Archive for September, 2007

แค่อ่านให้มากขึ้น ชีวิตก็ดีขึ้น ! จริงหรอ ?

วันนี้ก็มา Update ช้าอีกตามเคยเพราะผมต้องมาทำงานตอนเช้า วันนี้เลย update สายตามเคย วันนี้ผมก็ประเด่น… ให้อ่านหนังสือกันมากขึ้น กันครับ วันนี้ผมจะมาสรุปให้ครับว่าอ่านหนังสือชีวิตก็ดีขึ้นได้อย่างไร ?

  1. อ่านหนังสือเป็นการกระตุ้นสมองให้สมองทำงานส่งผลให้ความจำเสื่อมช้าลง
  2. อ่านหนังสือเป็นการเพิ่มพูนความรู้ไม่ว่าทางศิล (การ์ตูน) หรือทางความคิด (หนังสือทั่วไป)
  3. อ่านหนังสือก็สามารถเพิ่มมุมมองใหม่ๆได้
  4. อ่านหนังสือก็ทำให้มีกำลังใจได้
  5. อ่านหนังสือทำให้มีความสุขได้
  6. อ่านหนังสือทำให้จิตนาการมากขึ้นได้
  7. อ่านหนังสือทำให้มีสมาธิ
  8. อ่านหนังสือน่าเบื่ออาจจะทำให้ง่วงนอนได้

แต่อย่างว่าโลกเราไม่มีอะไรที่มีเพียงด้านเดียวก็ต้องมีอย่างน้อย 2 มุมแน่นอนดังนั้นผมจะมาพูดถึงข้อเสียของการอ่านหนังสือด้วยครับ

  1. อ่านหนังสือที่ไม่อยากรู้ทำให้อารมณ์เครียดมากขึ้นได้
  2. อ่านหนังสือเนื้อหาไม่ดี อาจทำชี้นำไปในทางที่ผิดได้
  3. อ่านหนังสือทำให้สามารถเศร้าได้
  4. อ่านหนังสืออาจทำให้หดหู่ได้
  5. อ่านหนังสืออาจจะทำให้เสียอารมณ์ได้
  6. อ่านหนังสือในรถอาจทำให้ปวดหัวมากได้
  7. อ่านหนังสืออดหลับอดนอน อาจทำให้สุขภาพย่ำแย่ได้
  8. อ่านหนังสือมากไป อาจจะทำให้สับสนเนื้อหาได้

ถ้าจะให้พูดตามตรงละก็หนังสือไม่ได้ทำอะไร หนังสือก็ตั้งไว้เฉยๆนั้นและ คนเราเองตากหากที่เป็นคนหยิบมาอ่าน ถ้าคนอ่านเห็นค่าของมันหนังสือเล่มนั้นก็จะมีค่ามาก แต่ถ้าตกไปอยู่กับคนที่ไม่เห็นค่าของมัน ค่าของมันก็กลายเป็นไปตามสิ่งที่คนๆนั้นคิด ดังนั้นทุกๆอย่างบนโลกนี้มันอยู่ที่ “คุณจะเลือกให้มันเป็นเช่นไร”

รายได้แบบ Passive Income แลกด้วยความรู้,เงินทุนและความกล้า

Cashflow ESBIรายได้แบบ Passive Income เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงมากในปัจจุบันทุกคนอยากมี Passive Income แต่ทว่า Passive Income นั้นก็ไม่ได้มาง่าย โดยมากมักจะแลกด้วยเงินทุนที่สูงอยู่มาก ท่าจะให้ยกตัวอย่างให้ง่ายที่สุดคือ บ้านเช่า / ห้องเช่า โดยส่วนใหญ่ห้องเช่าจะทำธุรกิจได้ง่ายกว่า ผมยกตัวอย่างง่ายๆ

ถ้าคุณมีทุนน้อยการซื้อห้องเช่า 1 ห้องจาก Apartment ต่างๆหรือ Condo แล้วนำมาปล่อยเช่าอย่างน้อยก็หลายแสนบ้านถึงหลายล้านบ้าน แล้วปล่อยห้องเช่าได้ราคา 4,000 – 10,000 บาทแล้วแต่ขนาดห้อง + สถานที่ สมมุติผมลงทุน 5 แสนบ้าน ได้ค่าเช่าเดือนละ 5,000 ผมก็ต้องใช้เวลา 100 เดือนเป็นอย่างน้อยถึงจะคือทุน = 8-9 ปีฉะนั้นถามตัวคุณเองสิว่าคุ้มไหม ?

คำตอบนั้นอยู่ที่ตัวคุณเอง แต่ก็ยังมีนักธุรกิจอีกหลายท่านที่มีความรู้เรื่องพวกนี้มาก จากเรื่องราวด้านบนผมพูดถึงสถานการณ์ที่ดีที่สุดแต่ยังมีปัจจัยที่เราต้องเสียอยู่มาก เช่น ภาษี , ค่าบำรุงรักษา แต่นักธุรกิจอย่างคนเขียนหนังสือ Rich Dad Poor Dad ได้ใช้หลักการ “ให้มันผ่อนตัวเอง” สมมุติเป็นรายเดิม ห้อง 500,000 บาท….

ผมดาว 100,000 บาทแล้วผ่อนต่ออีก 400,000 บาท ผมเสียดอกเบี้ยปีละ 7% = 28,000 บาท ผมให้เขาเช่าเดือนละ 5,000 บาท = 60,000 บาท หักลบกันเหลือ 32,000 = ผมใช้เวลา 3 ปี 2เดือนในการคืนทุนผม แถมผมยังมีสิทธิขายห้องๆนี้อีกไม่ต่างกับด้านบนเลย แต่ผมขายได้ก็ต้องนำไปใช้คืนที่เหลืออีก 400,000 แต่ถ้าด้านบนขายก็จะได้เต็มๆ คราวนี้อยู่ที่คุณแล้วจะเลือกแบบไหน….

แต่ผมลืมบอกไปอย่างว่าด้านล่าง ผมสามารถนำไปลดภาษีได้ เพราะผมมีภาระที่ต้องผ่อนห้อง ดังนั้นจึงขอลดหย่อนภาษีได้ แต่ด้านบนไม่สามารถลดหย่อนภาษีจากการกู้ยืมได้…. เท่านี้ละครับขอแตกต่างๆ ผมมาเปิดโลกทัศน์ให้ทุนท่านที่มีเงินกันอีกนิดครับ…

« Previous PageNext Page »