Archive for the 'เคล็ดลับ' Category

Monit สิ่งที่คนทำ Server ควรรู้

เนื่องจากผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ Cron + Daemon ในการให้ Bot จัดเก็บข้อมูลตลอดเวลา แต่เนื่องจากปัญหาการเกิด Crond ในระบบปฎิบัติการ มากทำให้ผมเขียน Script ตัวหนึ่งซึ่งเป็นการ “killall crond” ซึ่งคือฆ่า cron ทิ้งแล้วทำไมต้องฆ่า cron ทิ้งเพราะมันเคยมีเหตุการณ์ว่า cron ค้างอยู่ในระบบ 400 กว่า process ทำให้ผมไม่สามารถเข้าถึงเครื่อง server ได้จาก ssh สุดท้ายคือต้อง kill ผ่าน directadmin ซึ่งทรมาณมาก โดยสาเหตุมันคือการที่ “Cron จะเขียนไฟล์ Process ลง Disk แต่ทว่า Disk มีการใช้งานอย่างหนัก ทำให้ไม่สามารถ Write ลงไปได้สุดท้ายคือ รอๆๆๆ แล้ว cron ก็ทำงานทุก 1 นาที ทำให้สุดท้ายไม่มีการ write process ค้างเครื่องเข้าไม่ได้”

ดังนั้นพอผมทำ killall crond + start ขึ้นมาปัญหาที่ตามมาก็คือ บางจังหวะ (case ล่าสุด) ตอนที่เรา killall crond แล้วพอจะ start มันไม่สามารถ write pid file ลงได้ (เกี่ยวกับ ram/disk เช่นเคย) ทำให้มันไม่มีการ start ขึ้นมา แล้วการที่ไม่มีตัวอะไรมาดู service เหล่านี้แทนเรา ทำให้ผมต้องเก็บข้อมูลในอดีต 3 วันแบบกึ่ง manual ซึ่งเสียเวลามาก ก็เลยลองหาว่าจะใช้ตัว Monitoring Service ตัวไหนดีเพราะ directadmin ส่วนใหญ่ก็ดูให้แค่ apache กับ mysql

จนมาเจอ Monit ตัวนี้ครับซึ่งการเขียน Config อาจจะลำบากนิดนึงแต่ผมเอา Link มาฝากสำหรับคนที่ใช้ Centos กันด้วยนะครับ

โดยวิธีลงอะไรต่างๆลองอ่านจากลิงค์ที่ผมนำมาฝากนะครับ ผมจะเล่าการทำงานคร่าวๆของมันให้ฟังนะครับ

  • Monit เป็น Daemon ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่คอยตรวจตรา Process / CPU / Ram ของเราว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ให้ทำยังไง
  • โดยการเขียนใบบอกนั้นจะคล้ายๆ if then else เลย เช่น เมื่อ Ram เหลือต่ำกว่า 1gb ให้ Email เป็นต้น
  • Monit ก็เป็น Process ตัวหนึ่งที่อาจจะโดน Kill ได้ดังนั้น อย่าลืมทำ Cron Script ซึ่ง Check Process ของ Monit อีกทีด้วยครับ

สรุปการใช้ Monit ไม่ได้ทำให้เกิด 100% Server ไม่ Down แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เกิด Pair Checking คือการถูกเช็คทั้งสองทางทั้ง Monit เช็ค cron และ cron เช็ค Monit ทำให้โอกาสที่ Service จะ Down แบบไม่รู้เรื่องเลยก็คือตายพร้อมกันทั้งสองตัว ซึ่งโอกาสเกิดก็คงน้อยกว่าตัวใดตัวหนึ่งตายครับผม หวังว่าบทความนี้จะทำให้งานของ Server Admin สบายขึ้นนะครับ geek tips server vps  icon biggrin

วิธียกเลิก Fitness First แบบตามขั้นตอน

เนื่องจากผมไปสมัคร Fitness First ด้วย Concept ตามเพื่อน โดยข้อเสนอที่ผมเลือกสมัครคือสัญญา 1 ปีเดือนละ 2000 กว่าบาท และวันนี้ถึงวันที่ผมไปแจ้งยกเลิกสำเร็จแล้ว เลยมาเล่าให้ฟังกันคร่าวๆนะครับ โดยกฎของ Fitness First คือ

  1. ต้องแจ้งยกเลิกอย่างน้อย 30 วันก่อนหมดสัญญา
  2. ต้องไปลงรายลักษณ์อักษรว่าจะเลิก ที่ Fitness First สาขาไหนก็ได้

แต่โดยขั้นตอนแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างงั้น​ โดยเฉพาะกรณีผมสมัครไว้ที่สาขา Fitness First , Futurepark รังสิต แต่ไปยกเลิกที่ Q House ลุมพินี โดยขั้นตอนที่ผมประสบมาจะเป็นดังนี้ ในช่วงน้ำท่วมพอดี

  1. โทรไปสอบถามข้อมูลทาง Fitness First โดยโทรไปสาขาไหนก็ได้เพื่อสอบถามข้อมูล โดยเมื่อเราแสดงเจตนาแล้วว่าจะยกเลิก พนักงานจะบอกว่าจะมีคนติดต่อกลับภายใน 3-4 วัน ok รับเรื่องแล้ว
  2. แต่กว่าพนักงานจะโทรมาเนื่องจากสาเหตุน้ำท่วมหรืออะไรก็ตามแต่เป็นเวลา 2 อาทิตย์ (โชคดีที่ไปสอบถามตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน เพราะผมต้องแจ้งยกเลิกช่วงธันวา) พอคุยไปคุยมาเขาก็บอกว่าไปแจ้งยกเลิกได้ทุกสาขา แต่ต้องก่อนวันเวลาที่กำหนด ซึ่งของผมตอนนั้นเขาบอก 5 ธันวาคมแล้วเดือนธันวาคมเป็นเดือนสุดท้าย ไม่งั้นจะถูกตัดรอบบิลอีกครั้ง
  3. พอก่อนถึงวันที่กำหนดก็ไปแจ้งยกเลิกสรุปว่า คุยตอนแรกเขาบอกว่าทางสาขายังไม่ได้ส่งเรื่องเข้าในระบบ ต้องรอคนติดกลับก่อนนะคะ (WTF!!! ก็แจ้งมาแล้วแถมมีคนโทรกลับมาแล้วจะแจ้งอะไรอีก) คุยไปคุยมาพี่สาวเราก็เลยบอกงั้นคุณช่วยติดต่อให้เราตอนนี้ เลยเดียวเรารอ
  4. สรุปพอรอเสร็จเขาก็บอกว่าทางนู้นได้รับเรื่องแจ้งยกเลิกไว้แล้ว แต่ยังไม่เอาเข้าระบบเดียวช่วยเซ็นเอกสาร ตรงนี้เลยแต่ของคุณหมดรอบบิลเป็นเดือนมกราคมนะ ไม่ใช่หมดธันวา (อ้าวเลย) แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้อะไร เพราะคุยกับคนแรกเขาบอกเหมือนกันว่าเราจะหมดมกราคม แต่คนที่สองบอกหมดธันวาคม ก็เลยไม่ได้อะไรมากถือซะว่า เผื่อจะได้ไปลองใช้กับ เซ็นทรัลสาขารัชดาซะเลย

สรุปแล้วถ้าอยากยกเลิกจริงๆตามขั้นตอนนั้นวิธีที่ควรทำคือ

  • ถ้าติดต่อทางโทรศัพท์ควรจะใช้เวลาไว้สัก 45 วันก่อนหมดสัญญา
  • ถ้าไม่ได้ไปในสาขาที่สมัครเขาจะรับเรื่องไว้เฉยๆ แล้วต้องรอคนติดต่อกลับอีกซึ่งคล้ายๆบอกทางโทรศัพท์เลย
  • พอถึงเวลาแจ้งยกเลิกจริงๆ แล้วเราไปที่สาขากรุณาอย่ายอมง่ายๆทำยังไงก็ได้เพื่อได้เซ็นเอกสาร
  • ** เทคนิคหนึ่งที่อ่านจากเน็ตคือ ตอนสมัคร Fitness First ปุ๊บแจ้งยกเลิกกับพนักงานเลยทันที แล้วถ้าเขาถามว่าไม่ต้องรีบก็ได้ให้ยืนยันจะทำ แล้วบอกไม่อยากเสียเวลามาแจ้งยกเลิกถ้าสมมุติว่าไม่ชอบ **

ปีหน้าหลังเดือนมกราคมเป็นไทแล้วผม geek tips  icon smile

เรื่องของ Paypal Recurring สิ่งที่อยากให้ระวัง

พอดีใครเคยซื้อบริการ เช่น Hosting , IP Farm ฯลฯ ที่ทำการซื้อผ่าน Paypal บางทีมันจะมาพร้อมกับการมี Recurring ที่จะทำการต่ออายุทุกเดือนหรือทุก 15 วันอะไรก็ว่า ไปทั้งๆที่เราไม่ได้อยากให้มันต่ออายุอัตโนมัติหรือที่เขาเรียกว่า Subscription มีวิธีแก้ตามลิงค์นี้ก็คือ

  1. Log in to your PayPal account.
  2. Click the My Account tab.
  3. Click the History subtab.
  4. Click More filters, select Subscriptions and agreements, and then click Subscriptions.
  5. Change the date back to the year the subscription was created, and then click Show.
  6. Click Details next to the subscription.
  7. Click Cancel Subscription.

เป็นอันเสร็จครับ โดยบริการที่ผมเคยโดนมาก็มี Godaddy กับ Fatcow ครับผม geek tips  icon smile

« Previous PageNext Page »