Archive for the 'เงิน' Category

อดีต ธรรมะ และการเงิน

หลังจากที่ไม่ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องเงินมานานแล้ว วันนี้เลยขอพูดเ้รื่องเงิน ซักหน่อยครับโดยได้แนวคิดมาจาก “ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน” แล้วก็การประยุกต์ธรรมะให้เข้ากับการใช้เงิน โดยผมขอพูดเรื่องอดีตก่อนก็แล้วกัน หลังจากที่ได้อ่านถอดรหัสลับนั้น ทำให้ผมมีมุมมองใหม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน ไม่ว่าการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงตัวผมเองถูกโปรแกรมอะไรติดตั้งมาบ้าง โดยในหนังสือเขา ให้เราคิดถึงว่า ในอดีตเราเคยนึุกคิดอะไรเกี่ยวกับ เงินบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ความคิดที่ว่า “คนรวยมักเอาเปรียบ คนจน” , “เงินซื้อความสุขไม่ได้” , “คนรวยใจแคบ” หรืออะไรอื่นๆที่เกี่ยวกับเงิน

หนังสือเล่มนี้ชี้ให้เห็นว่า ทำไมเราชอบที่จะ “อยากรวย” แต่ไม่รวยสักทีมันเกิดจากสาเหตุอะไร หรือทำไมคนที่ทำเงินได้เดือนละเป็นแสน ถึงใช้หมดทุกเดือนและไม่รวยสักที จริงๆแล้วมันมาจากจิตใต้สำนึกรึเปล่า ? ผมคงพูดได้ไม่ดีเท่ากับเจ้าของหนังสือ แต่ผมจะมาจุดประเด็นว่า การใช้เงินเราในแต่ละอย่างเนี้ย เราถูกปลูกฝังไว้รึเปล่า.. ทำไมเราถึงซื้ออะไรบ้างอย่างเหมือนเราถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ มากกว่าที่จะใช้เหตุผล ในการตัดสินใจซื้อ เช่น ทุกครั้งที่ผมไป central ลาดพร้าวผมจะซื้อ มูลาเต้คาปูชิโน่ 1 แก้ว (แล้วมันเกือบจะอัตโนมัติจริงๆนะ) แล้วทำยังไงเราถึงจะหลุดจากอดีตและโปรแกรมนี้ได้

ผมเลยคิดต่อมาว่าจริงๆแล้วทุกๆอย่างเนี้ย เรารู้อยู่แกใจด้วยซ้ำเช่น สิ่งที่ทำให้เราเงินหายมากที่สุดคือ มูลาเต้ แต่เราก็ยังซื้อต่อไปแล้วก็กินต่อไป แล้วเงินก็หมดต่อไป จริงๆแล้วเราขาด “สติ” ซึ่งนั้นหมายความว่าคุณมีปัญญา แต่คุณไม่มีสติ เหมือนตอนนี้ที่ผมยังเป็นอยู่ แต่เสร็จแล้วทำยังไงให้เรามี “สติ” หรือเราต้องดับกิเลศก่อนมี “สติ” จริงๆคือไม่ครับเราสามารถมีสติได้ตลอด แต่สติของเรามันยังสู้กิเลศเราไม่ได้นั้นเอง เรารู้นะว่าเราจะซื้อมูลาเต้ ไม่งั้นเราจะสั่งถูกได้ไง ถ้าไม่มีสติ แต่เราไม่ระงับกิเลศ ดังนั้นถ้าเราอยากจะมีเงิน นอกจากจะต้องพยายามลบอดีต แล้วก็โปรแกรมที่โดนติดตั้งมา หรือถูกติดตั้งลงไปจากกิเลศ

เราจะต้องดับกิเลศ แล้วใช้ปัญญา เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ แล้วความเข้าใจจะทำให้เกิดสติ เช่น ทำไมต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ทุกเดือน ถ้าไม่ซื้อแล้วเราจะยังดูดีได้รึเปล่า ? หรือทำให้ชีวิตเราดูแย่ลงในสายตาเราไหม ? แล้วถ้าเราเอาของเก่ามา mix & match จะทำให้เขากับ trend ปัจจุบันได้ไหม ดังนั้นเรื่องพวกนี้ถ้าเราพิจารณา ก่อนจะลงมือซื้อได้นั้น เราแทบจะได้ของที่จำเป็นจริงๆเข้ามา แทนที่จะได้มาเพราะอารมณ์อยากได้เพียงชั่ววู๊บ

บ่อเกิดของการไม่มีเงิน คือ กิเลศ
บ่อเกิดของการมีเงิน คือ การมีสติ

และคำแนะนำจากหนังสือ “ถอดรหัสลับสมองเิงินล้าน” ซึ่งเป็นคำที่แสนจะเรียบง่าย

ถ้าคุณอยากรวย จงมุ่งความสนใจไปที่ การหาเงิน , การเก็บเงิน และการลงทุน
ถ้าคุณอยากจน จงมุ่งความสนใจไปที่การใ้ช้เงิน

วันนี้ลาก่อนขอให้ทุกท่านมีเงินใช้ และไม่เป็นเหยื่อของกิเลศ มากนักนะครับ :)

วันที่สอง Barcamp Bangkok

วันที่สองกับ Barcamp วันนี้ผมก็พูดด้วยในหัวข้อ Web Developer study Guideline for Starter (newbie) ปล่อยไก่ไปหลายตัวเลยทีเดียว แต่โดยรวมๆวันนี้ก็สนุกครับ แต่วันเสาร์สนุกกว่า คนเยอะกว่า มันกว่า วันนี้คนน้อย หัวข้อมีให้เลือกน้อย แต่สนุกครับ โดยวันนี้ที่ผมฟังมี Session ต่างๆดังนี้เลยครับ (โดยวันนี้เริ่ม late กว่าปกตินิดหนึ่ง)

11:30 – How to start small company in Thailand
12:00 – GIT
12:30 – Django 30 minutes
14:00 – How to make FOSS more popular / successful in Thailand
14:30 – Twitter Proxy (birdnest)
15:00 – Web Developer study Guideline for Starter (ผมพูดเองและเก็บไว้เดียวผมโพสอีกทีนะครับ)
16:00 – Cloud Computing Discussion
16:30 – RESTful Web Service and why I should care?
17:00 – Project Manage Tools Discussion
17:30 – Life Application Discussion

วันนี้จริงๆสังเกตุว่าผมเข้าไปพวก Discussion ค่อนข้างเยอะ ดังนั้นความรู้ที่เอามาฝากอาจจะน้อยกว่าเมื่อวานอยู่ครับ เอาละเริ่มกันเลยดีกว่า

How to start small company in Thailand tech news star

โดยเขาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดเลย ผมก็จับใจความได้บางไม่ได้บางเอาเป็นว่า ผมสรุปได้ดังนี้เลยครับ ผมจดมาได้ประมาณนี้ (จริงๆมากกว่านี้แต่ฟังไม่ออกบ้างฟังไม่ทันบ้าง)

แนวทางและแนวคิดในการเริ่มต้น

  1. การเริ่มต้นในไทยเป็นเรื่องยากและ VC (Venture Capital) ไม่ยอมให้เงินกับใครง่ายๆเพราะกลัวโดนโกงและเชิดหนีไป (แต่ชาวญี่ปุ่นบอกว่าถ้าในประเทศเขา คุณทำอะไรของคุณไปแล้วเดียว VC จะเข้ามาอยากให้เงินคุณเอง)
  2. เริ่มต้นเร็วได้เปรียบ (ดังนั้นผมต้องรีบละ 55+)
  3. หากลุ่มลูกค้าให้ได้โดยเร็ว (จะได้มีรายได้)
  4. การเริ่มต้นอาจจะต้องใช้เงินตัวเองและภาวนาต่อพระเจ้าให้สำเร็จ
  5. ถ้าอยากถูกซื้อด้วยบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก เขาพูดว่า “เมืองนอกชอบซื้อบริษัทไทยมากกว่าบริษัทต่างชาิติในประเทศไทย”

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นตั้งบริษัทและแนวทางแก้ไข

  1. ถ้ามีบริษัทที่นำเงินเขามาช่วยเรา เราจะถูกยัดเหยียดสิ่งที่ต้องทำจากบริษัทที่ช่วยเรา ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องดี แต่บางทีมันไม่ใช่แนวทางที่เราต้องการจะทำจริงๆ
  2. ถ้าระหว่างที่เรากำลังสร้างฝันให้เป็นจริง เกิดมีไอเดียขึ้นมา เราควรเลื่อนการสร้างฝันให้เป็นจริงออกไปสักนิดเพื่อนำไอเดียมาทำ
  3. เราเสียเงินไป 3 ปีกว่าจะเริ่มอยู่ได้
  4. ทำสินค้าให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะสินค้าของเรา out เร็วดังนั้นต้องทำให้มันพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
  5. ถ้าคุณเป็นจอมไอเดีย ให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดมา 1 อย่างแล้วทำให้ดีที่สุด

เรื่องอื่นๆที่พูดถึงคือพยายามเข้าใจในทุกๆเรื่องที่จำเป็นในการเริ่มตั้งบริษัท เช่น เรื่องการเงิน บัญชี การบริหาร และอย่าลืมว่าคุณจะต้องมีทนายความที่รู้จักด้านนี้ในกรณีที่เราเซ็นสัญญากับลูกค้าแล้วลูกค้าเล่นตุกติก หรือไม่จ่ายเราดื้อๆซะงั้น โดยมีคนในห้องชมว่า “คนไทยทำงานดี และปรับตัวได้เร็ว” โดยเขาเทียบกับค่าตัว แต่ผมเองเนี้ย “ไม่อยากได้แค่ดี แต่อยากได้คำว่ามหัศจรรย์”

GIT tech news star

ชื่อสั้นๆได้ใจความ GIT เนี้ยต้องขออธิบายว่ามันเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำ Version Control โดยใน Session นี้เหมาะสำหรับคนที่รู้จักพวก Control Version และ Software Configuration Management มาบางจะได้ฟังอย่างเมามันแบบที่ผมฟังแล้วมัน โดยเจ้า GIT เนี้ยเน้นการทำ Decentralized SCM โดยทุกคนมี Server เป็นของตัวเองแทนที่จะเป็น Centralized แบบ Subversion ที่ทุกคน Access ไปเอาของจากที่ๆเดียวกัน แต่ GIT เนี้ยให้ทุกๆคนมีเหมือนๆกันแล้วก็เล่น กับของตัวเองได้สะดวก โดยสรุปละกันครับ  มันแนวทางคือสนับสนุนให้เราทำ Branch ออกมาเยอะๆ แล้วก็ Merge หรือ Rebase เอา

โดยแนวทางนี้มีข้อดีคือเราจะเล่นอะไรแปลกๆได้มากขึ้น ทำ code เดิมๆแบบหลายแนวทางได้มากขึ้นแล้วสุดท้ายถ้ามัน work ก็นำมา merge หรือ rebase กันโดยถ้าไม่เอาก็ ไม่ต้อง merge / rebase ถือว่าน่าสนใจมากครับ มีการใช้ tags มาช่วยทำให้เรา mark version ที่เราสนใจได้ ทำให้เรารู้ว่าเราทำอะไรไปในส่วนนี้ โดย GIT เนี้ยมี Command มากกว่า 137 คำสั่ง แต่ใช้ทุกวันเพียง 10 กว่าคำสั่ง และถ้าเิพิ่มบางกรณีเราจะใช้อยู่ประมาณ 20 กว่าคำสั่ง และถ้าเราอยากจะทำอะไรเพิ่ม ก็ใช้ 30 ต้นๆเท่านั้น !

และก่อนจบเขายกตัวอย่างที่ดีมาก ในการใช้ Git โดยเวลาเขาหาอะไรมาเล่นจาก Repository (เช่น SVN) แล้วมันขาด feature นิดๆที่เขาอยากได้ แล้วเขาก็ทำขึ้นมา แต่จะ commit กลับไปที่ Repository ก็ไม่ดีพอแต่ก็อยากเก็บไว้นะ ก็เลยใช้ Git เนี้ย Clone Repository ออกมาแล้ว ก็ทำการเล่นกับ Repository ที่ Git Clone มาเมื่อเราเพิ่ม feature เขาไปก็ commit เขาไปที่ Repository ที่เรา clone มาแทน ทำให้เรา Maintenance เรื่องการทำ Patch ต่างๆได้ดี (แบบสบายใจด้วย)

Django in 30 minutes

จริงๆผมเข้ามาใน Session เจ้าของเรื่องก็บอกก่อนเลยว่าเตรียมตัวมาได้ไม่ดีเมื่อคืนเมาหนัก ส่งผลให้ผมฟังๆ แล้วก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมยกเว้นว่า Django มีตัวทำในส่วนของ Admin ที่เจ๋งและดีมาก โดยผมได้มาอีก 2 อย่างก็คือ

{% %} เป็นการใช้สิ่งที่้เกี่ยวข้องกับ Logic เช่น loop , if
{{ }} เป็นการแสดงผลตัวแปลข้อมูลออกมา

เนี้ยและครับสิ่งที่ผมได้ Django in 30 minutes ผมจับใจความที่น่าสนใจได้แค่นี้และครับ T-T

How to make FOSS more Popular / Successful in Thailand

ในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่อง Discussion จริงๆก็อยากจะพูดแต่เวลาหมดซะก่อน โดยตอนแรกก็เปิด Video ให้ดูกันก็สนุกมากครับ โดยเขาก็คุยกันว่าจะทำยังไงให้ FOSS (Free and Open Source Software) ฮิตและสำเร็จในไทย แต่พอคุยไปคุยมากลายเป็น ถามว่าใครจะเป็นคนทำ และสิ่งที่เรา้ต้องทำ เช่น Localization , Translate หรือการสนับสนุน แล้วก็ถามว่าเราจะรวมกลุ่มยังไง แล้วมันเกี่ยวกับการเขียน Code ไหม ก็เลยนั่งถามตอบถามตอบ กันไปจนไม่ได้ประเด็นสักเท่าไร โดยผมขอเสนอ idea ใน blog นี้และ (ทั้งๆที่เขาก็ทำ wiki ให้เราช่วยเขียน แต่ผมไม่เห็น url แล้วผมจะไปเขียนยังไง (ไม่ได้ถามอีกผมผิดเองและ T-T)

  • FOSS จะเกิดได้ส่วนหนึ่งเป็นเรื่อง Localization
  • FOSS จะเกิดได้จริงๆต้องให้คนใช้ตระหนักถึงสิ่งที่เขาใช้ว่ามันผิดกฎหมายนะ
  • FOSS จะเกิดได้จริงๆต้องชูจุดยืนได้ว่าใช้แล้วดีกว่ายังไง ?
  • FOSS จะเกิดได้ต้องค่อยๆครอบงำคนมากขึ้นไปเรื่อยๆ (พูดซะน่ากลัวเลยเรา)
  • FOSS จะเกิดได้ทางธุรกิจว่ามันตอบสนองความต้องการของ Enterprise ได้ไหม
  • FOSS จะเกิดได้เมื่อสังคมของคนใช้ เริ่มมีการตอบสนองและพูดถึงกันมากขึ้น
  • ฯลฯ

โดยมันมีหลายเรื่องแต่เรื่องที่หนักที่สุดก็คือเรื่องลิขสิทธิ์ และอิสระในการใช้ ทำยังไงให้คนไทยตระหนักถึงเรื่องนี้ ซึ่งยาก คนใช้ต้องกล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สำหรับ User ปกติบางคนก็ไม่ชอบต้องเรียนอะไรใหม่บ่อยๆ ทั้งๆที่เขาใช้ของเถื่อนก็ดีอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้พูดยากครับ แต่เราต้องเริ่มจาก Open Source ที่ดีจริงๆแล้วค่อยๆนำเสนอเพิ่มเติมขึ้นไปเรื่อยๆ   ในส่วนตัว FOSS เนี้ยสมบูรณ์ค่อนข้างมาก แต่ก็ยังมีบางตัวที่ FOSS ยังไม่สามารถแทนได้ดี ดังนั้นตอนนี้เอาแค่ “ใช้สิ่งที่มันแทนได้จริงๆก็พอ”

Twitter Proxy (Birdnest)

หัวข้อนี้ก็มาแนะนำว่า เหตุผลที่ทำเจ้า Birdnest เนี้ยมาเพื่ออะไร โดยความต้องการเนี้ยคือการรับ Twitter จากมือถือโดยให้เสีย Cost น้อยที่สุด โดยเขาก็พูดถึงปัญหาที่เกิดว่าเจ้า Twitter เนี้ยเวลาใช้ API มันปกตินั้นมันมีข้อมูลที่เราไม่ต้องการเยอะ เขาก็เลยต้องการลด Cost ในส่วนเนี้ยโดย Optimize ไปได้เกือบ 50% ในเวลาที่ Tweet มา 20 อัน Save เงินได้มาก สำหรับการเล่น Twitter ผ่าน Mobile โดยตอนนี้ ยังใช้ได้กับ jibjib เท่านั้นนะครับ แล้วมันยังแก้ปัญหาเวลา Twitter ล้มแล้วส่ง Error มานั้นจะทำให้เราเสียเงินเยอะ แต่เจ้า Birdnest เนี้ยส่งบอกมาว่า Error แค่นั้นทำให้เราเสียเงินน้อยลง

โดยส่วนตัวชอบ Idea เล็กๆนี้มากครับ แต่เขาบอกว่า Think Big , Start smaill , Scale Large ก็ต้องดูต่อไปครับ ว่า idea บรระเจิดของเขา จะมีอะไรเพิ่มเติม โดยส่วนตัว Session นี้สนุกมากครับในการนำเสนอ แต่ผมหมด idea ที่จะำนำเสนอเพราะผมก็ไม่ได้เล่น Twitter หนักและไม่เคยใช้ Twitter บน IM ด้วย T-T (idea มันเลยไม่แล้นมั้ง)

Cloud Computing Discussion

เรื่องนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก โดยหลักการแล้วคือ “Scale ด้านแนวนอนมากกว่าแก้ Infrastructure” ดังนั้นถ้าเราต้องการรองรับคนมากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องไปแก้ Infrastructure ก็แค่เพิ่มเครื่อง แล้วเจ้า Cloud มาตอบโจทย์นี้ยังไง เพราะปกติแล้วการเริ่มต้น Website เนี้ยอาจจะยังมีคนเข้าไม่มากแต่ถ้าเกิดมันดังขึ้นมามากๆ แล้วเราก็ยังไม่มีเงินซื้อ Server มากๆมาลงทุนได้ แล้วทำไงดี ก็เช่าผู้บริการ Cloud Computing สิจะได้ไม่ต้องลงทุนสูง ได้ทรัพยากรมหาศาลมาใช้ ทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคนใช้จำนวนมาก แล้วเราก็ทำเรื่องของ Business ของเราส่วนเรื่อง Scale เนี้ยปล่อยเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ โดยตอนนี้เจ้าที่ดังๆก็หนีไม่พ้น Amazon โดยเปิดบริการ S3 และ EC2 โดยหัวข้อนี้ก็ ได้เข้าใจกันมากขึ้นว่าภายใน Cloud เนี้ยเขาจะจัดการเรื่องข้อมูลให้เรา ทำการ Tuning ในทุกๆเรื่องให้เราแทน โดยปัญหาที่ถามมาน่าสนใจครับ เพราะ API ของ Amazon ไม่ยอมให้ SQL Query เข้าไปโดยตรง (มั่งนะถ้าฟังไม่ผิด) โดยเราจะหันมาใช้เอา data มาเป็น object มากขึ้น ใครสนใจเรื่อง Cloud Compting ลองเข้าไป Google Groups ของเขากันดูครับ

RESTful Web Service and why I should care ?

หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ผมฟังมาบ่อยมาก แต่ Session อื่นก็ไม่เป็นที่น่าสนใจ ก็เลยมาฟัง REST อีกโดยเจ้า REST เนี้ยมีข้อดีมากมายครับ ทฤษฎีของมันเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง ทำให้ปลอดภัยได้ชัวส์ โดยมีหลักในการสร้าง Web Service แบบ RESTง่ายๆ 5 ขั้นตอนคือ

  1. ให้ทุกอย่างมี ID
  2. เชื่อมสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน (ที่มันต้องอยู่ด้วยกันนะที่หมายถึง)
  3. ใช้มาตรฐาน Http Methods (เช่น GET POST PUTS DELETE)
  4. แหล่งข้อมูลสามารถนำเสนอได้หลายรูปแบบ (จากแหล่งเดียว) เช่น JSON , RSS , XML , HTML แล้วแต่คนที่เรียกมาจะขออะไร เราควรจะทำให้มันเรียกได้
  5. การสื่อสารต้องเป็นแบบ Stateless (ง่ายๆคือพวก Http นั้นและ) ในแง่ของ Perfomance ที่เพิ่มขึ้น Scalable มากขึ้น Reliability มากขึ้นเพราะมันทำให้การฟื้นตัวจากบางส่วนที่ผิดพลาดได้ง่ายขึ้น

โดยเจ้า RESTful เนี้ยมีข้อดีมากมายโดยข้อแตกต่างชัดเจนอย่างหนึ่งกับ SOAP ก็คือ SOAP มันมาเป็น Object (ผมชอบนะ) แต่ก็มี Overhead และโหลดได้ช้ากว่า REST มากมายครับ

Project Mangement Tools Discussion tech news star

มานั่งคุยเรื่อง Tools กันว่าใช้อะไรในการทำ Project กันมั่งผมก็ได้รู้ เขาใช้อะไรกันมั่งแล้วบางคนก็ทำเฉพาะขึ้นมาเองเลย อย่างคุณภาวุธ ก็ทำ Tools ขึ้นมาใช้กันเองภายในองค์กร แต่ดังนี้คือสิ่งที่ผมได้รู้ได้ฟังมา

เนี้ยและครับผมนั่งฟังมาครึ่งชม. นี้คือ Tools ที่เขาใช้ในการทำงานกันจริงๆ โดยผมไม่รู้ว่าตัวไหนดียังไง เพราะไม่เคยลองสักตัวแต่เห็นแล้วรู้สึกดีกว่า JIRA และ Sourceforge Enterprise Session นี้ก็จบได้รู้จัก Tools ดีๆแค่นี้ก็คุ้มค่าแล้วครับ ไม่ต้องเสียเวลาลองเองอันนี้เขาใช้จริงแล้วลองมาให้แล้ว

Life Application Discussion tech news star

หัวข้อสุดท้ายนี้ต้องขอบอกว่าสนุกมากๆ เป็นหัวข้อ Discussion ที่ได้มุมมองใหม่ๆ แล้วก็รู้จักโปรแกรมใหม่ๆ แล้วก็ความเป็นจริงว่าทำไมของพวกนี้ถึงสำคัญต่อชีวิตคนทำงาน โดยผมจดมาไม่แน่ใจว่าครบไหมแต่ประมาณนี้ครับ และเรายังพูดถึง GET THINGS DONE ซึ่งหลายคนให้ความสนใจกันมาก เอาละมาดู Tools ที่พูดถึงกันครับ

  • To-Do List
    • Remember The Milk (Web-based ดีๆทำได้หลายอย่าง)
    • IGTD
  • Mindmap
    • Freemind
    • Mindjet Mindmanager Pro
  • Money
    • GnuCash
    • Splash Money
    • Microsoft Money
  • Password Mangement
    • Splash ID
    • One Password
  • ช่วยหาของภายในเครื่อง
    • Google Desktop
    • Avafind
    • Copernic

โดยรายละเอียดที่เราคุยกันใน Session นี้ก็ยังมีเรื่อง GTD (Get Things Done) กันด้วยโดยถ้าใครอยากได้แนวคิดของ GTD เขามี Video ดีๆ แนะนำครับ 3 Concepts 3 Steps เข้าใจง่ายจริงๆสุดยอดครับ

อ่าก็จบแล้วครับสำหรับวันที่ 2 กับ Barcamp Bangkok ผมก็ทำ Review มาได้เท่านี้ละครับ ใครที่ยังไม่เคยมา Barcamp นะครับ ก็ขอเชิญชวนว่า สนุกครับได้ความรู้กลับบ้านเยอะ แล้วยังได้เพื่อนมากมายทั้งพี่ทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นน้อง นะครับ แต่อย่า Get อย่างเดียวนะครับ Share ด้วยครับแล้วจะเห็นความมหัศจรรย์ของความรู้ที่เกิดขึ้น วันนี้ไปอาบน้ำนอนแล้วครับ ~ เหนื่อย ^^ แต่สนุกมากกับ Barcamp

Next Page »