเดียว คุณควรใส่หูฟัง แล้วเปิดเพลงที่คุณชอบหรือเปิดเพลงที่ช่วยทำให้สมาธิคุณดีขึ้น เช่น HoloSync</li><li>ศึกษาหาความรู้ในสิ่งที่คุณจะต้องทำ</li><li>ลองทำเลย อย่าแค่อ่านหรือรู้</li><li>จำกัดสิ่งที่คุณจะต้องรู้ไว้บ้าง ไม่งั้นอาจเป็นเหมือนผมอยากรู้ไปซะทุกอย่าง สุดท้ายก็ ไม่ได้มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่ความรู้ในหัวสมอง</li><li>อ่านให้น้อยลง ทำให้มากขึ้น (เพราะเมื่อเจอปัญหาคุณก็จะไปหาอ่านเองอยู่ดี)</li><li>เมื่อคิดจะอ่านจงอ่านให้เข้าใจ ไม่ใช่แค่ประดับความรู้</li><li>อยู่กับปัจจุบันครับ (ไม่ใช่ให้อยู่กะที่แต่ให้คิดให้ทำในปัจจุบันก่อน)</li></ul><p>สุดท้ายนี้ทุกคนมีแบบของตัวเอง ของผมก็ใช่ว่าจะดีสำหรับทุกคน แต่ผมบอกได้เลยว่าพวกเราชาวพุทธมีของดีอยู่กับตัวแล้วนั้นคือพุทธศาสนา เพียงแต่คุณไม่นำมาใช้และมองข้ามมันไป มีข้อคิดมากมายที่มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ กว่าผมจะรู้จะเริ่มยอมเปิดใจก็เมื่อปีที่แล้ว อยากให้ทุกคนลองอ่านหนังสือใหม่ๆที่เขียนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ผมบอกได้เลยว่าไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด แล้วดีต่อชีวิตเราครับ ลาไปก่อนแล้วครับ</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/review-website-google-calendar-and-how-to-use-it/" rel="bookmark" title="June 24, 2007">Review Website : Google Calendar มากกว่า Organizer ส่วนตัว</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/tech-news/what-cost-your-time/" rel="bookmark" title="November 28, 2009">สิ่งใดเหล่าที่ทำให้เวลาคุณหายไป ?</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/10-ways-to-useful-your-time/" rel="bookmark" title="June 12, 2007">10 วิธีที่จะทำให้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการทำงานและมีความสุข</a></li></ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=723&type=feed" alt="geek tips "  title="ทำความฝันให้เป็นจริง" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/make-your-dream-come-true/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>จัดการชีวิตง่ายๆด้วยสูตร UI/NUI/UNI/NUNI</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/ui-nui-uni-nuni-formula-for-productivity-life/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/ui-nui-uni-nuni-formula-for-productivity-life/#comments</comments> <pubDate>Thu, 28 May 2009 18:49:18 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category> <category><![CDATA[gtd]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=669</guid> <description><![CDATA[หลังจากกลับจาก BarCamp ก็ยังไม่มีเวลาที่จะเขียนเกี่ยวกับ BarCamp อีกเลยกลัวจะลืมซะก่อนเนี้ย แต่เอาเรื่องนี้ก่อนละกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Productivity(ประสิทธิภาพ) ของบุคคลอย่างเราๆโดยอย่างยิ่ง โดยนอกเหนือจากชื่อดังจาก Get Things Done แล้วยังมีสูตรนี้ซึ่งกำเนิดมานานแล้ว แต่เหมือนเอาของเก่ามาเล่าใหม่ โดยผมได้ข้อมูลนี้จาก lifehacker.com เหมือนเดิมครับ เอาละมาอธิบายกันเลย
ต้องขออธิบายสูตรก่อนครับว่าตัวย่อแต่ละอันมันคืออะไรUI ย่อมาจาก Urgent &#38; Important หรือ เร่งด่วนและสำคัญ
NUI ย่อมาจาก Not Urgent &#38; Import หรือ ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ
UNI ย่อมาจาก Urgent &#38; Not Important หรือ เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ
NUNI ย่อมาจาก Not Urgent &#38; Not Important หรือไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญอ่าพอเรารู้ตัวย่อแล้วทุกท่านก็พอรู้แล้วละสิว่าเราจะแบ่งสิ่งที่เราจะทำเป็นหมวดหมู่ อะใช่แล้วครับถูกต้อง แต่นอกเหนือจากนั้นเขาได้แนะนำมาครับว่าให้ใช้พลังส่วนใหญ่กับงานที่ &#8220;เร่งด่วนและสำคัญ&#8221; แล้วก็ส่วนของ &#8220;เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ&#8221;
และพักผ่อนจากงานที่ &#8220;ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ&#8221;
และอย่าทำเป็นไม่สนใจงานที่ &#8220;ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ&#8221; เพราะมันดีกับจิตใจของคุณเอาละครับสูตรนี้ง่ายๆและผมว่าได้ผลง่ายกว่า Get [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากกลับจาก BarCamp ก็ยังไม่มีเวลาที่จะเขียนเกี่ยวกับ BarCamp อีกเลยกลัวจะลืมซะก่อนเนี้ย แต่เอาเรื่องนี้ก่อนละกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Productivity(ประสิทธิภาพ) ของบุคคลอย่างเราๆโดยอย่างยิ่ง โดยนอกเหนือจากชื่อดังจาก Get Things Done แล้วยังมีสูตรนี้ซึ่งกำเนิดมานานแล้ว แต่เหมือนเอาของเก่ามาเล่าใหม่ โดยผมได้ข้อมูลนี้จาก <a
rel="nofollow" target="_blank" href="lifehacker.com">lifehacker.com</a> เหมือนเดิมครับ เอาละมาอธิบายกันเลย</p><p>ต้องขออธิบายสูตรก่อนครับว่าตัวย่อแต่ละอันมันคืออะไร</p><ul><li>UI ย่อมาจาก Urgent &amp; Important หรือ เร่งด่วนและสำคัญ</li><li>NUI ย่อมาจาก Not Urgent &amp; Import หรือ ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ</li><li>UNI ย่อมาจาก Urgent &amp; Not Important หรือ เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ</li><li>NUNI ย่อมาจาก Not Urgent &amp; Not Important หรือไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ</li></ul><p>อ่าพอเรารู้ตัวย่อแล้วทุกท่านก็พอรู้แล้วละสิว่าเราจะแบ่งสิ่งที่เราจะทำเป็นหมวดหมู่ อะใช่แล้วครับถูกต้อง แต่นอกเหนือจากนั้นเขาได้แนะนำมาครับว่า</p><ul><li>ให้ใช้พลังส่วนใหญ่กับงานที่ &#8220;เร่งด่วนและสำคัญ&#8221; แล้วก็ส่วนของ &#8220;เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ&#8221;</li><li>และพักผ่อนจากงานที่ &#8220;ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ&#8221;</li><li>และอย่าทำเป็นไม่สนใจงานที่ &#8220;ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ&#8221; เพราะมันดีกับจิตใจของคุณ</li></ul><p>เอาละครับสูตรนี้ง่ายๆและผมว่าได้ผลง่ายกว่า Get Things Done เป็นกาีรพัฒนาจาก To-Do List นั้นเองซึ่งใช้ง่ายครับ</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/dhamma-and-productivity/" rel="bookmark" title="September 23, 2008">ธรรมะกับความอุดมสมบูรณ์</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/tech-news/10-experience-from-barcampbangkok-3/" rel="bookmark" title="May 25, 2009">10 ประสบการณ์จาก BarcampBangkok #3</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/tech-news/barcamp-bangkok-2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-thailand-next-web-apps-2008/" rel="bookmark" title="July 25, 2008">Barcamp Bangkok 2 และ Thailand Next Web Apps 2008</a></li></ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=669&type=feed" alt="productivity "  title="จัดการชีวิตง่ายๆด้วยสูตร UI/NUI/UNI/NUNI" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/ui-nui-uni-nuni-formula-for-productivity-life/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>คุณยังทำแบบเดิมๆ ทุกวันรึเปล่า?</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/are-you-doing-the-same-thing/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/are-you-doing-the-same-thing/#comments</comments> <pubDate>Sun, 22 Mar 2009 19:02:03 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=619</guid> <description><![CDATA[บ่อยไหมที่ทุกๆวันต้องทำงานในแบบเดิม , กินอะไรเดิมๆ , ยังเสียเวลากับวิธีการทำงานของตัวเองแบบเดิมๆ ถึงเวลาแล้วที่ควรจะไตรตรองแล้ว ว่าเราทำแบบเดิมๆนี้มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดรึยัง ? ผมเคยทำอะไรบ้างที่ทำให้เสียเวลาไปมากๆมั่งไหมหรอครับ บอกเลยว่ามากมาย โดยผมส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานทั่วไปต่่างๆ ไม่ว่าจะเป็นย่อรูป
เขียนโค้ดเดิมๆ
อัปโหลดโค้ดขึ้นเซิร์ฟเวอร์
อัปโหลดฐานข้อมูลขึ้นเว็บ
ฯลฯจะมีวิธีทำให้เรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้นไหม จากเมื่อก่อนที่ต้องเปิด Photoshop เพื่อย่อรูป ซึ่งเสียเวลาแน่นอนประมาณ 1 นาทียิ่งเครื่องช้าจะรอโหลดก็เพิ่มไปอีก หนทางเลือกนะหรอ Image Resizer ของ Microsoft นั้นเอง ทำให้ประหยัดเวลาได้มาก ถึงแม้ตอบโจทย์ได้ไม่ครบแต่ถ้าย่อรูปเป็นขนาดปกติ เช่น 640&#215;480 แ้ล้วละก็ใช้เวลาเพียง 10 วินาทีก็ย่อรูปได้แล้ว ไม่ว่าจะมากแค่ไหนก็ตาม หรือจะเป็นการเขียนโค้ดแบบเดิมๆ เช่น &#60;html&#62; &#60;p&#62; หรืออื่นๆอีกมากมาย แล้วผมหาวิธีแก้ยังไงนะหรอ ก็ใช้พวก IDE เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลา เขียนโค้ดเองทั้งหมดทั้ง tag เปิดปิด ที่ไม่มีอยู่ใน Text Editor ส่วนใหญ่ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วยหนึ่งในเรื่องนั้นก็คือ การอัปโหลดไฟล์ขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ในสมัยก่อนนั้นผม connect เข้า FTP [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>บ่อยไหมที่ทุกๆวันต้องทำงานในแบบเดิม , กินอะไรเดิมๆ , ยังเสียเวลากับวิธีการทำงานของตัวเองแบบเดิมๆ ถึงเวลาแล้วที่ควรจะไตรตรองแล้ว ว่าเราทำแบบเดิมๆนี้มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดรึยัง ? ผมเคยทำอะไรบ้างที่ทำให้เสียเวลาไปมากๆมั่งไหมหรอครับ บอกเลยว่ามากมาย โดยผมส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานทั่วไปต่่างๆ ไม่ว่าจะเป็น</p><ul><li>ย่อรูป</li><li>เขียนโค้ดเดิมๆ</li><li>อัปโหลดโค้ดขึ้นเซิร์ฟเวอร์</li><li>อัปโหลดฐานข้อมูลขึ้นเว็บ</li><li>ฯลฯ</li></ul><p>จะมีวิธีทำให้เรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้นไหม จากเมื่อก่อนที่ต้องเปิด Photoshop เพื่อย่อรูป ซึ่งเสียเวลาแน่นอนประมาณ 1 นาทียิ่งเครื่องช้าจะรอโหลดก็เพิ่มไปอีก หนทางเลือกนะหรอ <a
rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.microsoft.com/windowsxp/Downloads/powertoys/Xppowertoys.mspx">Image Resizer</a> ของ Microsoft นั้นเอง ทำให้ประหยัดเวลาได้มาก ถึงแม้ตอบโจทย์ได้ไม่ครบแต่ถ้าย่อรูปเป็นขนาดปกติ เช่น 640&#215;480 แ้ล้วละก็ใช้เวลาเพียง 10 วินาทีก็ย่อรูปได้แล้ว ไม่ว่าจะมากแค่ไหนก็ตาม หรือจะเป็นการเขียนโค้ดแบบเดิมๆ เช่น &lt;html&gt; &lt;p&gt; หรืออื่นๆอีกมากมาย แล้วผมหาวิธีแก้ยังไงนะหรอ ก็ใช้พวก IDE เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลา เขียนโค้ดเองทั้งหมดทั้ง tag เปิดปิด ที่ไม่มีอยู่ใน Text Editor ส่วนใหญ่ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วยหนึ่งในเรื่องนั้นก็คือ การอัปโหลดไฟล์ขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ในสมัยก่อนนั้นผม connect เข้า FTP ผ่าน FileZilla เป็นประจำจนช่วงที่ผ่านมาไม่กี่วันผมก็ศึกษาเจ้า Netbeans เพิ่มซึ่งมันสามารถ upload ผ่านตัวมันได้เลย ทำให้ผมไม่ต้องเปิดหลายโปรแกรม แถมสะดวกไม่ต้องสลับไปหลายๆโปรแกรม แถมไม่ต้องลากไฟล์เองอีกตะหาก</p><p>นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่คุณอาจคิดไม่ถึงในหลายๆเรื่อง ที่ทำให้คุณเสียเวลาเป็นประจำทั้งๆที่มันมีตัวช่วยทำให้งานของคุณง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเพิ่มเติมอย่างสมัยก่อนที่ไม่มีเครื่องซักผ้า เราต้องซักด้วยมือแต่สมัยนี้มีเครื่องซักผ้าทำให้เราไม่ต้องเสียเวลา เสียแรงมาซักเอง เทคโนโลยีทุกวันนี้ มีมากมายให้คุณใช้ แต่คุณใช้มันเป็นรึเปล่า? แน่นอนเราต้องเสียเวลาเรียนรู้มัน/ซื้อมัน แต่มันคุ้มค่ากว่าไหมที่จะทำให้ชีวิต ของคุณสะดวกมากขึ้น และเสียเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น ถ้าคุณคิดว่าเวลามีค่าแล้ว เรื่องพวกนี้คงเป็นเรื่องดีไม่น้อยที่ควรศึกษา ทั้งภายในคอมพิวเตอร์และนอกคอมพิวเตอร์ ยกตัวอย่างสิ่งต่างๆที่มีอยู่บนโลกที่ทำให้ชีวิตมนุษย์ง่ายขึ้น</p><ul><li>เครื่องซักผ้า &#8211; ถ้าคุณซักมืออยู่แล้วมีเงินก็ควรลองนะครับ</li><li>เครื่องดูดฝุ่น &#8211; ยังใช้ไม้กวาดอยู่ใช่ไหม ?</li><li>ไมโครเวฟ</li><li>ทีวี</li><li>คอมพิวเตอร์</li><li>พัดลม</li><li>แอร์</li><li>เครื่องพิมพ์</li><li>เตารีด</li><li>ตู้เย็น</li><li>โทรศัพท์</li><li>ฯลฯ</li></ul><p>มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกกกกกกมายยยยย จริงๆบนโลกนี้ แต่แล้วสิ่งพวกนี้ก็จะช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย ถ้าท่านไม่คิดจะใช้มัน หรือ ขี้เกียจใช้นั้นเอง ดังนั้นก่อนซื้อสิ่งใดควรคิดให้ดีว่าท่านซื้อมาจะใช้จริงๆ โดยเรื่องบางอย่างเดียวนี้ก็มีตัวทำอัตโนมัติมากมาย เช่น หุ่นยนตร์ทำความสะอาดพื้น เอาละครับผมยังอยากจะบอกต่ออีกสักนิดว่า เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่คิดให้ดีเรื่องที่ทำให้เราเสียเวลาและหงุดหงิดมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ด้วย ลองคิดว่าถ้าโลกนี้ไม่มี คอมพิวเตอร์กับเครื่องพิมพ์ เราคงเสียเวลาในการทำอะไรหลายๆอย่างไปมากมาย</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/programming-solution/use-jsp-connect-to-microsoft-sql-server-2005-sql-authenticate/" rel="bookmark" title="February 4, 2009">ใช้ JSP ติดต่อฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2005 แบบ SQL Authenticate</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/mac-experience/which-is-great-text-editor-and-where-my-cut-comman/" rel="bookmark" title="July 25, 2009">ประสบการณ์ใช้ Mac ตอนที่ 2 : Text Editor ตัวไหนดีแล้วคำสั่ง Cut เราอยู่ไหน?</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/web-editor-software-adobe-contribute-cs3-review/" rel="bookmark" title="June 18, 2007">Web Editor Software : Adobe Contribute CS3 Review</a></li></ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=619&type=feed" alt="productivity "  title="คุณยังทำแบบเดิมๆ ทุกวันรึเปล่า?" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/are-you-doing-the-same-thing/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>4</slash:comments> </item> <item><title>เพิ่มหรือลดงานดี ?</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/add-or-drop-works/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/add-or-drop-works/#comments</comments> <pubDate>Sat, 06 Dec 2008 09:45:01 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category> <category><![CDATA[add]]></category> <category><![CDATA[drop]]></category> <category><![CDATA[work]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=521</guid> <description><![CDATA[หลังจากไม่ได้เขียนมาเนิ่นนานตอนนี้ก็สบโอกาสได้เขียนสัที โดยผมก็คิดอะไรเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิตของตัวเรา (productivity) วันนี้เลยจะมาพูดเรื่องเพิ่มหรือลดงานดีั กันครับในทุกๆวันนี้คนเราใช้เวลาไม่เหมือนกันบางคนทำงาน 80% พัก 20% บางก็พักสัก 80% ทำสัก 20% หรืออาจะเปลี่ยนตัวเลขไปตามแต่ละคน วันนี้ผมจึงอยากจะมาเขียนถึงว่าทุกๆวันนี้ เราควรเพิ่มหรือลดงานตัวเองอย่่่างไรดี
ก่อนจะลดหรือเพิ่มงานให้ตัวเองนั้น เราต้องรู้ว่าในแต่ละวันเราได้ทำงานอะไรบ้าง เช่น เขียนโปรแกรม อาบน้ำ ทานข้าว เราต้องพยายามแตกงานที่เราต้องทำอยู่เป็นประจำให้ได้ก่อน เสร็จแล้วเราค่อยมาดูว่าในแต่ละวันเนี้ย เราสามารถเพิ่มงานหรือลดงานของเราได้หรือไม่ส่วนใหญ่ผมว่าลดคงยาก แต่ถ้าทำให้มันเร็วขึ้นอันนี้เป็นไปได้ ดังนั้นมาเริ่มขั้นตอนการเพิ่มหรือลดงานเลยครับผมเขียนข้อมูลเวลาที่ต้องทำลงไปในตารางเวลา จันทร์ &#8211; อาทิตย์ เช่น จันทร์ 9.00-11.00 เรียนเลข
พอจำกัดสิ่งที่ต้องทำลงไปแล้วให้เติมกิจวัตน์ประจำวันลงไป เช่น ทานข้าว , อาบน้ำแปรงฟัน หรืออื่นๆลงไป
พอเราำทำแบบนี้แล้วเราจะได้เวลาที่เหลืออยู่ คราวนี้เราก็มาใส่ข้อมูลเพิ่มไปได้ว่าเราอยากทำอะไร
ในกรณีที่เรามีกิจกรรมที่เราต้องทำอยู่ แต่ไม่ได้ strict ว่าจะต้องทำก็สามารถลดหรือปรับได้ตามต้องการ
ให้มีช่วงเวลาพักทุกๆ 30-60 นาที เป็นเวลา 5-10 นาที เพราะคนเราทำอะไรนานๆไม่ได้จริงๆต้องพักบ้าง
พอทำเสร็จแล้วเราก็จะได้ตารางเวลาใหม่ของเราแล้ว
ลองทำตามตารางเวลาใหม่เป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้วก็ปรับปรุงใหม่ให้เขากับตนเองมากที่สุดผมเชื่อว่าคนที่อยากจะพัฒนาตัวเองแล้วลองทำตามที่ผมบอกจริงนั้น อย่างน้อยก็ได้พัฒนาในเรื่องการวางแผนเวลาไม่มากก็น้อย แต่จะเตือนไว้ว่า ถ้าบอกการวางแผนเป็นเรื่องยากแล้ว การทำตามแผนที่วางไว้เป็นสิ่งที่ยากกว่า เพราะบางครั้งเวลาที่ว่างของเรา อาจจะไม่ใช่เวลาว่างเสมอไป [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากไม่ได้เขียนมาเนิ่นนานตอนนี้ก็สบโอกาสได้เขียนสัที โดยผมก็คิดอะไรเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิตของตัวเรา (productivity) วันนี้เลยจะมาพูดเรื่องเพิ่มหรือลดงานดีั กันครับในทุกๆวันนี้คนเราใช้เวลาไม่เหมือนกันบางคนทำงาน 80% พัก 20% บางก็พักสัก 80% ทำสัก 20% หรืออาจะเปลี่ยนตัวเลขไปตามแต่ละคน วันนี้ผมจึงอยากจะมาเขียนถึงว่าทุกๆวันนี้ เราควรเพิ่มหรือลดงานตัวเองอย่่่างไรดี</p><p>ก่อนจะลดหรือเพิ่มงานให้ตัวเองนั้น เราต้องรู้ว่าในแต่ละวันเราได้ทำงานอะไรบ้าง เช่น เขียนโปรแกรม อาบน้ำ ทานข้าว เราต้องพยายามแตกงานที่เราต้องทำอยู่เป็นประจำให้ได้ก่อน เสร็จแล้วเราค่อยมาดูว่าในแต่ละวันเนี้ย เราสามารถเพิ่มงานหรือลดงานของเราได้หรือไม่ส่วนใหญ่ผมว่าลดคงยาก แต่ถ้าทำให้มันเร็วขึ้นอันนี้เป็นไปได้ ดังนั้นมาเริ่มขั้นตอนการเพิ่มหรือลดงานเลยครับผม</p><ol><li>เขียนข้อมูลเวลาที่<span
style="color: #ff0000;">ต้องทำ</span>ลงไปในตารางเวลา จันทร์ &#8211; อาทิตย์ เช่น จันทร์ 9.00-11.00 เรียนเลข</li><li>พอจำกัดสิ่งที่ต้องทำลงไปแล้วให้เติมกิจวัตน์ประจำวันลงไป เช่น ทานข้าว , อาบน้ำแปรงฟัน หรืออื่นๆลงไป</li><li>พอเราำทำแบบนี้แล้วเราจะได้เวลาที่เหลืออยู่ คราวนี้เราก็มาใส่ข้อมูลเพิ่มไปได้ว่าเราอยากทำอะไร</li><li>ในกรณีที่เรามีกิจกรรมที่เราต้องทำอยู่ แต่ไม่ได้ strict ว่าจะต้องทำก็สามารถลดหรือปรับได้ตามต้องการ</li><li>ให้มีช่วงเวลาพักทุกๆ 30-60 นาที เป็นเวลา 5-10 นาที เพราะคนเราทำอะไรนานๆไม่ได้จริงๆต้องพักบ้าง</li><li>พอทำเสร็จแล้วเราก็จะได้ตารางเวลาใหม่ของเราแล้ว</li><li>ลองทำตามตารางเวลาใหม่เป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้วก็ปรับปรุงใหม่ให้เขากับตนเองมากที่สุด</li></ol><p>ผมเชื่อว่าคนที่อยากจะพัฒนาตัวเองแล้วลองทำตามที่ผมบอกจริงนั้น อย่างน้อยก็ได้พัฒนาในเรื่องการวางแผนเวลาไม่มากก็น้อย แต่จะเตือนไว้ว่า ถ้าบอกการวางแผนเป็นเรื่องยากแล้ว การทำตามแผนที่วางไว้เป็นสิ่งที่ยากกว่า เพราะบางครั้งเวลาที่ว่างของเรา อาจจะไม่ใช่เวลาว่างเสมอไป พ่อแม่พี่อาจจะพาไปเที่ยวหรือให้ไปหาญาติ หรือไปงานเลี้ยง หรือออกไปทานข้าวกับพ่อแม่ซึ่งบางทีเราวางแผนไม่ได้ตรงเปะซะทีเดียว ดังนั้นให้วางแผนเผื่อเรื่องพวกนี้ด้วย จะได้ชิลๆ วันนี้ผมต้องลาไปก่อนสวัสดีครับบ</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/dhamma-and-productivity/" rel="bookmark" title="September 23, 2008">ธรรมะกับความอุดมสมบูรณ์</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/dangerous-of-bit-torrent/" rel="bookmark" title="September 29, 2008">Bit Torrent มหันตภัยร้ายกับตัวเรา</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/blog-chill-style-only-for-me/" rel="bookmark" title="July 7, 2007">Blog ชิลๆ Style วันเสาร์อาทิตย์ : Make it for me</a></li></ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=521&type=feed" alt="productivity "  title="เพิ่มหรือลดงานดี ?" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/add-or-drop-works/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>3</slash:comments> </item> <item><title>โปรแกรมมิ่งที่ผมชอบ</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/my-favourite-programming-languages/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/my-favourite-programming-languages/#comments</comments> <pubDate>Sat, 25 Oct 2008 18:12:18 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category> <category><![CDATA[เรื่องราวชีวิต]]></category> <category><![CDATA[codeigniter]]></category> <category><![CDATA[jquery]]></category> <category><![CDATA[programming]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=488</guid> <description><![CDATA[เอาละครับ ก็ผ่านกันมาแล้วประมาณ 1 ปีกว่าตั้งแต่เริ่ม Blog นี้ แต่ละวัน แต่ละเดือนที่ผมทำ ผมมักจะพูดอะไรมากมายเกี่ยวกับ Programming (อย่างน้อยก็มีบ้างและ) คร่าวนี้ผมจะมาวิจารณ์ภาษาที่ผมชอบแล้วแนวทางในการเลือกของผมกัน โดยผมจะเล่าความเป็นมาก่อนว่าทำไมผมถึงเลือกแต่ละภาษา
โดยเลือกถึงความจำเป็นก่อนในการพัฒนาเว็บสมัยนี้ มักจะต้องประกอบด้วยหลายภาษามากมาย ไหนจะต้องเป็นมิตรกับมาตรฐานเว็บ และไหนจะต้องเพิ่มลูกเล่นให้กับเว็บไซค์ดังนั้น เราจะต้องเรียนรู้อะไรหลายอย่างถึงจะทำเว็บได้อย่างมีมาตรฐาน โดยผมได้เลือกเล่นแบบ HTML มากกว่าเล่น Flash ดังนั้นผมเลยต้องรู้ดังนี้เป็นอย่างน้อยHTML/XHTML
Javascript
CSS
ภาษาโปรแกรมมิ่งสักภาษาหนึ่งอันนี้คือสิ่งที่ผมต้องเรียน ดังนั้นจะสังเกตุว่าเรามีสิทธิ์เลือกจริงๆก็คือ ตัวภาษาโปรแกรมมิ่งสักภาษาหนึ่งนั้นเอง นอกเหนือจากนั้นก็คือพวก Framework ต่างๆที่ทำให้งานเราเสร็จเร็วขึ้นนั้นเอง โดยผมมีวิธีเลือกก็คือ &#8220;เขียนง่าย รู้สึกดี ใช้แล้วชอบ ผลงานออกมาเร็ว และก็บำรุงรักษาง่าย&#8221; ผมไม่แน่ใจว่าผมได้อิทธิพลมาจากการที่ผมเรียน Software Engineer มารึเปล่า เพราะผมเห็นเรื่องการบำรุงรักษาเป็นเรื่องใหญ่เลย แล้วก็รวมถึงการเขียนที่จะต้องส่งผลต่ออารมณ์ผู้เขียนที่ทำให้อยากเขียนไปเรื่อยๆ เพราะผมไม่ใช่ Programmer เต็มตัว แต่เป็น Software Engineer ผมเลยติดว่าทำยังไงให้ ทำผลงานได้สำเร็จอย่างรวดเร็วและได้ผลลัพธ์ที่มีมาตรฐาน และอีกนัยหนึ่งก็คือผมต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และทำให้ผมทำงานได้อย่างมีความสุข
เอาละครับมาถึงตรงนี้ขอพูดถึงภาษาและเฟร์มเวิร์คที่ผมชอบ ณ ปัจจุบันนี้กันเลยนะครับเอาละjQuery เป็น javascript framework ที่ผมต้องพูดถึงทุกครั้ง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>เอาละครับ ก็ผ่านกันมาแล้วประมาณ 1 ปีกว่าตั้งแต่เริ่ม Blog นี้ แต่ละวัน แต่ละเดือนที่ผมทำ ผมมักจะพูดอะไรมากมายเกี่ยวกับ Programming (อย่างน้อยก็มีบ้างและ) คร่าวนี้ผมจะมาวิจารณ์ภาษาที่ผมชอบแล้วแนวทางในการเลือกของผมกัน โดยผมจะเล่าความเป็นมาก่อนว่าทำไมผมถึงเลือกแต่ละภาษา</p><p>โดยเลือกถึงความจำเป็นก่อนในการพัฒนาเว็บสมัยนี้ มักจะต้องประกอบด้วยหลายภาษามากมาย ไหนจะต้องเป็นมิตรกับมาตรฐานเว็บ และไหนจะต้องเพิ่มลูกเล่นให้กับเว็บไซค์ดังนั้น เราจะต้องเรียนรู้อะไรหลายอย่างถึงจะทำเว็บได้อย่างมีมาตรฐาน โดยผมได้เลือกเล่นแบบ HTML มากกว่าเล่น Flash ดังนั้นผมเลยต้องรู้ดังนี้เป็นอย่างน้อย</p><ul><li>HTML/XHTML</li><li>Javascript</li><li>CSS</li><li>ภาษาโปรแกรมมิ่งสักภาษาหนึ่ง</li></ul><p>อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องเรียน ดังนั้นจะสังเกตุว่าเรามีสิทธิ์เลือกจริงๆก็คือ ตัวภาษาโปรแกรมมิ่งสักภาษาหนึ่งนั้นเอง นอกเหนือจากนั้นก็คือพวก Framework ต่างๆที่ทำให้งานเราเสร็จเร็วขึ้นนั้นเอง โดยผมมีวิธีเลือกก็คือ <strong>&#8220;เขียนง่าย รู้สึกดี ใช้แล้วชอบ ผลงานออกมาเร็ว และก็บำรุงรักษาง่าย&#8221;</strong> ผมไม่แน่ใจว่าผมได้อิทธิพลมาจากการที่ผมเรียน Software Engineer มารึเปล่า เพราะผมเห็นเรื่องการบำรุงรักษาเป็นเรื่องใหญ่เลย แล้วก็รวมถึงการเขียนที่จะต้องส่งผลต่ออารมณ์ผู้เขียนที่ทำให้อยากเขียนไปเรื่อยๆ เพราะผมไม่ใช่ Programmer เต็มตัว แต่เป็น Software Engineer ผมเลยติดว่าทำยังไงให้ ทำผลงานได้สำเร็จอย่างรวดเร็วและได้ผลลัพธ์ที่มีมาตรฐาน และอีกนัยหนึ่งก็คือผมต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และทำให้ผมทำงานได้อย่างมีความสุข</p><p>เอาละครับมาถึงตรงนี้ขอพูดถึงภาษาและเฟร์มเวิร์คที่ผมชอบ ณ ปัจจุบันนี้กันเลยนะครับเอาละ</p><ul><li><strong>jQuery </strong>เป็น javascript framework ที่ผมต้องพูดถึงทุกครั้ง และไม่ว่ายังไงเจ้าตัวนี้และทำให้ผมสนุกในการเขียน javascript อย่างว่าครับ มันอาจจะไม่ใช่ tools ที่สมบูรณ์นักแต่ว่า มันเป็นตัวที่เขียนง่าย รู้สึกดีัใช้แล้วชอบ ได้ผลงานเร็ว ตามที่ผมชอบ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของความสมบูรณ์ของการนำ UI Component ยังใช้ยากอยู่นิดหน่อยแต่พอรับได้ และไม่อืด</li><li><strong>PHP </strong>เป็นภาษาสำหรับทำงานที่จริงจัง ที่ต้องการความเร็ว ความถูกต้อง ความเป็นมาตรฐาน โดยผมมีความเคยชินกับมันพอสมควรทำให้ ผมเขียนมันได้ดีกว่า ภาษาที่ชอบอื่นๆ แต่ข้อเสียคือการเขียนมันยังไม่สวยงาม อย่างที่ผมอยากได้</li><li><strong>Codeigniter</strong> เป็น Framework ที่ดีตัวหนึ่งและนิยมในต่างประเทศแต่ในไทยเขายังนิยม CakePHP กันมากกว่า เหตุผลที่ผมชอบเจ้า CI เนี้ยคือความง่าย และต่อเติมได้ง่าย แล้วเตรียมสิ่งจำเป็นพื้นฐานมาให้พร้อมแล้ว Code เขียนง่ายเพราะยังใช้แบบเดิมๆไถไปได้ง่าย เกิดเว็บได้เร็ว แต่เสียดายที่ยังขาด Object Relational Mapping ซึ่งถ้ามีเจ้าตัวนี้ผมว่า CI เป็น Framework ที่ดีที่สุดสำหรับผมเลยก็ว่าได้</li><li><strong>CSS </strong>เป็นสิ่งที่ผมไม่ได้คิดจะอยากเป็นหรอกครับ แต่มันจำเป็นในการทำเว็บซึ่งพอเขียนไปเรื่อยๆ ก็จะรู้ว่ามันไม่ได้ยากมาก แถมรู้สึกสนุกอีกตะหากเมื่อใช้กับ jQuery CSS เนี้ยเอาไว้จัดหน้าตาต่างๆในเว็บและมันเป็นมาตรฐาน ซึ่งเมื่อทำเป็นแล้ว คุณจะรักมันครับ เพราะมันทำให้ Code XHTML/HTML ของคุณสวยงามมาก</li><li><strong>Ruby </strong>เป็นภาษารัก ภาษาใหม่ซึ่งผมชอบที่ความสวยงามของภาษา และการเขียนที่สนับสนุนการทำ DRY (Don&#8217;t Repeat Yourself) ข้อดีมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่ทำให้ code เราอ่านเหมือนภาษาอังกฤษ ทำให้เรื่องการบำรุงรักษาง่ายขึ้นมากแถมยังเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน (productivity) เพราะมันเขียนน้อยได้เยอะเนี้ยและ</li><li><strong>Ruby on Rails</strong> เป็น Framework ทำเว็บสำหรับ Ruby ซึ่งข้อดีมันจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเราเป็นแล้วนั้นเอง Rails เป็น Framework ที่เยี่ยมยอดมากครับ ถ้าเราเข้าในใน Concept แล้วก็วิธีการใช้งานแล้ว คุณจะรักมันครับ แต่ข้อเสียก็เยอะอยู่ Learning Curve ช่วงแรกถือว่ายาก พอสมควรเลยครับ แถมการนำขึ้น server (deploy) ก็ยังยากกว่า PHP</li></ul><p>โดยจริงๆแล้วผมก็เคยจับ Python มาแปปนึง (แปปจริงๆไม่เกิน 2 อาทิตย์) ซึ่งพอเจอ Ruby ต้องขอบอกทันทีว่าผมถูกจริตกับการเขียนด้วย Ruby มากกว่า แล้วตอนนี้ผมก็แน่ใจว่า I say no to Python and say yes to Ruby อนาคตก็ยังไม่แน่นอนว่าจะเรียนภาษาอะไรเพิ่ม แต่ผมว่าในช่วง 1 ปีผมคงยังไม่เปลี่ยนแน่ๆ แต่ผมก็ต้องขอบอกว่าภาษาที่ทำให้ผมเขียนได้ดีและเก่งขึ้นมากๆ ก็คงหนีไม่พ้นภาษา Java ซึ่งเป็นภาษาครูเลยก็ว่าได้ ถ้าไม่มี Java มาก่อนผมว่าการเขียน code ของผมก็ไม่พัฒนาได้เร็วขนาดนี้</p><p>และขอฝากถึงทุกๆคนที่พึงเริ่มหรือกำลังหาสิ่งที่ชอบ ว่าศึกษาไปเรื่อยๆจนกว่าจะสิ่งที่เรียกว่าใช้นะครับ แต่ในการทำงานจริงๆแล้ว เขาจะใช้ภาษาที่เ้หมาะสมกับงาน แต่สำหรับผมแล้ว มันไม่สำคัญเลย เพราะผมอยากทำในสิ่งที่ผมชอบและใจรักมากกว่า และผมจะทำมันให้ดีที่สุด</p><blockquote><p>งานที่ล้ำเลิศเกิดจากความรักในการทำงานนั้น</p></blockquote><p>ปล. อยากให้ทุกๆคนที่อ่านมา share กันนะครับ</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://dominixz.com/about-me/" rel="bookmark" title="June 9, 2007">ประวัติ</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/ruby-problem-for-java-programmer/" rel="bookmark" title="August 5, 2008">ปัญหาของ Ruby ! สำหรับชาว Java</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/tech-news/top-50-computer-languages-for-july-2008/" rel="bookmark" title="July 14, 2008">50 อันดับภาษาคอมพิวเตอร์ยอดฮิตประจำเดือนกรกฎาคม</a></li></ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=488&type=feed" alt="productivity "  title="โปรแกรมมิ่งที่ผมชอบ <ณ ปัจจุบัน>" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/my-favourite-programming-languages/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>อย่ารับผิดชอบมากเกินไปและสอนให้ทุกอย่างรับผิดชอบตัวมันเอง</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/don-t-take-any-responsibility-and-teach-anything-to-responsibility-itself/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/don-t-take-any-responsibility-and-teach-anything-to-responsibility-itself/#comments</comments> <pubDate>Fri, 03 Oct 2008 15:16:32 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=481</guid> <description><![CDATA[สิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถโฟกัส อะไรได้นานนั้นคือ ความรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา และตัวเอง สำหรับหนุ่มสาว วัยรุ่นเช่นผมความรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆมันก็ยังน้อยอยู่ ถ้าเทียบกับผู้ใหญ่ที่มีครอบครัวแล้ว หรือคนที่มีฐานะลำบาก ต้องทำงานไปเรียนไป ความรับผิดชอบก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นหลายเท่า เมื่อความรับผิดชอบเยอะคุณก็ต้องแบ่งเฉลี่ยความสนใจไปในแต่ละเวลาต่างๆกันไป
แล้วถ้าคุณไม่สามารถบริหารเวลาได้ดี คุณก็จะตกอยู่ในความกดดันเพราะสำหรับคนที่ฐานะลำบาก ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน ถ้าไม่มีเงินก็ไม่มีกิน ถ้าไม่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ก็จะไม่มีความสุข ปัจจัยรอบตัวรุมล้อมเข้ามา ดังนั้นวันนี้ผมเลยคิดแนวคิดในอุดมคติขึ้นมาครับ แนวคิดนี้ผมคิดขึ้นมาเอง และไม่รู้ว่ามันจะเป็นจริงได้ไหม แต่ผมก็เห็นความเป็นจริงลางๆได้แล้วจากคอมพิวเตอร์ แต่มันไม่ครบทุกอย่าง
Computer ถ้าเราสามารถควบคุมมันได้ ความรับผิดชอบต่อหลายสิ่งหลายอย่างของเราก็จะลดน้อยลงไปได้มาก ยิ่งธุรกิจของเราเป็นธุรกิจที่ดำเนินได้ด้วย Computer ยิ่งทำให้ความรับผิดชอบเราน้อยลงเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ Computer รับผิดชอบให้เราไม่ได้ตลอดก็คือความรักที่ให้ต่อคนรอบข้าง ต่อครอบครัว ต่อเพื่อนฝูง ต่อคนรัก ต่อคนรู้จัก Com มันทำแทนไม่ได้ Com มันจีบผู้หญิงแทนเราไม่ได้ มันไปเที่ยวแทนเราไม่ได้ และมันพาครอบครัวเราไปเที่ยวไม่ได้
คอมพิวเตอร์มีข้อมูลให้เราได้ แต่มันเรียนแล้วให้เราได้ความรู้ไม่ได้
คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำให้เราอิ่มได้
คอมพิวเตอร์ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย
คอมพิวเตอร์ช่วยให้การรักษาดีขึ้นได้ แต่ช่วยให้เราแข็งแรงไม่ได้หลายๆอย่างคุณต้องทำเองถึงจะได้มา อยากได้ความรักก็ต้องให้ความเอาใจใส่ อยากได้ึความรู้ก็ต้องหาใส่หัวเอง อยากอิ่มก็ต้องกินข้าว อยากนอน อยากนั่งโซฟาก็ต้องไปหาไปเลือกซื้อเอง คอมพิวเตอร์เลือกซื้อแทนไม่ได้ (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) จะเห็นว่าเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องรับผิดชอบเอง แม้แต่เครื่องมือระดับเทพอย่างคอมพิวเตอร์ก็ทำแทนไม่ได้ แต่เรามีพลังมนุษย์อยู่เราสามารถทำให้มนุษย์ท่านอื่นมารับผิดชอบแทนเราได้ แต่เราต้องสอนเขาถึงจะรับผิดชอบได้อย่างถูกต้อง
ที่บอกให้สอนทุกอย่างให้รับผิดชอบตัวมันเองได้เนี้ย เพราะถ้ายังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้ จะมารับผิดชอบคนอื่นมันก็คงเป็นเรื่องยาก [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถโฟกัส อะไรได้นานนั้นคือ ความรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา และตัวเอง สำหรับหนุ่มสาว วัยรุ่นเช่นผมความรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆมันก็ยังน้อยอยู่ ถ้าเทียบกับผู้ใหญ่ที่มีครอบครัวแล้ว หรือคนที่มีฐานะลำบาก ต้องทำงานไปเรียนไป ความรับผิดชอบก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นหลายเท่า เมื่อความรับผิดชอบเยอะคุณก็ต้องแบ่งเฉลี่ยความสนใจไปในแต่ละเวลาต่างๆกันไป</p><p>แล้วถ้าคุณไม่สามารถบริหารเวลาได้ดี คุณก็จะตกอยู่ในความกดดันเพราะสำหรับคนที่ฐานะลำบาก ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน ถ้าไม่มีเงินก็ไม่มีกิน ถ้าไม่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ก็จะไม่มีความสุข ปัจจัยรอบตัวรุมล้อมเข้ามา ดังนั้นวันนี้ผมเลยคิดแนวคิดในอุดมคติขึ้นมาครับ แนวคิดนี้ผมคิดขึ้นมาเอง และไม่รู้ว่ามันจะเป็นจริงได้ไหม แต่ผมก็เห็นความเป็นจริงลางๆได้แล้วจากคอมพิวเตอร์ แต่มันไม่ครบทุกอย่าง</p><p>Computer ถ้าเราสามารถควบคุมมันได้ ความรับผิดชอบต่อหลายสิ่งหลายอย่างของเราก็จะลดน้อยลงไปได้มาก ยิ่งธุรกิจของเราเป็นธุรกิจที่ดำเนินได้ด้วย Computer ยิ่งทำให้ความรับผิดชอบเราน้อยลงเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ Computer รับผิดชอบให้เราไม่ได้ตลอดก็คือ</p><ol><li>ความรักที่ให้ต่อคนรอบข้าง ต่อครอบครัว ต่อเพื่อนฝูง ต่อคนรัก ต่อคนรู้จัก Com มันทำแทนไม่ได้ Com มันจีบผู้หญิงแทนเราไม่ได้ มันไปเที่ยวแทนเราไม่ได้ และมันพาครอบครัวเราไปเที่ยวไม่ได้</li><li>คอมพิวเตอร์มีข้อมูลให้เราได้ แต่มันเรียนแล้วให้เราได้ความรู้ไม่ได้</li><li>คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำให้เราอิ่มได้</li><li>คอมพิวเตอร์ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย</li><li>คอมพิวเตอร์ช่วยให้การรักษาดีขึ้นได้ แต่ช่วยให้เราแข็งแรงไม่ได้</li></ol><p>หลายๆอย่างคุณต้องทำเองถึงจะได้มา อยากได้ความรักก็ต้องให้ความเอาใจใส่ อยากได้ึความรู้ก็ต้องหาใส่หัวเอง อยากอิ่มก็ต้องกินข้าว อยากนอน อยากนั่งโซฟาก็ต้องไปหาไปเลือกซื้อเอง คอมพิวเตอร์เลือกซื้อแทนไม่ได้ (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) จะเห็นว่าเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องรับผิดชอบเอง แม้แต่เครื่องมือระดับเทพอย่างคอมพิวเตอร์ก็ทำแทนไม่ได้ แต่เรามีพลังมนุษย์อยู่เราสามารถทำให้มนุษย์ท่านอื่นมารับผิดชอบแทนเราได้ แต่เราต้องสอนเขาถึงจะรับผิดชอบได้อย่างถูกต้อง</p><p>ที่บอกให้สอนทุกอย่างให้รับผิดชอบตัวมันเองได้เนี้ย เพราะถ้ายังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้ จะมารับผิดชอบคนอื่นมันก็คงเป็นเรื่องยาก แล้วสุดท้ายจะทำให้งานที่เรามอบหมายให้เขารับผิดชอบต้องเสียไปอีก ดังนั้นถ้าไม่อยากรับผิดชอบมากเกินไป ก็ต้องสอนให้คนอื่นๆให้มีความรับผิดชอบต่อตนเอง มันเป็นเรื่องยากนะที่จะสอนคนอื่นๆให้รับผิดชอบต่อตัวเขาเอง</p><p>บางทีเราเองก็ต้องรับผิดชอบต่อคนรอบข้าง จนหมดความเป็นส่วนตัวของคุณ คุณก็ต้องทำความสมดุลระหว่างตัวคุณและคนรอบข้าง แต่อย่า(หาเรื่อง)รับผิดชอบมากเกินไป เพราะมันทำให้คุณต้องหมดความเป็นตัวคุณ (แต่เสริมความแกร่ง ให้คุณเก่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น) ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าคุณอยากจะโฟกัสกับงานๆใดให้มาก จะต้องลดความรับผิดชอบต่อสิ่งอื่นให้ลดลง</p><p>ปล. ผมจะเริ่มตัดความรับผิดชอบแล้วครับ เพราะตอนนี้ถึงเวลาเพิ่มความรู้อีกแล้วครับ ดังนั้นก็ลาด้วย เอนทรี่นี้กับบล็อคแห่งนี้เป็นเวลา 1 เดือนเต็มครับแล้วจะกลับมารับผิดชอบใหม่ครับผม (แต่ Podcast ยังเหมือนเดิมครับลองฟังได้ <a
href="http://www.dominixz.com/">ที่นี้</a>)</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/life-talk/when-host-come-but-it-is-not-on-time/" rel="bookmark" title="August 12, 2007">กว่า Host ผมจะกลับมา&#8230; แถมเจอขโมยซีน</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/when-a-right-time-to-buy-a-computer/" rel="bookmark" title="October 9, 2007">ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องเปลี่ยน Computer ?</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/10-ways-to-useful-your-time/" rel="bookmark" title="June 12, 2007">10 วิธีที่จะทำให้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการทำงานและมีความสุข</a></li></ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=481&type=feed" alt="productivity "  title="อย่ารับผิดชอบมากเกินไปและสอนให้ทุกอย่างรับผิดชอบตัวมันเอง" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/don-t-take-any-responsibility-and-teach-anything-to-responsibility-itself/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>Bit Torrent มหันตภัยร้ายกับตัวเรา</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/dangerous-of-bit-torrent/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/dangerous-of-bit-torrent/#comments</comments> <pubDate>Mon, 29 Sep 2008 14:24:59 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=474</guid> <description><![CDATA[Bit Torrent ทุกวันนี้คงรู้จักกันแทบทุกคนแล้วละครับ เรื่องที่ผ่านๆมาของ bit torrent มีทั้งแง่ดีแง่ร้ายครับ แต่วันนี้ผมจะมาพูดว่าทำไมมันถึงเป็นมหันตภัยร้ายกับตัวเรา อย่างมากครับ ที่ประสบกับตัวผมอย่างโดยตรงเลยนะครับ นอกเหนือเรื่องผิดกฎหมาย แล้วก็มีเรื่องดังนี้ตามมาครับความอยากที่มากขึ้น กิเลส มากขึ้น
ไม่เคารพต่อลิขสิทธิ์ (ละเมิดลิขสิทธิ์)
คิดว่าของทุกอย่างบนโลกเป็นของฟรี
บริโภคทรัพยากร (traffic) อย่างสิ้นเปลื้อง
โหลดแบบไม่คิดเยอะ โหลดมาไม่ได้อ่านก็เยอะ
เสียเวลาหาของโหลดทุกวัน (productivity น้อยลง)
เปลื้องค่าไฟโหลดมาแล้วดูครั้งเดียวก็เยอะ
เพิ่มโลกร้อน อีกตะหาก (เพิ่มก๊าซคาบอน)
ใครโหลดมาอัดใส่ DVD ยิ่งเปลื้องเงินมากมาย (เช่นผม)เสียทั้งเิงินและเวลา เสียทั้ง productivity ถึงแม้จะมีข้อเสียมากมายแต่มันก็มีข้อดี (อย่างน้อยมันก็เป็นการสร้างมาจากสุดยอดทฤษฎีเลยเีชียวน่า) ข้อเสียสำหรับผมยังมีอีกเยอะแยะ เพราะเมื่อเรารู้จัก bit torrent เพื่อนๆเราก็จะฝากโหลดนู้นนี้นั้นโน้น ยิ่งถ้า net เราแรงๆนะยิ่งโดนใช้จนน่าดู สุดท้ายแล้วเราจะเสียเวลา เสียเงิน เสีย productivity อย่างแท้จริง ให้ใช้หลักการเดียวครับ
โหลดอย่างพอเพียง โหลดแล้วดู โหลดแล้วใช้ให้คุ้มค่า
Similar Posts:Traffic Shaper XP ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากใช้ CFosSpeedBlog ชิลๆ Style วันเสาร์อาทิตย์ : Make [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>Bit Torrent ทุกวันนี้คงรู้จักกันแทบทุกคนแล้วละครับ เรื่องที่ผ่านๆมาของ bit torrent มีทั้งแง่ดีแง่ร้ายครับ แต่วันนี้ผมจะมาพูดว่าทำไมมันถึงเป็นมหันตภัยร้ายกับตัวเรา อย่างมากครับ ที่ประสบกับตัวผมอย่างโดยตรงเลยนะครับ นอกเหนือเรื่องผิดกฎหมาย แล้วก็มีเรื่องดังนี้ตามมาครับ</p><ol><li>ความอยากที่มากขึ้น กิเลส มากขึ้น</li><li>ไม่เคารพต่อลิขสิทธิ์ (ละเมิดลิขสิทธิ์)</li><li>คิดว่าของทุกอย่างบนโลกเป็นของฟรี</li><li>บริโภคทรัพยากร (traffic) อย่างสิ้นเปลื้อง</li><li>โหลดแบบไม่คิดเยอะ โหลดมาไม่ได้อ่านก็เยอะ</li><li>เสียเวลาหาของโหลดทุกวัน (productivity น้อยลง)</li><li>เปลื้องค่าไฟโหลดมาแล้วดูครั้งเดียวก็เยอะ</li><li>เพิ่มโลกร้อน อีกตะหาก (เพิ่มก๊าซคาบอน)</li><li>ใครโหลดมาอัดใส่ DVD ยิ่งเปลื้องเงินมากมาย (เช่นผม)</li></ol><p>เสียทั้งเิงินและเวลา เสียทั้ง productivity ถึงแม้จะมีข้อเสียมากมายแต่มันก็มีข้อดี (อย่างน้อยมันก็เป็นการสร้างมาจากสุดยอดทฤษฎีเลยเีชียวน่า) ข้อเสียสำหรับผมยังมีอีกเยอะแยะ เพราะเมื่อเรารู้จัก bit torrent เพื่อนๆเราก็จะฝากโหลดนู้นนี้นั้นโน้น ยิ่งถ้า net เราแรงๆนะยิ่งโดนใช้จนน่าดู สุดท้ายแล้วเราจะเสียเวลา เสียเงิน เสีย productivity อย่างแท้จริง ให้ใช้หลักการเดียวครับ</p><blockquote><p>โหลดอย่างพอเพียง โหลดแล้วดู โหลดแล้วใช้ให้คุ้มค่า</p></blockquote> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/software/alternate-choice-cfosspeed-traffic-shaper-xp/" rel="bookmark" title="December 18, 2008">Traffic Shaper XP ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากใช้ CFosSpeed</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/blog-chill-style-only-for-me/" rel="bookmark" title="July 7, 2007">Blog ชิลๆ Style วันเสาร์อาทิตย์ : Make it for me</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/dhamma-and-productivity/" rel="bookmark" title="September 23, 2008">ธรรมะกับความอุดมสมบูรณ์</a></li></ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=474&type=feed" alt="productivity "  title="Bit Torrent มหันตภัยร้ายกับตัวเรา" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/dangerous-of-bit-torrent/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ธรรมะกับความอุดมสมบูรณ์</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/dhamma-and-productivity/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/dhamma-and-productivity/#comments</comments> <pubDate>Tue, 23 Sep 2008 16:26:30 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category> <category><![CDATA[ความอุดมสมบูรณ์]]></category> <category><![CDATA[ธรรมะ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=467</guid> <description><![CDATA[หลังจากที่ผมอาจ &#8220;เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน&#8221; ผมก็ประทับใจกับธรรมะ มากขึ้น (ใครยังไม่ได้อ่าน ก็เนี้ยและหนังสือธรรมะจากความจริง) เขาได้ให้แง่คิดและเหตุผลที่อ่านแล้วรู้สึกได้ ผมพูดตรงๆว่าเมื่อก่อนค่อนข้างยังสงสัยว่าธรรมะ ทำแล้วได้อะไีร? ยิ่งได้ยินจากคนอื่นๆก็ยิ่งทำให้คิด ขนาดว่าไปบวชมาแล้วก็ยังไม่เจอเหตุผลว่าทำไมต้องนั่งสมาธิเลย แต่พอมาได้อ่านเล่มนี้บวกกับอายุ 21 ปีเต็ม ก็ได้ข้อคิดหลายๆอย่าง แล้วที่วันนี้มาพูดกับ ความอุดมสมบูรณ์ หรือในภาษาอังกฤษก็คือ Productivity !! (อาจจะแปลว่าการเพิ่มผลผลิต แต่ผมตั้งใจแปลว่า ความอุดมสมบูรณ์)
ผมเคยคิดว่าที่เราพยายาม ทำให้ตัวเองมี Productivity ที่สูงขึ้นแต่ทำไมเราถึงรู้สึกขัดแย้ง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ Productivity ไม่จริงนั้นเอง ผมยังคงเชื่อ (เน้นว่าเชื่อ) ว่าการสร้างผลผลิตที่ดีไม่ได้มาจากการบริหารเวลาให้ดีที่สุด หรือว่าการทำ Task ให้เยอะที่สุด แต่จริงๆแล้วมันคือการทำงานออกมาให้สมบูรณ์ที่สุด ในช่วงเวลาที่เหมาะสมดังนั้นธรรมะสามารถมาเสริมข้อนี้ได้อย่างเห็นได้ชัดการทำให้จิตใจสงบและไม่อคติ
การที่เราชอบงาน รักงาน และอยากทำงาน
การที่เรามีความอดทนต่อกิเลส
การที่เราพิจารณาอารมณ์ ทำให้เรามีสติ
มีสติสัปชัญญะ และปัญญา
ฯลฯแต่ละอย่างล้วนมีผลกับการทำงานทั้งนั้น ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ตามหลักวิชาการที่ท่านทั้งหลายเรียนมา แต่เมื่อใช้คู่กับธรรมะัแล้ว จะได้ผลมากขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าเราทำงาน Happy กับงาน ทำอย่างตั้งใจเราจะมี Productivity แบบไม่รู้ตัวนั้นเอง แต่แล้วก็ไม่ใช่หลักธรรมะ ธรรมะต้องมีสติ ดังนั้นถ้าวางแผนกับงานที่ชอบ ที่ตั้งใจ แล้วละก็ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่ผมอาจ <strong>&#8220;เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน&#8221;</strong> ผมก็ประทับใจกับธรรมะ มากขึ้น (ใครยังไม่ได้อ่าน ก็เนี้ยและหนังสือธรรมะจากความจริง) เขาได้ให้แง่คิดและเหตุผลที่อ่านแล้วรู้สึกได้ ผมพูดตรงๆว่าเมื่อก่อนค่อนข้างยังสงสัยว่าธรรมะ ทำแล้วได้อะไีร? ยิ่งได้ยินจากคนอื่นๆก็ยิ่งทำให้คิด ขนาดว่าไปบวชมาแล้วก็ยังไม่เจอเหตุผลว่าทำไมต้องนั่งสมาธิเลย แต่พอมาได้อ่านเล่มนี้บวกกับอายุ 21 ปีเต็ม ก็ได้ข้อคิดหลายๆอย่าง แล้วที่วันนี้มาพูดกับ ความอุดมสมบูรณ์ หรือในภาษาอังกฤษก็คือ Productivity !! (อาจจะแปลว่าการเพิ่มผลผลิต แต่ผมตั้งใจแปลว่า ความอุดมสมบูรณ์)</p><p>ผมเคยคิดว่าที่เราพยายาม ทำให้ตัวเองมี Productivity ที่สูงขึ้นแต่ทำไมเราถึงรู้สึกขัดแย้ง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ Productivity ไม่จริงนั้นเอง ผมยังคงเชื่อ (เน้นว่าเชื่อ) ว่าการสร้างผลผลิตที่ดีไม่ได้มาจากการบริหารเวลาให้ดีที่สุด หรือว่าการทำ Task ให้เยอะที่สุด แต่จริงๆแล้วมันคือการทำงานออกมาให้สมบูรณ์ที่สุด ในช่วงเวลาที่เหมาะสมดังนั้นธรรมะสามารถมาเสริมข้อนี้ได้อย่างเห็นได้ชัด</p><ul><li>การทำให้จิตใจสงบและไม่อคติ</li><li>การที่เราชอบงาน รักงาน และอยากทำงาน</li><li>การที่เรามีความอดทนต่อกิเลส</li><li>การที่เราพิจารณาอารมณ์ ทำให้เรามีสติ</li><li>มีสติสัปชัญญะ และปัญญา</li><li>ฯลฯ</li></ul><p>แต่ละอย่างล้วนมีผลกับการทำงานทั้งนั้น ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ตามหลักวิชาการที่ท่านทั้งหลายเรียนมา แต่เมื่อใช้คู่กับธรรมะัแล้ว จะได้ผลมากขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าเราทำงาน Happy กับงาน ทำอย่างตั้งใจเราจะมี Productivity แบบไม่รู้ตัวนั้นเอง แต่แล้วก็ไม่ใช่หลักธรรมะ ธรรมะต้องมีสติ ดังนั้นถ้าวางแผนกับงานที่ชอบ ที่ตั้งใจ แล้วละก็ Productivity จะเพิ่มขึ้นสูง อย่างไม่น่าเชื่อ แต่สังเกตุว่าการทำแบบนี้ก็ต้องใช้ปัญญาช่วยด้วยถึงจะได้ผลดี ดังนั้นเรามารู้จักหลักการ <a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/gtd-in-action/">Get Things Done ง่ายๆกันก่อน</a> เสร็จแล้วพอเมื่อนำมาปฎิบัติพร้อมๆกับใช้ธรรมะ จะส่งผลดีต่อคุณทั้งด้านอารมณ์และการงาน</p><ul><li>ปัญหาที่เกิด จะผ่านไปได้ด้วยดี</li><li>จิตใจแจ่มใส ไม่หม่นหมอง</li><li>งานเสร็จตามกำหนด</li><li>ความสุขในการทำงานเกิด</li><li>ความรู้เพิ่มพูนมากขึ้น</li><li>ทำให้คนรอบตัวจิตใจแจ่มใส</li></ul><p>นี้เป็นเรื่องส่วนหนึ่งเท่านั้น จริงๆแล้วไม่ได้อยากให้เชื่อแต่อยากให้ลอง ว่าจริงๆแล้วธรรมะ นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ แต่ก่อนนำมาใช้ควรจะหาคำตอบที่เราไม่เข้าใจเกี่ยวกับธรรมะซะก่อน ไม่งั้นเรายังจะมีอคติในการนำธรรมะมาปฎิบัติ เราควรลองอ่านหนังสือเกี่ยวกับธรรมะดู หรือไม่ก็ถามจากพระที่ท่านเข้าใจธรรมะ เมื่อเราเลิกอคติกับธรรมะ สุดท้ายแล้วสิ่งดีๆทั้งด้านกายและใจก็จะตามมา</p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/taskbar-shuffle-for-productivity/" rel="bookmark" title="May 1, 2008">TaskBar Shuffle ย้ายตำแหน่ง Task เพื่อความสะดวก</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/ui-nui-uni-nuni-formula-for-productivity-life/" rel="bookmark" title="May 29, 2009">จัดการชีวิตง่ายๆด้วยสูตร UI/NUI/UNI/NUNI</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/money/save-your-money/" rel="bookmark" title="April 11, 2008">มีความสุข &#038; เงินมากขึ้นด้วยวิธีเลือกซื้อ !</a></li></ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=467&type=feed" alt="productivity "  title="ธรรมะกับความอุดมสมบูรณ์" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/dhamma-and-productivity/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เงิน เวลาและความสุขมันเคยมาพร้อมกันไหม?</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/time-money-happiness-is-it-come-together/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/time-money-happiness-is-it-come-together/#comments</comments> <pubDate>Thu, 18 Sep 2008 04:16:37 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[พักผ่อน]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=455</guid> <description><![CDATA[หลังจากไม่ได้เขียนเรื่องสไตล์นี้มานาน วันนี้ก็ขอพูดประเด็นง่ายๆที่ผมอยากจะพูดให้ฟังบ้าง ถึงจะอายุ 21 แต่ผมก็ช่างสังเกตนะ   ผมสังเกตได้ว่าในช่วงเวลาที่มีเงิน มักจะไม่มีเวลาใช้เงิน หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือผมมีเงินเพราะไม่มีเวลาใช้นั้นเอง ถามว่ามันจริงรึเปล่า ? ผมเองก็คงตอบไม่ได้แต่คิดว่ามันคล้ายๆจะเป็นอย่างงั้นเราทำงานได้เงิน แต่ช่วงที่ทำงานเพื่อแลกเงินก็ไม่มีเวลาเอาเงินไปใช้
เมื่อมีเวลา เรามักจะหาความสุขใส่ตัว แล้วเงินมักจะหายไป
เมื่อเรามีความสุขเวลาช่างผ่านไปเร็ว
เวลาว่างบางทีก็ไม่ได้มีความสุขหรอกนะแต่ถ้าใครอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ผมว่าปกติและ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ ไม่มีเงิน ไม่มีเวลา และ ไม่มีความสุข เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่เขายากจนสุดฤทธิ์หรอกครับ แต่เป็นเพราะ &#8220;ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี&#8221; คนจนก็มีความสุขกับเพื่อนๆและครอบครัวได้ ถึงจะไม่มีเงินใช้ แต่แค่ได้คุยกับเพื่อนๆ ก็มีความสุขได้ แต่แล้วคำถามคือแล้วมีแบบที่ มีทั้งเงิน เวลาและความสุขไหม ผมก็ต้องขอตอบว่ามี !! แต่น้อยคนนักที่จะมีส่วนใหญ่คนที่มี ทั้งเงิน เวลาและความสุข มักจะเป็นคนที่สำเร็จ จากหน้าที่การงานแล้วอยู่ในช่วงสูงอายุ ที่อยู่กับคนที่เรารักจริงๆ เหมือนในนิยายเลยว่าไหม ?
ดังนั้นผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆได้ และทำได้บ่อยๆก็คือใน 3 อย่างนี้ให้เลือกเพียง 2 อย่างแล้วทำให้มันดีที่สุด !! แน่นอนผมว่า ความสุขคงเป็น 1 ใน choice ที่ทุกคนอยากได้ และสิ่งที่มักจะไม่คู่กันเสมอก็คือ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากไม่ได้เขียนเรื่องสไตล์นี้มานาน วันนี้ก็ขอพูดประเด็นง่ายๆที่ผมอยากจะพูดให้ฟังบ้าง ถึงจะอายุ 21 แต่ผมก็ช่างสังเกตนะ <img
src='http://www.dominixz.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' title="เงิน เวลาและความสุขมันเคยมาพร้อมกันไหม?" /> ผมสังเกตได้ว่าในช่วงเวลาที่มีเงิน มักจะไม่มีเวลาใช้เงิน หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือผมมีเงินเพราะไม่มีเวลาใช้นั้นเอง ถามว่ามันจริงรึเปล่า ? ผมเองก็คงตอบไม่ได้แต่คิดว่ามันคล้ายๆจะเป็นอย่างงั้น</p><ul><li>เราทำงานได้เงิน แต่ช่วงที่ทำงานเพื่อแลกเงินก็ไม่มีเวลาเอาเงินไปใช้</li><li>เมื่อมีเวลา เรามักจะหาความสุขใส่ตัว แล้วเงินมักจะหายไป</li><li>เมื่อเรามีความสุขเวลาช่างผ่านไปเร็ว</li><li>เวลาว่างบางทีก็ไม่ได้มีความสุขหรอกนะ</li></ul><p>แต่ถ้าใครอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ผมว่าปกติและ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ ไม่มีเงิน ไม่มีเวลา และ ไม่มีความสุข เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่เขายากจนสุดฤทธิ์หรอกครับ แต่เป็นเพราะ <strong>&#8220;ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี&#8221;</strong> คนจนก็มีความสุขกับเพื่อนๆและครอบครัวได้ ถึงจะไม่มีเงินใช้ แต่แค่ได้คุยกับเพื่อนๆ ก็มีความสุขได้ แต่แล้วคำถามคือแล้วมีแบบที่ มีทั้งเงิน เวลาและความสุขไหม ผมก็ต้องขอตอบว่ามี !! แต่น้อยคนนักที่จะมีส่วนใหญ่คนที่มี ทั้งเงิน เวลาและความสุข มักจะเป็นคนที่สำเร็จ จากหน้าที่การงานแล้วอยู่ในช่วงสูงอายุ ที่อยู่กับคนที่เรารักจริงๆ เหมือนในนิยายเลยว่าไหม ?</p><p>ดังนั้นผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆได้ และทำได้บ่อยๆก็คือใน 3 อย่างนี้ให้เลือกเพียง 2 อย่างแล้วทำให้มันดีที่สุด !! แน่นอนผมว่า ความสุขคงเป็น 1 ใน choice ที่ทุกคนอยากได้ และสิ่งที่มักจะไม่คู่กันเสมอก็คือ &#8220;เงิน&#8221; และ &#8220;เวลา&#8221; ซึ่งมีนับคนได้ที่มีทั้ง 2 อย่างนี้พร้อมกัน แต่ทว่าความหมายว่า <strong>&#8220;เงิน&#8221;</strong> ของผมเนี้ยมันหมายถึง <strong>&#8220;เงินที่เพียงพอ&#8221;</strong> ไม่ใช่ <strong>&#8220;รวยล้นฟ้า&#8221;</strong> ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับจิตใจรึเปล่า ? พูดที่ผมพูดมาเนี้ย คุณสังเกตไหมว่ามันอยู่ที่จิตใจ.. ของคนเราเท่านั้นเอง การที่จะอยากมีทั้ง &#8220;เงิน เวลาและความสุข&#8221; มันอยู่แค่ที่คุณคิด ว่าเรา</p><blockquote><p>มีเงินพอกินพอใช้ มีเวลาพอที่จะทำสิ่งที่เราชอบ และมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอย่างทุกวันนี้</p></blockquote><p>นี้คือส่วนหนึ่งของธรรมะ และเป็นสิ่งที่นายหลวงอยากให้คนไทยเข้าใจ คือความพอเพียง แต่คนส่วนใหญ่รวมถึงผมก็ชอบที่จะมีของเท่หๆ อยากมีเวลาเที่ยวกับเพื่อน แล้วอยากมีคนรัก แต่ทำไมเรายังไม่รู้สึกพอสักที มีเงินใช้อย่างสบาย , มีเวลาเที่ยวกับเพื่อน , มีคนที่รักอยู่รอบข้าง แต่เราก็ยังอยากได้เพิ่มอยู่ดี <strong>&#8220;เนี้ยและมนุษย์&#8221;</strong> ความสุขของคนเรามันอยู่ไม่ไกล อยู่ที่ใจเราเองเท่านั้น</p> Similar Posts:<ul>None Found</ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=455&type=feed" alt="relax "  title="เงิน เวลาและความสุขมันเคยมาพร้อมกันไหม?" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/time-money-happiness-is-it-come-together/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>Firefox 3 Add-on : Enter Selects</title><link>http://www.dominixz.com/blog/productivity/firefox-3-add-on-enter-selects/</link> <comments>http://www.dominixz.com/blog/productivity/firefox-3-add-on-enter-selects/#comments</comments> <pubDate>Fri, 05 Sep 2008 02:52:14 +0000</pubDate> <dc:creator>DominixZ</dc:creator> <category><![CDATA[ตัวเสริมไฟล์ฟ็อก]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category><guid
isPermaLink="false">http://www.dominixz.com/blog/?p=421</guid> <description><![CDATA[Enter Selects หลังจากที่ chrome เปิดตัวมาได้ก็เป็นที่ฮือฮา กันมากแต่ผมคนหนึ่งที่ยังไม่ัตัดใจจาก Firefox เพราะว่า add-on สารพัดประโยชน์นั้นเองรวมถึง Ubiquity ด้วย (กำลังหัดสร้างอยู่ครับ) โดยวันนี้ผมก็มาแนะนำ Enter Selects add-on ตัวนี้ทำหน้าที่ง่ายๆ คือเลือก ผลลัพธ์แรกเมื่อเราพิมพ์ url ยกเว้นแต่คุณจะพิมพ์ http:// หรือ www. นำไปแล้วเจ้าตัวโปรแกรมนี้จะไม่ติด (เป็นเหตุผลที่ดีนะครับ สำหรับเข้า website ใหม่ๆ)
ส่วนถ้าเขา website เดิมโดยผมปกติจะพิมพ์ g นำไปก่อนเลย (Google.co.th) แล้วผมก็กด enter เพื่อเข้า google โห้ง่ายสุดๆ แล้วถ้าจะเข้า url ที่มันเป็นแบบ dominixz.com/blog เนี้ยผมก็พิมพ์แค่ &#8220;d b&#8221; (d เว้นวรรค b) แบบนี้แล้วกด enter แล้วโปรแกรมนี้จะพาผมมาที่นี้ เป็นอีก add-on [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><a
rel="nofollow" target="_blank" href="https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/7423">Enter Selects</a> หลังจากที่ chrome เปิดตัวมาได้ก็เป็นที่ฮือฮา กันมากแต่ผมคนหนึ่งที่ยังไม่ัตัดใจจาก Firefox เพราะว่า add-on สารพัดประโยชน์นั้นเองรวมถึง <a
rel="nofollow" target="_blank" href="http://labs.mozilla.com/2008/08/introducing-ubiquity/">Ubiquity</a> ด้วย (กำลังหัดสร้างอยู่ครับ) โดยวันนี้ผมก็มาแนะนำ Enter Selects add-on ตัวนี้ทำหน้าที่ง่ายๆ คือเลือก ผลลัพธ์แรกเมื่อเราพิมพ์ url ยกเว้นแต่คุณจะพิมพ์ http:// หรือ www. นำไปแล้วเจ้าตัวโปรแกรมนี้จะไม่ติด (เป็นเหตุผลที่ดีนะครับ สำหรับเข้า website ใหม่ๆ)</p><p>ส่วนถ้าเขา website เดิมโดยผมปกติจะพิมพ์ g นำไปก่อนเลย (Google.co.th) แล้วผมก็กด enter เพื่อเข้า google โห้ง่ายสุดๆ แล้วถ้าจะเข้า url ที่มันเป็นแบบ dominixz.com/blog เนี้ยผมก็พิมพ์แค่ &#8220;d b&#8221; (d เว้นวรรค b) แบบนี้แล้วกด enter แล้วโปรแกรมนี้จะพาผมมาที่นี้ เป็นอีก add-on ตัวหนึ่งที่ productivity มากกกกก สำหรับผม อย่าลืมไปใช้กันนะครับ วันนี้แค่เอามาฝาก <a
rel="nofollow" target="_blank" href="https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/7423">ลองไปดูกันเลย</a></p> Similar Posts:<ul><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/are-your-seo-perfect-or-not/" rel="bookmark" title="July 26, 2007">SEO ของคุณสมบูรณ์แล้วรึยัง ??</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/productivity/blog-chill-style-only-for-me/" rel="bookmark" title="July 7, 2007">Blog ชิลๆ Style วันเสาร์อาทิตย์ : Make it for me</a></li><li><a
href="http://www.dominixz.com/blog/review/web-browser-firefox-review/" rel="bookmark" title="June 13, 2007">Web Browser : Firefox Review</a></li></ul><img
src="http://www.dominixz.com/blog/?ak_action=api_record_view&id=421&type=feed" alt="firefox add on "  title="Firefox 3 Add on : Enter Selects" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.dominixz.com/blog/productivity/firefox-3-add-on-enter-selects/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
<!-- This site's performance optimized by W3 Total Cache. Dramatically improve the speed and reliability of your blog!

Learn more about our WordPress Plugins: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Minified using disk
Page Caching using disk (user agent is rejected)
Database Caching using memcached

Served from: ns7.appservhosting.com @ 2010-03-10 04:54:39 -->