Archive for December, 2008

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ลง Windows ใหม่แบบ Mac OSX !!

หลังจากที่ Computer ผมมันอืดอาดมากกว่าเดิมเยอะมาก จนถึงเยอะที่สุดผมเลยต้องทำการจัดการมันซะโดยการลง Windows ใหม่ ! โดยใครอยากทำตามผมก็เชิญครับโดยผมได้ใช้ของดังนี้และตามขั้นตอนดังนี้ครับ

  1. Windows XP (ORI XP SP3 November 2008)
    http://www.sokoolz.com/forums/index.php?topic=1413.0
  2. โปรแกรมต่างๆที่ผมลงไป ไว้ผมจะบอกว่าอันไหนทำอะไรมั่งนะครับ
    http://www.google.com/notebook/public/14874627509041720759/BDRRV5goQpP2_-Ocj
  3. เปลี่ยนโฉมให้กลายเป็น Mac OSX Leopard แบบง่ายๆ
    http://www.coolwizardz.com/2007/10/28/ultimate-transformation-windows-xp-to-mac-osx-leopard/
  4. อย่าลืมเปลี่ยนหน้าจอ Boot Screen ด้วย BootSkin XP (ของฟรี) แล้วก็ Mac OSX Bootskin ของ DeviantArt นะครับ

หลังจากทำเสร็จคุณก็จะได้ดังภาพของผมครับ

geek tips macosx windowsxp 300x187

ว๊าวไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ลองทำตาม Step ที่ผมให้ไปครับคุณก็จะได้ Mac OSX สวยๆใช้ง่ายและลื่นแบบผมแล้วละครับ ส่วนใครอยากเหมือนขึ้นไปอีกก็ใช้ Dexpose 2 ด้วยนะครับจะได้เหมือนๆ ส่งท้ายปีเก่าขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง และมีเงินรำรวยๆนะครับ คิดอะไรสมปรารถนา วันนี้ไปก่อนละครับสวัสดีครับ

แก้ปัญหาดู YouTube ได้ 2 วินาทีแล้วหยุดใน Firefox

หลังจากปัญหานี้ผมเป็นมานานพอควรแล้วซึ่งก็ใ้ช้วิธี IE Tab ไปแทนอยู่นาน แต่วันนี้ทนไม่ไหวเลย twitt ถามคนใน twitter สรุปผมก็ได้คำตอบง่ายๆครับ

“อัพเดทเป็น flash player 10 ครับ ถ้าเป็น 9 มักมีปัญหาเล่นได้ 2 วิ” – eka_x

ซึ่งพอผม update ตามคำแนะนำโดยโหลดหาเจอง่ายๆที่ FileHippo Flash Player 10 for Non-ie พอลงเสร็จก็หายทันทีครับ ตอนลงมันจะบังคับเราให้ปิด Firefox ก่อนนะครับ ใครมีปัญหานี้หวังว่าวิธีนี้จะแก้ปัญหาของคุณได้นะครับ

Traffic Shaper XP ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากใช้ CFosSpeed

หลังจากที่ผมพยายามทำตัวให้ใช้ Freeware/Open Source มากขึ้นผมก็พยายามจะหาตัวมาใช้แทนเจ้า CFosSpeed ซึ่งหาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วก็เคยใช้ Traffic Shaper XP รุ่นก่อนๆก็ไม่ประทับใจ จนกระทั่งมา version 1.21 นี้ซึ่งใช้ได้ดีพอสมควรเลย (แต่ก็สู้ CFosSpeed ไม่ได้) แล้วก็ฟรีด้วยครับ วิธีใช้งานค่อนข้างจุกจิกสักเล็กน้อย โดยผมมีวิธีการทำแบบย่อๆดังนี้ครับ

  1. ตั้งกฎขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับ เครื่องเราหรือเฉพาะ port ที่ตั้งไว้
  2. กำหนดจำนวน queue ให้ดียิ่งเยอะจะช้า (เพราะมันรอเขาคิวครบแล้วส่งไปทีเดียว)
  3. จัด prioritize ว่ากฎไหนเป็นกฎสำคัญ

หลักๆแล้ว 3 อย่างนี้จะเป็นสิ่งที่ผมใช้ทำ Traffic Shaping นะครับ โดยผมจะยกตัวอย่างสัก 2 อันเป็นตัวอย่างครับ สมมุติว่าผมอยากทำให้เวลาเล่น net ไปเปิด bit ไปเร็วขึ้น ผมก็จะใช้การ setting แบบนี้ครับ ขั้นแรกสร้างกฎของ Web ขึ้นมาก่อนครับโดยกด Add Rule Wizard แล้วทำดังนี้ครับ

  • Network Adapter :  ให้เลือกกลุ่ม network ที่ใช้ในที่นี้ผมใช้ Network ชื่อ TRUE ครับซึ่งเชื่อมไปยัง router ของผม
  • Direction : ให้เราเลือกว่าจะ Download หรือ Upload หรือ Both คือทั้งสองอย่างอันนี้ผมเลือก Both ครับ
  • Protocol : อันนี้แบบฟรีมีให้เลือกตัวเดียวคือ TCP
  • Local Endpoint : อันนี้คือจุดสิ้นสุดปลายทางภายใน หรือตัวส่งนั้นเองโดยใส่ได้ทั้ง IP เครื่องหรือจะเป็น Port อันนี้ผมเลือกเป็น Any:Any เพราะหมายถึงสิ่งใดๆส่งไปก็ได้
  • Remote Endpoint : อันนี้คือจุดสิ้นสุดของปลายทางภายนอก เช่น เว็บ ,  ip เครื่อง หรืออื่นๆ ใส่ได้เหมือน Local Endpoint แต่ในที่นี้ผมจะใส่เป็น Any:80 เพราะผมต้องใช้กฎนี้กับที่มีจุดสิ้นสุดของปลายทางภายนอกเป็น port 80 หรือเว็บนั้นเอง
  • Limit upload / Limit Download : อันนี้ผมปรับให้ไม่มี Limit เพราะต้องการให้โหลดเว็บเร็วสุด
  • Rule Order : คืออันดับของกฎอันนี้ผมปรับเป็น First (1) เลยมันจะได้ทำอันนี้ก่อน
  • Queue : อันนี้และตัวทำ Traffic Shaping จะให้มันส่งไปเมื่อ Queue เต็มเท่าไร ในที่นี้ผมปรับไว้ 2 พอให้มันค่อยๆมาดีกว่าจะได้ดูไม่ช้า แต่ถ้าเป็น Bit Torrent ผมปรับไว้ 70 เลย

เสร็จแล้ว 1 อันนี้คือกฎของเว็บส่วนกฎของ Bit Torrent ผมก็ปรับไว้ดังนี้

  • Network Adapter :  TRUE เหมือนเดิมครับ
  • Direction : Both ครับ
  • Protocol :  TCP
  • Local Endpoint : Any:ช่วงของ port BitTorrent ครับ โดยอันนี้ต้องอาศัยการสังเกตุจาก monitor Traffic Shaper Xp เวลาเปิดบิตมันจะบอกว่ามี ip ไหน port อะไรที่เราส่งไปบ้าง โดยตรงนี้ผมใช้ Torrent Group ครับซึ่งประกอบด้วย port 36269 ซึ่งเป็น port ที่ผมทำ port forward ไว้แล้วก็ 1000-2500 ครับซึ่งเป็น port ที่ส่งไปยังเครื่องต่างๆครับ
  • Remote Endpoint :  Any:Any ครับเพราะเราไม่รู้ว่าคนรับใช้ port อะไร
  • Limit upload / Limit Download : อันนี้ผมก็ปรับ Unlimit ทั้งคู่ครับ
  • Rule Order : คืออันดับของกฎอันนี้ผมปรับเป็น Last(9) มันจะได้ทำหลังสุด
  • Queue : 70 ครับตามที่บอกไว้ อันนี้แล้วแต่คนนะครับเน้นส่งข้อมูลบ่อยๆก็ 30-40 กำลังดีครับซึ่งทำให้โอกาส Lost Connect น้อยกว่าของผมครับ

อันนี้ก็เป็นวิธีใช้เล็กๆน้อยนะครับ ใครมีวิธีเจ๋งๆำสำหรับเจ้าตัวนี้มาแนะนำกันบ้างนะครับ :) วันนี้ผมไปแล้วครับสวัสดีครับ

ผมเป็นโค้ชครับไม่ใช่อาจารย์ !

คำว่า “ผู้ฝึกสอน” หรือโค้ชนั้นถูกเข้าใจว่ามีความคล้ายคลึ่งกับ “อาจารย์” เพราะมีลักษณะที่จะต้องสอนคน แต่ในวันนี้ผมได้อ่านหนังสือชื่อ Coaching in a week ผมเลยเข้าใจว่า จริงๆแล้วมันต่างกันอย่างไร โดยถ้าผมจะสรุปโดยย่อนะครับ

อาจารย์คือผู้ยัดความรู้ ความสามารถให้กับคุณ โค้ชคือคนขุดความสามารถที่อยู่ในตัวคุณออกมา !!

ดังนั้นในบางครั้งคนที่เป็นโค้ชมักจะต่างกับอาจารย์ตรงที่ว่า “โค้ชไม่ได้ยัดความคิดให้ใครแต่พูด ถามเพื่อให้เขาพัฒนาตัวเอง” สังเกตุว่าผมไม่ได้บอกว่าแนะนำ เพราะโค้ชพยายามจะให้คุณพัฒนาตัวคุณด้วยตัวคุณเอง คำว่าแนะนำก็เหมือนกับการยัดความคิดส่วนตัวให้กับคนอื่น โดยอิทธิพลของคำแนะนำก็ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของคนๆนั้น แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วยังมีอีกคนที่ต้องพูดถึงคือ Consultant หรือผู้ให้คำปรึกษา ซึ่งลักษณะจะใกล้เคียงกันมากขึ้นไปอีกระหว่างที่ปรึกษาและอาจารย์ เพราะที่ปรึกษาคือคนที่แนะนำความคิด ความรู้ที่เขาได้รู้มาแนะนำกับคนที่ขอหรือจ้างเขา แต่เขาไม่เหมือนอาจารย์ในหลายๆเรื่อง เพราะที่ปรึกษามุ่งเน้นไปที่ผลสำเร็จ มากกว่าถ่ายทอดความรู้ ดังนั้นคุณจะสังเกตุได้ว่าเวลาขอคำปรึกษา เขามักจะบอกเฉพาะวิธีทำแต่ไม่ได้บอกถึงวิธีคิด ซึ่งขอแตกต่างกับอาจารย์อย่างเห็นได้ชัดมักจะเป็นสิ่งนี้

ถ้าถามว่าในสามอย่างนี้ผมชอบอยากจะเป็นอย่างไหนมากที่สุด ก็คงต้องไปเป็นโค้ชผสมอาจารย์แน่เลยครับ เพราะผมชอบถ่ายถอดความรู้รวมถึงชอบที่จะถามคำถามที่ทำให้คนที่ขอคำแนะนำคิด มากกว่าที่จะบอกคำตอบของผมเอง ส่วนที่ปรึกษาผมก็ได้นะแต่ไม่ค่อยชอบนัก แล้วเพื่อนๆละครับอยากเป็นอย่างไหนกันระหว่าง “โค้ช” , “อาจารย์” หรือ “ที่ปรึกษา” ครับ

เติมหมึกพริ้นเตอร์เองไม่ต้องไปที่ร้าน

หลังจากวันนี้ ผมก็ได้ลองเติมหมึกของ Canon IP4200 เองโดยการทำครั้งแรกนั้นค่อนข้างเสียเวลามากพอตัวเลย แต่ก็สนุกดีครับโดยวิธีการทำก็ไม่ยากครับโดยเราต้องมีอุปกรณ์ดังนี้

  1. สกรูเล็ก
    geek tips img 6781 small 300x225
  2. เข็มชีดยา หัวใหญ่
    geek tips img 6782 small 300x225
  3. หมึก
    geek tips img 6783 small1 225x300
  4. ตลับหมึกเติม

โอเคแค่นี้คือทั้งหมดที่เราต้องการ แต่สิ่งที่เราจะทำนั้นมีขั้นตอนวิธีทำดังนี้

  1. ให้เราใช้สกรูเล็กในการถอดจุกเล็กนี้คือขั้นตอนที่ยากที่สุด วิธีทำก็คือกดแล้วหมุนซ้าย กดแล้วหมุนซ้าย กดแล้วหมุนซ้ายไปเรื่อยๆจนรู้สึกสกรูหนักขึ้น (แน่นขึ้น) เสร็จแล้วเราก็ดึงออกมา
  2. หาที่รอง เมื่อเวลาเติมหมึกแล้วหมึกไหล
  3. ใช้เข็มฉีดยาดูดหมึกแล้วเติมเข้าไปในตลับซะ
  4. ค่อยๆเติมไปเรื่อยๆจนหมึกด้านที่ไม่ใช่ฝั่งที่เติมเต็มสังเกตุได้ว่า หมึกจะไหลออกจากด้านที่ปล่อยหมึกนั้นคือเต็มแล้ว ก็ไม่ต้องเติมต่อ (ซึ่งถ้าตลับเล็กจะเต็มเร็วจริงๆ)
  5. เสร็จแล้วนำจุกเล็กไปใส่กลับไว้ที่เดิม
  6. นำเข้ากลับไปยัง printer สังเกตุว่า (ควรแน่ใจว่าหมึกไม่ไหลแล้วค่อยนำไปใส่)

วันนี้ก็ได้ประสบการณ์อื่นๆสนุกๆ ชีวิตมีความสุขง่ายๆเพียงแค่ทำสิ่งใหม่ๆ ไม่จำเจแค่นี้ทุกวันก็มีความหมาย

Next Page »