Archive for June, 2007

7 ความลับของการจัดระบบเบียบตัวเองขั้นสุดยอด

ผมได้มีโอกาศอ่านบทความดีๆ จากต่างประเทศของ Dump Little Man อันนี้คือ link บทความจริงของเขานะครับ กดที่นี้เลยครับแบบเต็มๆ ส่วนผมก็จะทำการแปลให้ครับ ผิดถูกอย่าว่ากันนะ แต่ผมว่าการพัฒนาตัวเองนี้มีบทบาทมากเลยนะครับ โดยเฉพาะการใช้ Technology ให้เป็นด้วยจะทำให้คุณ ลดเวลาการทำงานมากขึ้น และทำให้ประหยัดเวลา ต่างๆมากมยิ่งขึ้นไปด้วยผมก็เป็นักศึกษาคนหนึ่งที่ต้องใช้เวลา โดยต้องจัดสรรค์ให้ดีเพราะว่า จะลุยตั้งแต่เด็กๆ ก็ต้องจัดสรรค์เวลาให้ดีกว่านักศึกษาคนอื่นๆ แล้วยังต้องทำให้ตัวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะได้สู้รุ่นโตๆ ได้ครับ อะมาแปลกันเลยดีกว่า เล่ามายาวนาน 7 นิสัยที่ต้องทำ

    1. ลดก่อนจัดระเบียบ เขาบอกว่าคนส่วนใหญ่ชอบที่จะจัดอะไรที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องทำ , project และอื่นๆ โดยระบบใหญ่ๆ ที่ทำกันจะมีึความสลับซับซ้อน ทำให้จัดสรรค์ยาก โดยเขามีวิธีง่ายๆ ก็คือ ลด,กำจัด,ทำให้ง่ายขึ้น อย่างเช่น มีของที่เคยใช้อยู่ 100 อย่างในการจัดระเบียบพยายามกำจัดให้เลือกเพียง 10 ถ้าสำหรับผมยกตัวอย่างชัดๆคือจัดสรรค์โปรแกรมใน Computer จะดีที่สุด เพราะการจัดระบบให้มีน้อยๆ จะส่งผลต่อประสิทธิภาพด้วยเหมือนชีวิตจริง ที่หากเราใช้ของเยอะเราก็ต้องเรียนรู้เยอะขึ้นแล้วใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
    2. เขียนมันลงไปบ่อยๆ เขาบอกว่าสมองของคนเราเป็นเรื่องแปลกอยากจะจำอะไรแต่จำไม่ได้ อยากจะจำอะไรก็ไม่ลืม ยกเว้นการทำให้สมองของคุณเป็นที่เก็บข้อมูลสำหรับสิ่งที่คุณจะจำ ฉะนั้นผมถึงมีสมุดเล่มเล็กๆติดตัวเสมอ เอาไว้เขียนสิ่งที่ผมอยากจะทำ แล้วผมจะไปจัดการเป็นกระบวนการที่หลัง
    3. มีที่รับ Email & แนงทางปฎิบัติ อย่างละหนึ่งพอ โดยส่วนใหญ่คนเราต้องการ 2 inbox(email) เอาไว้เก็บที่บ้านและที่ทำงานอย่างละอัน มีข้อความ(บ้าน/ทำงาน) มากมายเต็มไปหมด ถ้าเราปรับให้อยู่ที่เดียวกันหมด (โดยเฉพาะ email) แล้วเราก็หาวันสักวันหนึ่งมาทำให้ inbox ของเราว่างเปล่าซะ (จัดใส่ Folder หรืออื่นๆ หรือจะใ่ส่ Folder To-Do-List หรือว่าทำซะเดียวนั้น)
    4. ที่แห่งหนึ่งสำหรับทุกสิ่ง คุณเคยถามคนรอบข้างไหมว่า กุญแจอยู่ไหน? คุณควรจะมีที่สักที่สำหรับมัน เขาแนะนำว่าใกล้ประตูดีที่สุด แล้วคุณจะไม่ทำมันหายอีก (ยกเว้นมีคนมายุ่งกับมันนอกจากคุณนะ อิอิ) ผมว่าของทุกชิ้นควรมีบ้านของมัน แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ Label(การแบ่งประเภท) สามารถทำให้คุณจัดได้ง่ายขึ้น อย่าวางของไม่เป็นที่เป็นทาง แนวคิดนี้สามารถนำไปปฎิบัตกับการรับข้อมูลข่าวสารได้ด้วย คุณจะมีสักที่สำหรับพวกมัน (Google reader เป็นต้น) ถ้าคุณทำไม่ได้ลองเป็น Personal Wiki (ก็คือกลายเป็นเอกสารแทน) คุณสามารถทำกับมันได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Project , ตารางเวลา , เป้าหมาย , สิ่งที่ต้องทำ โดยการสร้างแต่ละอย่างจากกระดาษ
    5. โยนมันทิ้งซะ คนส่วนใหญ่มีนิสัยอยู่ว่า "เดียวค่อยมาดู / ทิ้งมัน" ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นอ่านแล้วทิ้งมันไปเลย (เฉพาะเรื่องที่ไม่สำคัญนะ) มันจะทำให้คุณไม่ต้องมาทำความสะอาดของพวกนี้ทีหลังอีก แล้วถ้าคุณทำแบบนี้เรื่อยๆ มันจะกลายเป็นนิสัยไปเอง
    6. ทำความสะอาดมันซะ ในข้อนี้มีผลดีไม่แพ้ทั้ง 5 ข้อที่ผ่านมา การทำความสะอาดจะทำให้การใช้งานของคุณคล่องตัวขึ้นในภายหลัง ดังนั้นถ้าทำอาหารก็อย่าทิ้งจานไว้เรื่อยๆเพราะเดียวมันจะเป็นเยอะจนคุณไม่อยากจะล้าง
    7. การพัฒนากิจวัตรประจำวันและระบบ จากที่บอกมาตั้งแต่ข้อแรกๆแล้ว การทำให้มันเป็นกิจวัตรประจำวันและพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ช่วยให้คุณสามารถจัดการกับงานของคุณได้มากขึ้นๆ ดังนั้นการพัฒนาคือการทำให้มันเป็นเรื่องง่ายที่สุดเหมือนกับว่าเป็นสิ่งประจำวันที่ต้องทำทุกวันอยู่แล้ว เหมือนกินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน เป็นต้น

อันนี้ผมก็สรุปๆเอาครับ เพราะเขาเขียนยาวแล้วออกจะเป็นการยกตัวอย่างเหมือนกัน ดังนั้นถ้าผมแปลไม่ตรงประเด่นคุณสามารถไปดูที่ Dump Little Man หัวข้อนี้ได้ ครับผมจะทำ Gmail Guide ผมว่าผมยังไม่เคยเห็นคนไทยยอมเขียนเรื่องนี้เลยทั้งๆที่ Gmail มันสุดยอดมากๆ เดียวอาทิตย์หน้าจะเขียนนะครับ ผมเรียน >o< (หลังวันจันทร์จะเขียนครับ) ไปก่อนแล้วนะครับ

Website Review : Speedtest.net อยากลองเช็คอัตราการ Download/Upload ของเราที่ไหนลองเลยที่นี้

วันนี้เราก็มา Update Website ชิลๆกันต่อนะครับ วันนี้ผมจะมา Review Speedtest.net ที่นี้เป็นแหล่งเช็คความเร็ว Internet เหมือน ADSLThailand.com นะแหละครับถ้าใครเคยเข้านะ แต่ที่นี้มีดีกว่าก็คือ มันสามารถ Check ได้หลาย Server ทั่วโลกมีแม้แต่ ADSLThailand ด้วยนี้แหละ (ฮาๆ) อ้าวแล้วผม Check ที่เดียวก็พอแล้วหนิทำไมต้อง check หลายๆที่ เหตุผลหลักว่่าทำไมต้อง Check หลายทีนะครับ เพราะว่าการ Check จากที่เมืองไทยเพียงอย่างเดียวคือ Speed ที่แท้จริงที่ได้จากการวิ่งในเมืองไทยนะครับ ไม่ใช่ Speed ที่วิ่งที่เมืองนอกดังนั้นถ้าเรา Check Speed ของ Server ฝั่งเมืองนอกเราจะได้รู้ว่าจริงๆแล้วเราวิ่งที่เท่าไร ในเมืองนอกนะครับ เหมาะสำหรับพวกที่จะคำนวณว่า เวลา Download จาก Rapidshare หรือ host ที่สามารถให้เราเลือกได้หลายที่เนี้ย เราควรโหลดจากที่ไหนจะดีสุด เป็นต้นนะครับ มาดูรูปตัวอย่างกัน

จะเห็นได้ว่า มีทั้ง Speed บอก Latency บอกได้แ้ม้แต่ระยะห่างของ Server ที่ Test ด้วยนะเนี้ยแจ๋วจริงๆ ไม่พอพอเรา Test เสร็จ เอา Link รูปมาแปะโชว์ใน Web ของเราได้อีกอะไรจะครบเซ็ตแบบนี้ละเนี้ย แต่บางคนคงสงสัยเอะ ทำไม ผมวิ่ง 1645kb/s แต่ทำไมโหลดจริงแค่ 200kb/s เองอะยังงี้มันโกหกนี้หน่า ผมจะอธิบายให้ครับมันเป็นการตลาดของด้าน Computer ครับคือเวลาเขาโฆษณานะครับที่บอก 2.0Mbps แต่เอามาจริง 230กว่าๆ kb เนี้ย มันคือ Mega Bits per second นะครับแต่เวลาโปรแกรมใน Computer ใช้เรียกกันก็คือ Mb คือ Mega Bytes นะครับ แล้วตามหลักการของ Computer คือ 8 bits เป็น 1 Byte ดังนั้นเวลาจะเอา Speed ในการโหลด Bit หรือโหลด File ที่แท้จริงนะครับ เอา 8 หารด้วยนะครับดังนั้น 1645kb/s จากรูปผมก็จะโหลดจริงที่ประมาณ 205 Kilo bytes per second นะครับ วันนี้มา Review กะแจกความรู้นิดๆหน่อยๆไปแล้วครับ อยากลอง Speedtest แล้วกดที่นี้ครับ

ปล. ตอนนี้มีเรื่องด่วนกว่าเนื้อที่ไม่พออย่างแรง นั้นคือ Bandwidth จะเต็มแล้ว (ผมได้ 500mb ต่อเดือนเองอะ ตอนนี้มัน 400mb แล้ว ดีใจนะครับทำเดือนแรกๆก็จะ Bandwidth เต็มซะละเดียวต้องไปเปลี่ยน Package)

« Previous PageNext Page »