Archive for the 'เคล็ดลับ' Category

PhotoTagger แท็ครูปภาพหน้าเพื่อนบน Facebook อัตโนมัติ

คำเตือน : Facebook Application นี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็นห่วงเรื่อง Privacy อย่างสูง

greenshot_2010-08-18_23-45-55

PhotoTagger บริการแท็ครูปภาพที่มีหน้าคนบน Facebook Album อย่างอัตโนมัติ แล้วสามารถเรียนรู้ได้ด้วยว่าเป็นรูปใคร โดยมันจะแม่นยำขึ้นเรื่องถ้าเราสอนมันโดยแท็คว่านี้เป็นรูปใคร โดยบริการดีๆแบบนี้มาจาก Face.com ครับผม ใครเป็น dev Face.com ยังมี API ให้เราลองใช้กันด้วยนะ

โดยการทำงานมันง่ายมากครับโดยขั้นแรกคือขอ Permission ของเราซึ่งขอเยอะอยู่ แต่ผมไม่ได้จดไว้ว่ามันขออะไรมั่งเอาละครับพอขอ Permission เราแล้วมันจะโหลดพวก Album ของเราออกมา คราวนี้เราก็เลือกสัก Album เสร็จแล้วเนี้ยถ้ามันไม่เคยตรวจ Album นี้มาก่อนมันก็จะขึ้นแบบนี้

greenshot_2010-08-18_23-17-05

มันคือการ Scan รูปเราทั้งหมดแล้วทำการ Detect หน้าคน พร้อมกับดูว่าหน้านั้นเป็นใคร ครับพอมัน Scan เสร็จคราวนี้มันก็จะขึ้นรูปคนทั้งหมดที่มัน Scan เจอเสร็จแล้วก็ Group หน้าที่คล้ายกันไว้แล้วดังภาพต่อไปนี้

greenshot_2010-08-18_23-23-49

สังเกตุว่ามีปุ่ม Tag All ด้วยวิธีใช้ก็กด Tag All เสร็จแล้วก็พิมพ์ชื่อเพื่อนของคุณลงไป แค่นี้มันก็จะ Mark ไว้ว่าคนทั้งหมดในกลุ่มนี้ชื่ออะไร ถ้ารูปไหน ไม่ใช่กลุ่มเดียวกันเราสามารถกดปุ่มขวาล่างของรูปเพื่อ Ungroup ได้หรือใส่ชื่ออีกคนลงไปแทนได้อีกด้วย พอแท็คทุกคนเรียบร้อยแล้ว Ungroup คนที่ไม่เกี่ยวเสร็จแล้วก็เพียง ขึ้นไปบนสุดของหน้าแล้วกดปุ่มนี้

greenshot_2010-08-18_23-58-04

แล้วก็กด OK เพื่อยืนยัน ก่อนกด OK นั้นมันจะมีติกถูก Publish to my feed ถ้าเราไม่อยากให้ publish ก็ติกออกนะครับ เสร็จแล้วพอมันทำเสร็จมันก็จะให้ Share ตรงนี้มี Bug อยู่นะครับคือถ้าเรากด Skip มันจะ Redirect เพี้ยนๆดังนั้นถ้าไม่อยาก Share ให้กด X เพื่อปิดเลยครับ เสร็จแล้วถ้าอยาก Tag เพิ่มก็กด “More Albums” แล้วก็ทำต่อไปเรื่อยๆครับ

สรุปการใช้งาน

ผลการใช้งานถือว่ายอดเยี่ยมมากครับ โดยผมใช้มาเจอปัญหาเดียวที่ไม่ถูกใจก็คือบางครั้งการทำงานมัน Save ไม่ครบทุกชิ้นจริงๆ แต่ความผิดพลาดนี้อยู่ที่ประมาณ 1-5 รูปต่อ 200 รูปหรือประมาณ 0.5-2.5% ซึ่งยอมรับได้ อย่างที่สองก็คือถ้ารูปเยอะบางทีมันโหลดนาน (ถ้า net เร็วก็ว่ากันไป) สุดท้ายเลยคือเรื่อง Publish to my feed โดย Default คือติกถูกเนี้ย มันทำให้ที่ไม่อยาก share ทุกครั้งที่ทำเนี้ย ต้องมาคอยติกออก

แล้วปัญหาสุดท้ายที่ผมเจอก็คือ “เพื่อนไม่ได้อยากให้แท็คทุกรูป” เพราะเหตุผลบางอย่าง ทำให้โปรแกรมนี้ใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อ๋อแล้วอีกนิดครับเวลาจะแท็คทีละรูป มันดันไม่มี Auto Suggest ที่ฉลาดแบบ Facebook โดยทำให้คนที่เราเลือกเองนั้นมาอยู่ด้านบนๆ ครับผม แต่ยังไงแค่นี้ก็ทำชีวิตผมสบายขึ้นไม่รู้เท่าไร สำหรับคนอยากแท็ครูปภาพให้เพื่อนทุกคนแล้วครับ

การจัดกลุ่มและแบ่งประเภทข้อมูล

วันนี้มาหัวข้อประหลาดอีกแล้ว แต่เชื่อเถอะครับว่าเรื่องนี้ทุกคนควรจะต้องฝึกไว้ ทุกๆวันนี้สำหรับคนท่อง Internet อย่างพวกเรานั้น มีข้อมูลมากมายที่อยากจะเก็บไว้ แต่เชื่อไหมว่าถ้าคุณไม่ทำการจัดกลุ่ม (Grouping) หรือแบ่งประเภทข้อมูลหรือติดป้าย (Labeling) แล้วยากที่คุณจะกลับมาหาข้อมูลเหล่านั้นอีกครั้ง โดยสายอาชีพที่ผมนึกออกมีอยู่สองอาชีพที่เก่งในเรื่องนี้มากๆนั้นคือ “บรรณารักษ์” และ “Information Architect” โดยหน้าที่หลักๆเขาคือสองเรื่องนี้และ (แม้ว่ายังมีอื่นๆที่ไม่กล่าวถึงอีกมากมาย)

 

โดยผมจะไม่พูดเรื่องหลักการแล้วกันครับ วันนี้ผมจะมาทำให้วิธีแบ่งข้อมูลของคุณให้ดีขึ้นไปอีก โดยคุณสามารถนำไปใช้ใน Gmail , Evernote , Blog ฯลฯ ที่คุณสามารถแบ่งหมวดหมู่/กลุ่ม , ใส่แท็กได้ โดยหลักการง่ายๆ 4 ขั้นตอนครับ

  1. คิด
    1. คิดในแง่บริบท เช่น นั่ง , นอน , ยืน , เดิน , โทรศัพท์ , หน้าคอมพิวเตอร์
    2. คิดในแง่หมวดหมู่ใหญ่ และหมวดหมู่ย่อย
      1. การแยกหมวดหมู่นั้นควรแบ่งให้พอดีกับข้อมูล เช่น ถ้ามีเรื่อง coding กะ system-design  แต่อย่างละไม่เยอะมากให้ตั้งหมวดเป็น code-and-system-design ไปเลย
      2. แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ควรตั้งหมวดหมู่ที่ไม่สอดคล้องกัน ยกเว้นว่าข้อมูลจะน้อยจริงๆ
    3. คิดในแง่ผู้ถูกกระทำหรือสถานที่เป็นที่ตั้ง เช่น นาย A,นาย B,สุนัขเรา , บ้านเพื่อน
    4. คิดในแง่เหตุการณ์หรือเป็นแบบทริป
  2. สร้าง เมื่อเราคิดเสร็จก็ต้องสร้างหมวดเหล่านั้นขึ้นมา
  3. จัด เมื่อได้แล้วก็ต้องจัดข้อมูลเหล่านั้นลงไป
  4. ปรับปรุง คนเราเปลี่ยนแปลงได้ตลอดดังนั้นสิ่งที่ชอบก็เปลี่ยนได้ดังนั้นเราต้องปรับและเรียนรู้กับมันไปโดยกลับไปตั้งแต่ข้อ 1 ใหม่

 

จะสังเกตุว่าสิ่งที่อยากที่สุดคือการคิด แต่ผมก็ดันมีเทคนิคมาเสนออีกคือ เวลาคิดอย่าเก็บไว้ในหัว เขียนมันออกมาใส่กระดาษ โดยในการ Grouping และ Labeling นั้นผมว่าใช้ Mindmap เป็นตัวอธิบายนั้นทำให้เข้าใจง่าย โดยตัวตั้งต้นก็ง่ายๆ เช่น Blog , Hobbies , Notes เป็นต้นครับ ซึ่งแต่ละแง่ของวิธีคิดจะแตกต่างกันไปกับตัวโปรแกรมที่เราใช้ครับ ส่วนประโยชน์ที่ผมได้รับจากการจัดกลุ่มมีดังนี้ครับ

  • ค้นหาได้สะดวก (เพราะเราทำเพราะเรื่องนี้หนิหน่า)
  • เป็นการฝึกการจำแนก (เพราะมีข้อมูลบางส่วนที่จำแนกได้ยากโดยเฉพาะทำให้เหมาะกับหมวดหมู่/ประเภทข้อมูลที่เราสร้างขึ้น)
  • สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว (คล้ายๆข้อแรกแต่ไม่เหมือนกันนะ)

แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เราจะยังไม่สามารถใช้มันได้อย่างมีประโยชน์ ถ้าไม่วางมันไว้ในที่ๆถูกที่ควร มันเหมือนการวางหิ้งหนังสือนั้นและ ต่อให้เราจัดหมวดหมู่ดี / จำแนกประเภทได้ดีแค่ไหน แต่ถ้ามันหยิบยากหรืออยู่ไกลตัวนั้น มันก็ยังเสียเวลาอยู่ดีดังนั้นอยากให้มองภาพรวมคือ “ต้องใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็วด้วย”

เรื่องนี้คือที่มาว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ควรใช้ Desktop App แทน Web App นะ ยกตัวอย่างคือ Evernote ถ้า Evernote ต้องใช้ผ่านเว็บอย่างเดียว การ “จัด” ข้อมูลก็คงเป็นเรื่องยากเวลาเราอยู่นอกบ้าน การ “สร้าง” Bookmark เว็บไซต์ลงไปผ่าน Evernote Desktop App มันก็คงยากเกินไปถ้าเจอ Evernote Browser Extension / Javascript Bookmark ดังนั้นนอกจากจัดได้ดีแล้วยังต้องใช้ได้สะดวกด้วย

 

ตบท้ายด้วยผมใช้อะไรบางที่จำเป็นต้องจัดกลุ่มและแบ่งประเภทข้อมูล Gmail (Email) , Google Reader (Feed) , Twitter Lists , Evernote (Notes) ,  Folder ต่างๆบน OS , iPhoto , Facebook Album ฯลฯ เยอะแยะไปหมด ดูๆไปมันก็เป็นเรื่องทั่วไปที่เราต้องทำอยู่แล้วหนิหน่่า ท่านผู้ชมมีเทคนิคกับเรื่องเหล่านี้ก็มา Share กันบ้างนะครับ วันนี้ผมลาไปก่อนครับ =)

« Previous PageNext Page »